แนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์หน้า 31 ส.ค.–4 ก.ย. 2569 จับตา JOLTS–ADP–NFP หลังตลาดเพิ่มเดิมพันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ราคาทองคำเข้าสู่สัปดาห์ใหม่พร้อมแรงกดดันในระยะสั้น หลังถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ที่การประชุม Jackson Hole ทำให้ตลาดกลับมาเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน
คำถามสำคัญในสัปดาห์วันที่ 31 สิงหาคม–4 กันยายน 2569 จึงไม่ใช่เพียงว่าเหตุใดทองคำจึงปรับลงแรง แต่เป็นข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐชุดใหม่จะยืนยันหรือหักล้างความกังวลเรื่องดอกเบี้ยที่ตลาดเพิ่งรับรู้ไป
ตลอดสัปดาห์จะมีทั้งจำนวนตำแหน่งงานว่าง JOLTS การจ้างงานภาคเอกชน ADP ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และปิดท้ายด้วยรายงาน Nonfarm Payrolls ในคืนวันศุกร์ ซึ่งอาจทำให้ดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และราคาทองคำผันผวนอีกครั้ง
ทองร่วงปลายสัปดาห์ หลังตลาดตีความว่า Fed ยังไม่จบภารกิจสู้เงินเฟ้อ
Reuters รายงานว่า ในช่วงท้ายการซื้อขายวันศุกร์ ราคาทองคำ Spot ลดลงประมาณ 2.9% มาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,567 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม และทำให้ภาพรวมทั้งสัปดาห์ลดลงประมาณ 2.9% หลังราคาทองเคยขึ้นไปแตะบริเวณ 4,696 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์
แรงขายเกิดขึ้นหลัง Warsh ระบุว่า หาก Fed ยังไม่มั่นใจว่าเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างชัดเจน ผู้กำหนดนโยบายก็ยังมี “งานที่ต้องทำ”
ตลาดจึงเพิ่มความน่าจะเป็นที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเป็นประมาณ 58% จาก 36% ก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ พร้อมกับแรงหนุนที่เกิดขึ้นกับดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
สำหรับรายละเอียดเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ทองร่วงหลัง Warsh ส่งสัญญาณเข้มงวด
เหตุใดข้อมูลแรงงานสัปดาห์นี้จึงสำคัญต่อราคาทอง
แม้ Warsh จะแสดงท่าทีจริงจังต่อเงินเฟ้อ แต่การตัดสินใจของ Fed ยังขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาวะตลาดแรงงาน
รายงานการจ้างงานเดือนกรกฎาคมของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ หรือ BLS ระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 23,000 ตำแหน่ง ขณะที่การจ้างงานในช่วงสองเดือนก่อนหน้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 34,000 ตำแหน่งต่อเดือน สะท้อนว่าตลาดแรงงานไม่ได้อยู่ในภาวะแข็งแกร่งอย่างชัดเจน
ข้อมูลเดือนสิงหาคมซึ่งจะประกาศในวันที่ 4 กันยายนจึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะอาจช่วยตอบคำถามว่า Fed มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อหรือไม่
หากการจ้างงานฟื้นตัวชัดเจนและค่าจ้างยังขยายตัว ตลาดอาจเพิ่มความเชื่อว่า Fed สามารถดำเนินนโยบายเข้มงวดต่อได้ แต่หากข้อมูลแรงงานอ่อนแอกว่าที่คาด ความกังวลต่อเศรษฐกิจอาจทำให้ตลาดลดน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ย
ปฏิทินเศรษฐกิจสำคัญ 31 ส.ค.–4 ก.ย. 2569
| วันและเวลาไทย | ข้อมูลสำคัญ | ความสำคัญต่อทองคำ |
|---|---|---|
| จันทร์ 31 ส.ค. 21:30 น. | ดัชนีภาคการผลิต Dallas Fed | ประเมินกิจกรรมเศรษฐกิจเบื้องต้น |
| อังคาร 1 ก.ย. 21:00 น. | ISM ภาคการผลิต | สะท้อนการเติบโต ต้นทุน และภาวะการจ้างงาน |
| อังคาร 1 ก.ย. 21:00 น. | จำนวนตำแหน่งงานว่าง JOLTS | วัดความต้องการแรงงานและความตึงตัวของตลาดงาน |
| พุธ 2 ก.ย. 19:15 น. | การจ้างงานภาคเอกชน ADP | เป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อนรายงานแรงงานชุดใหญ่ |
| พฤหัสบดี 3 ก.ย. 19:30 น. | ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ | สะท้อนแนวโน้มการเลิกจ้างล่าสุด |
| พฤหัสบดี 3 ก.ย. 21:00 น. | ISM ภาคบริการ | ภาคบริการมีสัดส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจและการจ้างงานสหรัฐ |
| ศุกร์ 4 ก.ย. 19:30 น. | Nonfarm Payrolls อัตราว่างงาน และค่าจ้าง | ข้อมูลหลักสำหรับประเมินทิศทางดอกเบี้ย Fed |
กำหนดการอ้างอิงจาก Federal Reserve Bank of New York และแปลงเป็นเวลาไทยแล้ว ทั้งนี้ เวลาเผยแพร่อาจมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ติดตามตลาดสามารถตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้จาก ปฏิทินเศรษฐกิจ GOLD.in.th
3 ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นกับทองคำ
1. ข้อมูลแรงงานแข็งแรงกว่าคาด
หาก JOLTS, ADP และ Nonfarm Payrolls สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังแข็งแรง โดยเฉพาะเมื่อประกอบกับค่าจ้างที่ขยายตัว ตลาดอาจเพิ่มความคาดหวังว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน
ภายใต้สถานการณ์นี้ ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์มีโอกาสได้รับแรงหนุน ขณะที่ทองคำอาจเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง เพราะต้นทุนโอกาสของการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น
2. ข้อมูลแรงงานอ่อนแอกว่าคาด
หากการจ้างงานชะลอตัว อัตราว่างงานเพิ่มขึ้น หรือตัวเลขเดือนก่อนถูกปรับลดลง ตลาดอาจเริ่มกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับการขึ้นดอกเบี้ย
ความน่าจะเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยอาจลดลง ดอลลาร์และยีลด์อาจชะลอตัว ซึ่งอาจช่วยให้ราคาทองคำฟื้นตัวจากแรงขายปลายสัปดาห์ได้บางส่วน
3. ข้อมูลออกมาผสมกัน
หากตัวเลขการจ้างงานดูแข็งแรง แต่ค่าจ้างหรือชั่วโมงทำงานชะลอลง หรือข้อมูล ADP กับ Nonfarm Payrolls ให้สัญญาณคนละทิศ ตลาดอาจยังไม่สามารถสรุปแนวโน้มดอกเบี้ยได้ชัดเจน
สถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้ทองคำแกว่งตัวกว้าง โดยราคาตอบสนองต่อข้อมูลแต่ละรายการอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ตลาดจะเลือกทิศทางชัดเจนขึ้นหลังรายงานวันศุกร์
กรอบราคาทองคำที่ต้องติดตาม
การปรับลงแรงปลายสัปดาห์ทำให้โมเมนตัมระยะสั้นอ่อนตัวลง โดยบริเวณ 4,600–4,605 ดอลลาร์กลายเป็นจุดวัดสำคัญว่าราคาจะเริ่มฟื้นตัวหรือยังอยู่ภายใต้แรงขาย
| ระดับ | กรอบราคาที่ติดตาม |
|---|---|
| แนวต้านแรก | 4,600–4,605 ดอลลาร์ |
| แนวต้านถัดไป | 4,640–4,655 ดอลลาร์ |
| แนวต้านสำคัญ | 4,680–4,700 ดอลลาร์ |
| แนวรับแรก | 4,550–4,525 ดอลลาร์ |
| แนวรับถัดไป | 4,500–4,480 ดอลลาร์ |
| แนวรับลึก | 4,450–4,400 ดอลลาร์ |
หากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นเหนือ 4,600–4,605 ดอลลาร์ได้ ภาพระยะสั้นจะยังมีลักษณะของการพักฐาน แต่หากกลับขึ้นยืนเหนือ 4,640–4,655 ดอลลาร์ได้ต่อเนื่อง แรงกดดันอาจเริ่มลดลง และตลาดอาจกลับไปทดสอบบริเวณ 4,680–4,700 ดอลลาร์อีกครั้ง
ในทางกลับกัน หากหลุดบริเวณ 4,525 ดอลลาร์ ต้องติดตามแรงรับใกล้ 4,500–4,480 ดอลลาร์ โดยเฉพาะในช่วงประกาศข้อมูลแรงงานซึ่งราคาอาจเคลื่อนไหวเร็วและมีความผันผวนสูงกว่าปกติ
ระดับราคาดังกล่าวเป็นกรอบสำหรับติดตามภาวะตลาดจากการเคลื่อนไหวรอบล่าสุด ไม่ใช่จุดแนะนำให้ซื้อหรือขาย
ราคาทองไทยต้องจับตาค่าเงินบาทควบคู่กัน
ทิศทางราคาทองคำในประเทศอาจไม่เคลื่อนไหวในอัตราเดียวกับ Gold Spot เนื่องจากยังมีค่าเงินบาทเป็นตัวแปรสำคัญ
หากราคาทองโลกอ่อนตัวแต่เงินบาทอ่อนค่าลง ผลกระทบต่อราคาทองไทยอาจถูกชดเชยบางส่วน แต่หาก Gold Spot ปรับลงพร้อมกับเงินบาทแข็งค่า ราคาทองในประเทศอาจเผชิญแรงกดดันมากขึ้น
ในทางกลับกัน หากทองโลกฟื้นตัวและเงินบาทยังอ่อนค่า ราคาทองไทยอาจได้รับแรงหนุนจากทั้งสองปัจจัย ดังนั้น การติดตามเฉพาะราคาทองโลกโดยไม่พิจารณา USD/THB อาจทำให้ประเมินทิศทางทองไทยคลาดเคลื่อนได้
5 ตัวแปรที่ควรติดตามตลอดสัปดาห์
- ความน่าจะเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนจาก CME FedWatch
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ โดยเฉพาะรุ่นอายุ 2 ปีและ 10 ปี
- ทิศทางดัชนีดอลลาร์สหรัฐ
- รายละเอียดของ NFP ทั้งค่าจ้าง อัตราว่างงาน และการปรับย้อนหลัง
- ค่าเงินบาท ซึ่งจะกำหนดว่าราคาทองไทยตอบสนองต่อ Gold Spot มากน้อยเพียงใด
สรุปแนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์หน้า
แนวโน้มราคาทองคำในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม–4 กันยายน 2569 ยังมีแรงกดดันในระยะสั้น หลังตลาดเพิ่มความคาดหวังว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ย และราคายังไม่สามารถกลับขึ้นเหนือบริเวณ 4,600 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง
อย่างไรก็ตาม ทิศทางทั้งสัปดาห์ยังไม่ได้ถูกกำหนดจากถ้อยแถลงของ Warsh เพียงปัจจัยเดียว เพราะข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐตั้งแต่ JOLTS, ADP จนถึง Nonfarm Payrolls อาจทำให้ตลาดเปลี่ยนการประเมินดอกเบี้ยได้อีกครั้ง
ข้อมูลแรงงานที่แข็งแรงอาจเพิ่มแรงกดดันต่อทองคำผ่านดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ ขณะที่ข้อมูลอ่อนแออาจลดความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยและช่วยให้ทองคำฟื้นตัว
กรอบสำคัญในช่วงต้นสัปดาห์อยู่ที่แนวรับ 4,550–4,525 ดอลลาร์ และแนวต้าน 4,600–4,605 ดอลลาร์ ก่อนที่ข้อมูลแรงงานช่วงกลางถึงปลายสัปดาห์จะเป็นตัวกำหนดว่าราคาจะพักฐานลึกขึ้นหรือเริ่มกลับมาทรงตัว
หมายเหตุ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข่าวสารและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ มิใช่คำแนะนำในการลงทุน มิใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่งและพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ


















