ราคาทองคำตลาดโลกประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2569 อยู่ในภาวะฟื้นตัวระยะสั้น หลังร่วงหลุดระดับ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในคืนที่ผ่านมา จากแรงกดดันของข้อมูลเงินเฟ้อ PCE สหรัฐที่ออกมาสูงกว่าคาดบางส่วน ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรฟื้นตัว
แม้ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงในรอบหลายเดือน และยังได้รับแรงพยุงจากความกังวลเรื่องหนี้สหรัฐ ตลาดพันธบัตร และธีมการลดพึ่งพาดอลลาร์ แต่แรงซื้อระยะสั้นเริ่มชะลอลง หลังข้อมูล PCE ทำให้ตลาดยังไม่สามารถตัดความเสี่ยงเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดออกไปได้
ภาพรวมวันนี้จึงเป็นภาวะ “ทองฟื้นหลังหลุด 4,600 ดอลลาร์ แต่ยังรอ Jackson Hole” โดยตลาดจะจับตาการประชุม Jackson Hole ซึ่งเริ่มขึ้นแล้ว และถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ในวันศุกร์ เพื่อประเมินว่าเฟดจะให้น้ำหนักกับเงินเฟ้อ หรือสัญญาณเศรษฐกิจชะลอมากกว่ากัน
PCE สหรัฐกดทองหลุด $4,600
ในคืนวันที่ 26 สิงหาคม ราคาทองคำอ่อนตัวลงแรง หลังข้อมูล PCE สหรัฐเดือนกรกฎาคมออกมาไม่ผ่อนคลายเท่าที่ตลาดต้องการ โดยตัวเลข PCE เพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน
แม้ Core PCE ซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงานจะเพิ่มขึ้นตามคาด แต่ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปที่สูงกว่าคาดบางส่วนทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้อของสหรัฐยังไม่จบลงง่าย
เมื่อเงินเฟ้อไม่ลดลงชัดเจน ดอลลาร์สหรัฐและยีลด์พันธบัตรจึงฟื้นตัวขึ้น และกดดันราคาทองคำ เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย และมักเผชิญแรงขายเมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
Kitco ชี้แรงขายมาจากดอลลาร์ ยีลด์ และการทำกำไร
รายงาน Kitco PM Report ระบุว่า Spot Gold ปลายตลาดสหรัฐวันที่ 26 สิงหาคม เคลื่อนไหวใกล้ 4,591 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงกว่า 1% ขณะที่ Spot Silver อ่อนตัวลงเช่นกัน
แรงกดดันหลักมาจากข้อมูล PCE ที่ทำให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับความเสี่ยงเงินเฟ้อ ดันยีลด์พันธบัตรและดอลลาร์ให้แข็งขึ้น พร้อมกระตุ้นแรงขายทำกำไรในกลุ่มโลหะมีค่า หลังราคาทองคำปรับขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า
Kitco ระบุด้วยว่าราคาทองคำไม่สามารถรักษาพื้นที่แนวต้าน 4,630–4,650 ดอลลาร์ไว้ได้ ทำให้ตลาดเริ่มระวังว่าทองคำอาจต้องพักฐานระยะสั้น หากยังไม่สามารถกลับขึ้นมายืนเหนือโซนดังกล่าวได้อย่างมั่นคง
ดอลลาร์ใกล้สูงสุด 8 วัน กดดันทองคำช่วงเช้า
เข้าสู่วันที่ 27 สิงหาคม ดอลลาร์สหรัฐยังทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 8 วัน หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐทำให้ตลาดเพิ่มความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยเฟด
ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นทำให้ราคาทองคำที่ซื้อขายด้วยดอลลาร์มีต้นทุนสูงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น และมักจำกัดแรงซื้อในตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวบางส่วนในช่วงเช้า โดย Trading Economics แสดงราคาทองคำกลับขึ้นมาใกล้ 4,617 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนว่าตลาดยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นลบเต็มตัว แต่กำลังรอปัจจัยใหม่จาก Jackson Hole
Fed ยังเป็นตัวแปรหลักของตลาด
หลังข้อมูล PCE ออกมา ตลาดยังให้น้ำหนักว่าเฟดมีโอกาสคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนมากกว่าขึ้นดอกเบี้ย แต่โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเริ่มขยับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนประกาศข้อมูลเงินเฟ้อ
ประเด็นนี้ทำให้ตลาดทองคำยังแกว่งตามการตีความนโยบายเฟดอย่างใกล้ชิด หากเฟดส่งสัญญาณระมัดระวังต่อเงินเฟ้อ ดอลลาร์และยีลด์อาจแข็งขึ้นต่อ และกดดันทองคำ
แต่หากเฟดให้น้ำหนักกับเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอ และส่งสัญญาณว่าพร้อมรอดูข้อมูลเพิ่มเติม ทองคำอาจได้แรงหนุนกลับจากดอลลาร์ที่อ่อนลงและยีลด์ที่ผ่อนลง
Jackson Hole คือจุดตัดสินใจถัดไป
การประชุม Jackson Hole เริ่มขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคม และจะเป็นเวทีสำคัญที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตา โดยเฉพาะถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ในวันศุกร์
ตลาดต้องการฟังน้ำเสียงของเฟดต่อ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ เงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย ความเสี่ยงจากยีลด์พันธบัตรระยะยาว และความกังวลต่อเสถียรภาพของตลาดพันธบัตรสหรัฐ
หากถ้อยแถลงของ Warsh เน้นความเสี่ยงเงินเฟ้อและเปิดทางต่อการขึ้นดอกเบี้ย ราคาทองคำอาจเผชิญแรงขายทำกำไรเพิ่มเติม
แต่หาก Warsh ส่งสัญญาณว่าข้อมูลเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอควรทำให้เฟดรอดูข้อมูลต่อ ตลาดอาจกลับมาให้น้ำหนักบวกต่อทองคำอีกครั้ง
จีนดันธีม Gold Road และลดพึ่งพาดอลลาร์
นอกจากปัจจัยระยะสั้นจาก PCE และ Jackson Hole แล้ว ข่าวเชิงโครงสร้างที่ตลาดทองคำให้ความสนใจคือรายงานเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ Gold Road ของจีน
รายงานจาก S&P Global ที่ Kitco นำเสนอระบุว่า จีนมองทองคำเป็นแร่ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงแห่งชาติ และเป้าหมายการลดการพึ่งพาดอลลาร์
ยุทธศาสตร์ Gold Road มีเป้าหมายส่งเสริมการซื้อขายและชำระราคาทองคำด้วยเงินหยวน รวมถึงการสร้างเครือข่ายคลังเก็บทองคำระหว่างประเทศ โดยฮ่องกงถูกวางให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของโครงสร้างดังกล่าว
ประเด็นนี้ไม่ได้เป็นตัวกำหนดราคาทองคำรายวันโดยตรง แต่ช่วยเสริมภาพระยะกลางถึงยาวว่า ทองคำยังมีบทบาทสำคัญในระบบการเงินโลก โดยเฉพาะในประเทศที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาดอลลาร์
ฮ่องกงและอุปสงค์ทองคำจีนยังช่วยพยุงภาพตลาด
Trading Economics ระบุว่าการนำเข้าทองคำสุทธิของจีนผ่านฮ่องกงเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นราว 11% จากเดือนก่อนหน้า โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการลงทุนที่เพิ่มขึ้น
ปัจจัยนี้ช่วยสะท้อนว่า แม้ราคาทองคำจะอยู่ในระดับสูง แต่ความต้องการทองคำในเอเชียยังมีบทบาทต่อภาพรวมตลาดโลก
ในมุมข่าวรายวัน อุปสงค์จีนยังเป็นเพียงปัจจัยเสริม เพราะราคาทองคำระยะสั้นยังขึ้นอยู่กับดอลลาร์ ยีลด์ เงินเฟ้อ และท่าทีเฟดเป็นหลัก แต่ในมุมโครงสร้าง แรงซื้อจากจีนยังช่วยพยุงภาพตลาดทองคำระยะกลาง
มุมมองเทคนิค: ระวังสัญญาณพักฐานหลังขึ้นแรง
บทความเชิงความเห็นของ Kitco ระบุว่า ทองคำเริ่มมีสัญญาณเทคนิคที่ต้องติดตาม หลังเกิดรูปแบบ Evening Star ซึ่งอาจสะท้อนความเสี่ยงของการพักฐานระยะสั้น แต่ยังต้องรอการยืนยันจากพฤติกรรมราคาเพิ่มเติม
จุดสำคัญคือราคาทองคำต้องรักษาแนวรับสำคัญและกลับขึ้นมายืนเหนือโซนที่หลุดลงมาให้ได้ หากแรงขายไม่ต่อเนื่องและราคาฟื้นกลับเหนือ 4,630–4,650 ดอลลาร์ ตลาดอาจลดแรงกดดันระยะสั้นลง
แต่หากราคายังอยู่ต่ำกว่าโซนดังกล่าว และดอลลาร์กับยีลด์ยังแข็งขึ้นต่อ ภาพพักฐานอาจชัดเจนมากขึ้น
กรอบราคาจาก gold.in.th: โซน $4,619–4,653 ยังเป็นด่านสำคัญ
จากบทวิเคราะห์ของ gold.in.th วันที่ 26 สิงหาคม 2569 โซนสำคัญของตลาดอยู่ที่ 4,619–4,653 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ตัดสินใจของราคาทองคำระยะสั้น
ก่อนข้อมูล PCE ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวบริเวณ 4,640–4,660 ดอลลาร์ และยังไม่เสียภาพใหญ่ แต่แรงซื้อในกรอบสั้นเริ่มชะลอ
หลัง PCE ทำให้ราคาหลุดต่ำกว่า 4,600 ดอลลาร์ ตลาดจึงต้องจับตาว่าราคาจะกลับขึ้นมายืนเหนือ 4,619 และ 4,653 ดอลลาร์ได้หรือไม่
หากราคากลับขึ้นเหนือ 4,653 ดอลลาร์ได้ ภาพระยะสั้นอาจเริ่มลดแรงกดดัน และมีโอกาสกลับไปทดสอบโซน 4,701–4,745 ดอลลาร์
แต่หากราคายังยืนเหนือ 4,619 ดอลลาร์ไม่ได้ และอ่อนตัวต่ำกว่า 4,600 ดอลลาร์อีกครั้ง ตลาดอาจเพิ่มน้ำหนักต่อการพักฐาน โดยแนวรับถัดไปอยู่ที่ 4,573 / 4,545 / 4,500 ดอลลาร์ ตามกรอบที่ตลาดต่างประเทศจับตา
กรอบราคาดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายทองคำหรือสินทรัพย์ใด ๆ
ข่าวที่ตลาดทองคำต้องติดตามต่อ
ประเด็นแรกคือคำกล่าวของ Kevin Warsh ที่ Jackson Hole วันศุกร์ ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางเฟด ดอลลาร์ ยีลด์ และราคาทองคำ
ประเด็นที่สองคือการเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐ หากดอลลาร์ยังแข็งต่อ ทองคำอาจถูกกดดันจากต้นทุนการถือครองในสกุลเงินอื่น
ประเด็นที่สามคือยีลด์พันธบัตรสหรัฐ โดยเฉพาะระยะกลางและยาว หากยีลด์ฟื้นตัวต่อ อาจเพิ่มแรงขายทำกำไรในทองคำ
ประเด็นที่สี่คือสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซและราคาน้ำมัน เพราะแม้น้ำมันจะอ่อนลงบางช่วง แต่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่จบ และอาจกลับมากระทบเงินเฟ้อได้
ประเด็นสุดท้ายคือแรงซื้อเชิงโครงสร้างจากจีน ETF ทองคำ และธนาคารกลาง ซึ่งยังเป็นฉากหลังสำคัญของตลาดทองคำ แม้ราคาจะผันผวนตามข้อมูลเฟดในระยะสั้น
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ฟื้นตัวบางส่วนหลังหลุดต่ำกว่า 4,600 ดอลลาร์ในคืนที่ผ่านมา โดยแรงกดดันหลักมาจากข้อมูล PCE สหรัฐที่สูงกว่าคาดบางส่วน ดอลลาร์ที่แข็งขึ้น และยีลด์พันธบัตรที่ฟื้นตัว
แม้ภาพระยะสั้นเริ่มมีแรงกดดันจากการขายทำกำไร แต่ทองคำยังได้รับแรงพยุงจากความกังวลต่อหนี้สหรัฐ ตลาดพันธบัตร และธีมการลดพึ่งพาดอลลาร์ โดยเฉพาะจากข่าวยุทธศาสตร์ Gold Road ของจีน
ช่วงต่อไปตลาดจะจับตา Jackson Hole และถ้อยแถลงของ Kevin Warsh เป็นหลัก หากเฟดส่งสัญญาณเข้มงวดต่อเงินเฟ้อ ทองคำอาจถูกกดดันต่อ แต่หากเฟดส่งสัญญาณรอดูข้อมูล ตลาดอาจกลับมาหนุนทองคำอีกครั้ง
ระยะสั้น โซน 4,619–4,653 ดอลลาร์ยังเป็นด่านสำคัญ หากราคากลับขึ้นมายืนได้ ภาพพักฐานอาจเริ่มผ่อนลง แต่หากยังยืนไม่ได้ ตลาดอาจแกว่งตัวผันผวนและต้องจับตาแนวรับล่างต่อไป
เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ


















