ราคาทองคำตลาดโลกประจำวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ยังเคลื่อนไหวเหนือระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังปรับขึ้นแรงในช่วงกลางสัปดาห์จากแรงหนุนของตลาดพันธบัตรสหรัฐ และการอ่อนค่าของดอลลาร์
แรงขับหลักยังมาจากการที่กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว ซึ่งทำให้ยีลด์พันธบัตรระยะยาวลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงก่อนหน้า และช่วยเปิดทางให้ราคาทองคำทะลุโซน 4,500 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศตลาดวันนี้เริ่มระมัดระวังมากขึ้น เพราะยีลด์บางช่วงเริ่มฟื้นตัวกลับ ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง และ Fed Minutes ล่าสุดยังสะท้อนว่าเจ้าหน้าที่เฟดยังคงกังวลต่อเงินเฟ้อ
ภาพรวมจึงเป็นภาวะ “ทองยังยืนสูง แต่แรงซื้อเริ่มต้องพิสูจน์ตัวเอง” โดยจุดสำคัญของตลาดวันนี้อยู่ที่การรักษาฐานเหนือ 4,500 ดอลลาร์ และการรอดูข้อมูล Flash PMI สหรัฐ ซึ่งอาจช่วยชี้ภาพกิจกรรมเศรษฐกิจและทิศทางดอกเบี้ยในช่วงถัดไป
19 ส.ค.: แผนซื้อคืนพันธบัตรสหรัฐจุดชนวนทองทะลุ $4,500
แรงเคลื่อนไหวสำคัญของตลาดเกิดขึ้นหลังสหรัฐประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 10 ปี 20 ปี และ 30 ปี
มาตรการนี้ถูกตลาดตีความว่าเป็นความพยายามช่วยลดแรงกดดันต่อต้นทุนการกู้ยืมระยะยาว หลังยีลด์พันธบัตรระยะยาวเคยพุ่งสูงก่อนหน้านี้ และสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เช่น ทองคำ
เมื่อยีลด์ระยะยาวลดลง ดอลลาร์อ่อนลง และตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับทองคำมากขึ้น ราคาทองคำจึงพุ่งแรงทะลุแนวต้านสำคัญ และขึ้นไปแตะเหนือระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์
การทะลุระดับดังกล่าวมีนัยต่อบรรยากาศตลาด เพราะก่อนหน้านี้บริเวณ 4,450–4,500 ดอลลาร์เป็นพื้นที่ที่มีแรงขายทำกำไรออกมาหลายครั้ง แต่รอบนี้แรงซื้อจากฝั่งพันธบัตรและดอลลาร์ช่วยให้ราคาผ่านขึ้นมาได้
20 ส.ค.: ทองทรงตัวเหนือ $4,500 ขณะที่ Silver เด่นกว่า
รายงานจาก Kitco PM Report ระบุว่าในช่วงปลายตลาดสหรัฐวันที่ 20 สิงหาคม Spot Gold เคลื่อนไหวใกล้ 4,516 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงเล็กน้อย ขณะที่ Spot Silver ปรับขึ้นแรงกว่าและเคลื่อนไหวใกล้ 67.96 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดโลหะมีค่ายังได้รับแรงหนุนจากโมเมนตัมหลังการทะลุแนวต้าน แต่ทองคำเริ่มถูกจำกัดแรงขึ้นมากกว่า Silver เพราะราคาทองคำมีความอ่อนไหวต่อทิศทางยีลด์และดอลลาร์โดยตรง
ช่วงเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ หลังแรงผ่อนคลายจากแผนซื้อคืนพันธบัตรเริ่มจางลง และยีลด์พันธบัตรเริ่มฟื้นตัวกลับบางส่วน ทำให้นักลงทุนกลับมาใช้ท่าทีระมัดระวัง
ยีลด์ฟื้นกลับ กดแรงขึ้นของทองคำ
แม้ทองคำได้รับแรงหนุนจากยีลด์ที่ลดลงในช่วงก่อนหน้า แต่ล่าสุดแรงกดดันจากตลาดพันธบัตรยังไม่หมดไปทั้งหมด
Kitco ระบุว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีฟื้นกลับมาใกล้ 4.7% ขณะที่ยีลด์อายุ 30 ปีขยับขึ้นใกล้ 5.23% หลังตลาดเริ่มประเมินว่าการซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐอาจช่วยลดแรงกดดันได้ในระยะสั้น แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะกดต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวได้ถาวรเพียงใด
สำหรับทองคำ ยีลด์ที่สูงขึ้นเป็นแรงกดดันสำคัญ เพราะทำให้ต้นทุนโอกาสของการถือครองทองคำเพิ่มขึ้น
ดังนั้น แม้ราคาทองคำยังยืนเหนือ 4,500 ดอลลาร์ได้ แต่การฟื้นของยีลด์ทำให้ตลาดต้องระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้น โดยเฉพาะหลังราคาปรับขึ้นเร็วในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้า
Fed Minutes ยังห่วงเงินเฟ้อ ไม่ใช่สัญญาณผ่อนคลายเต็มตัว
อีกประเด็นที่ตลาดยังต้องจับตาคือรายงานการประชุม FOMC หรือ Fed Minutes ล่าสุด ซึ่งสะท้อนว่าเจ้าหน้าที่เฟดยังไม่สบายใจกับเงินเฟ้อ
รายงานดังกล่าวระบุว่ามีเจ้าหน้าที่บางส่วนสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมที่ผ่านมา และบางส่วนยังเห็นว่าการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจจำเป็น หากเงินเฟ้อไม่กลับเข้าสู่เป้าหมาย 2%
ประเด็นนี้ทำให้ตลาดทองคำยังไม่สามารถตีความภาพนโยบายการเงินเป็นบวกเต็มตัว แม้ยีลด์และดอลลาร์จะอ่อนลงจากแรงหนุนของแผนซื้อคืนพันธบัตรก็ตาม
กล่าวอีกด้านหนึ่ง ราคาทองคำกำลังได้รับแรงหนุนจากตลาดพันธบัตร แต่ยังถูกคานด้วยความเสี่ยงด้านนโยบายการเงิน หากเงินเฟ้อหรือน้ำมันกลับมากดดันตลาดอีกครั้ง
Jobless Claims และ Philadelphia Fed ออกมาแข็งกว่าคาด
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่รายงานล่าสุดยังเพิ่มความซับซ้อนให้กับมุมมองตลาด
Kitco ระบุว่า Initial Jobless Claims ลดลงมาอยู่ที่ 206,000 ราย ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 210,000 ราย ขณะที่ Philadelphia Fed Manufacturing Index เพิ่มขึ้นเป็น 47.4 จาก 41.4 ในเดือนก่อนหน้า และสูงกว่าที่ตลาดคาดอย่างมาก
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าบางส่วนของเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแรง โดยเฉพาะภาคการผลิตในบางภูมิภาค และอาจทำให้ตลาดยังไม่สามารถปิดความเสี่ยงเรื่องเฟดขึ้นดอกเบี้ยได้ทั้งหมด
สำหรับทองคำ ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแรงอาจทำให้ดอลลาร์และยีลด์ฟื้นตัว ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น
น้ำมันและฮอร์มุซยังเป็นตัวแปรเงินเฟ้อ
ราคาน้ำมันยังเป็นอีกตัวแปรสำคัญของตลาดทองคำในช่วงนี้ โดย Brent กลับขึ้นเหนือ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI เคลื่อนไหวใกล้ 87–88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แรงหนุนของน้ำมันยังมาจากความไม่แน่นอนในช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐและอิหร่านยังไม่สามารถหาข้อสรุปในการเจรจาได้ และตลาดยังประเมินความเสี่ยงด้านการขนส่งพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย
สำหรับทองคำ ปัจจัยฮอร์มุซยังมีผลสองด้าน ด้านหนึ่ง ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ช่วยพยุงแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่อีกด้านหนึ่ง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจทำให้ตลาดกลับมากังวลเงินเฟ้อ และดันยีลด์กับคาดการณ์ดอกเบี้ยให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นแรงคานต่อทองคำ
มุมมองจาก ByteTree: ตลาดจับตานโยบายรัฐต่อพันธบัตรและดอลลาร์
นอกเหนือจากข่าวรายวัน ตลาดยังให้ความสนใจกับมุมมองของ Charlie Morris จาก ByteTree ซึ่งให้สัมภาษณ์กับ Kitco ว่าการแทรกแซงผ่านการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐมีลักษณะคล้ายการใช้นโยบายเพื่อกดต้นทุนการกู้ยืม และทำให้ทองคำกลับมาได้รับความสนใจมากขึ้น
มุมมองดังกล่าวสะท้อนธีมที่ตลาดกำลังพูดถึงมากขึ้น คือความกังวลต่อภาระหนี้สหรัฐ ต้นทุนดอกเบี้ย และเสถียรภาพของดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้เป็นมุมมองเชิงวิเคราะห์ระยะกลางถึงยาว ไม่ใช่ตัวกำหนดราคาทองคำรายวันโดยตรง และควรถูกใช้เป็นข้อมูลประกอบภาพใหญ่เท่านั้น
มุมมองระยะยาวแรงขึ้น แต่ต้องแยกจากข่าวรายวัน
อีกข่าวที่ถูกพูดถึงในตลาดคือความเห็นของ Thomas Kaplan ซึ่งระบุผ่าน Kitco ว่าทองคำอาจปรับขึ้นได้มากในระยะยาว โดยมองไปถึงระดับสูงกว่าปัจจุบันหลายเท่า
แม้ความเห็นลักษณะนี้สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อทองคำจากนักลงทุนบางกลุ่ม แต่ควรแยกออกจากข่าวราคาทองคำรายวัน เพราะเป็นการคาดการณ์ระยะยาวที่มีความไม่แน่นอนสูง
สำหรับการติดตามตลาดในระยะสั้น ปัจจัยที่ยังมีน้ำหนักมากกว่าคือยีลด์พันธบัตร ดอลลาร์ ราคาน้ำมัน ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ และท่าทีของเฟด
21 ส.ค.: ทองยังยืนเหนือ $4,500 แต่ต้องระวังแรงขายทำกำไร
เข้าสู่เช้าวันที่ 21 สิงหาคม ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวบริเวณ 4,510–4,520 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามกรอบที่ gold.in.th ระบุ โดยราคายังสามารถรักษาพื้นที่เหนือ 4,500 ดอลลาร์ได้
ภาพระยะสั้นยังอยู่ในฝั่งบวก แต่หลังราคาปรับขึ้นแรงจากโซน 4,300 ดอลลาร์ขึ้นมาทดสอบเหนือ 4,500 ดอลลาร์ในเวลาไม่นาน ตลาดจึงต้องระวังแรงขายทำกำไรสลับออกมา
จุดสำคัญของวันนี้จึงอยู่ที่การรักษาฐานเหนือ 4,500–4,503 ดอลลาร์ หากราคายังยืนเหนือโซนนี้ได้ โมเมนตัมฝั่งบวกยังมีโอกาสต่อเนื่อง
แต่หากราคาหลุดต่ำกว่า 4,500 ดอลลาร์ ตลาดจะหันไปจับตาโซน 4,464–4,466 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญถัดไป
กรอบราคาจาก gold.in.th: $4,500 คือด่านรักษาโมเมนตัม
จากบทวิเคราะห์ของ gold.in.th วันที่ 21 สิงหาคม 2569 โครงสร้างราคาทองคำยังอยู่เหนือ Pivot สำคัญในหลายกรอบเวลา โดยระดับ 4,503 ดอลลาร์เป็นจุดชี้วัดโมเมนตัมระยะสั้น
แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,556–4,560 ดอลลาร์ และ 4,582–4,594 ดอลลาร์ หากราคาผ่านได้ อาจเปิดพื้นที่สู่บริเวณ 4,600 ดอลลาร์ขึ้นไป
ด้านแนวรับ โซนแรกอยู่ที่ 4,500–4,503 ดอลลาร์ หากหลุดลงมาให้จับตา 4,464–4,466 ดอลลาร์ ตามด้วย 4,427–4,413 ดอลลาร์ และ 4,405 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม RSI ในกรอบ 4 ชั่วโมงและรายวันอยู่ใกล้ 67 สะท้อนว่าแรงซื้อยังมีอยู่ แต่ราคากำลังเข้าใกล้พื้นที่ที่อาจเห็นแรงขายทำกำไรได้ง่ายขึ้น
กรอบราคาดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายทองคำหรือสินทรัพย์ใด ๆ
คืนนี้จับตา Flash PMI สหรัฐ
ปัจจัยสำคัญช่วงท้ายสัปดาห์คือ S&P Global Flash PMI ของสหรัฐ ซึ่งจะช่วยสะท้อนภาพกิจกรรมเศรษฐกิจเบื้องต้นของเดือนสิงหาคม
หากตัวเลข PMI ออกมาแข็งแรงกว่าคาด ตลาดอาจกลับมาตีความว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังมีแรงส่ง และเฟดอาจยังต้องระวังเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้ดอลลาร์และยีลด์ฟื้นตัว และกดดันทองคำหลังขึ้นแรง
แต่หาก PMI ออกมาอ่อนกว่าคาด ตลาดอาจลดความกังวลเรื่องดอกเบี้ย และช่วยพยุงทองคำให้ยืนเหนือ 4,500 ดอลลาร์ต่อไปได้
นอกจากนี้ ตลาดยังต้องติดตามราคาน้ำมันและข่าวช่องแคบฮอร์มุซ เพราะหากน้ำมันปรับขึ้นต่อ ความกังวลเงินเฟ้อจากพลังงานอาจกลับมากดดันตลาดอีกครั้ง
สัปดาห์หน้าจับตา Jackson Hole
นอกจากข้อมูล PMI แล้ว ตลาดยังเตรียมจับตาการประชุม Jackson Hole Economic Policy Symposium ปี 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27–29 สิงหาคม ภายใต้หัวข้อ “Financial Innovation: Implications for Payments and Policy”
เวทีดังกล่าวมักเป็นพื้นที่ที่ธนาคารกลางและนักเศรษฐศาสตร์ใช้สื่อสารมุมมองเชิงนโยบาย ทำให้ตลาดทองคำ ดอลลาร์ พันธบัตร และสินทรัพย์เสี่ยงอาจตอบสนองต่อถ้อยแถลงสำคัญจากเจ้าหน้าที่เฟด
สำหรับทองคำ ประเด็นที่ต้องติดตามคือเฟดจะเน้นความเสี่ยงเงินเฟ้อ หรือให้น้ำหนักกับสัญญาณเศรษฐกิจชะลอมากกว่ากัน เพราะจะมีผลต่อคาดการณ์ดอกเบี้ย ยีลด์พันธบัตร และดอลลาร์ในช่วงต่อไป
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ยังยืนเหนือระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังได้แรงหนุนจากแผนซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวของกระทรวงการคลังสหรัฐ ซึ่งช่วยกดยีลด์และดอลลาร์อ่อนลงในช่วงก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม แรงบวกเริ่มชะลอ เพราะยีลด์บางช่วงฟื้นกลับ ราคาน้ำมันยังสูง และ Fed Minutes ล่าสุดยังสะท้อนว่าเจ้าหน้าที่เฟดยังกังวลเงินเฟ้อ รวมถึงยังมีบางส่วนที่เปิดทางต่อการขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อไม่กลับสู่เป้าหมาย
ระยะสั้น ตลาดจับตาการยืนเหนือ 4,500–4,503 ดอลลาร์ หากรักษาได้ ราคายังมีโอกาสทดสอบ 4,556–4,560 และ 4,582–4,594 ดอลลาร์ แต่หากหลุดลงมา โซน 4,464–4,466 ดอลลาร์จะเป็นแนวรับสำคัญที่ต้องติดตาม
คืนนี้ตลาดรอ Flash PMI สหรัฐ ขณะที่สัปดาห์หน้าจะมี Jackson Hole ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางดอลลาร์ ยีลด์พันธบัตร และราคาทองคำในช่วงปลายเดือนสิงหาคม
หมายเหตุ
เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ


















