ราคาทองคำตลาดโลกประจำวันที่ 19 สิงหาคม 2569 อ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวใกล้บริเวณ 4,340 ดอลลาร์ต่อออนซ์
หลังถูกขายทำกำไรจากโซนเหนือ 4,400 ดอลลาร์ และเผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ปรับสูงขึ้น ราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง และแรงขายหุ้นเทคโนโลยีที่ทำให้บรรยากาศตลาดการเงินระมัดระวังมากขึ้น
แม้ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าบางช่วง และตลาดยังลดคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน แต่แรงหนุนดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะพยุงทองคำให้อยู่เหนือ 4,400 ดอลลาร์ได้
จุดโฟกัสสำคัญของวันนี้อยู่ที่รายงานการประชุม FOMC หรือ Fed Minutes จากการประชุมวันที่ 28–29 กรกฎาคม ซึ่งจะเผยแพร่ในคืนวันที่ 19 สิงหาคมตามเวลาสหรัฐ หรือช่วงดึกถึงเช้ามืดตามเวลาไทย โดยตลาดจะใช้รายงานนี้ประเมินว่าคณะกรรมการเฟดให้น้ำหนักกับเงินเฟ้อ เศรษฐกิจ และความเสี่ยงจากราคาพลังงานอย่างไร
17 ส.ค.: ทองได้แรงหนุนจากดอลลาร์อ่อนและเฟดคงดอกเบี้ย
ในช่วงต้นสัปดาห์ ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่า และการที่ตลาดลดคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน
แรงหนุนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐหลายชุดออกมาอ่อนลงก่อนหน้านี้ ทั้งตัวเลขแรงงาน เงินเฟ้อ CPI และ PPI ยอดค้าปลีก และความเชื่อมั่นผู้บริโภค ทำให้ตลาดเริ่มมองว่าเฟดอาจมีเหตุผลมากขึ้นในการคงดอกเบี้ยเพื่อรอดูข้อมูลเพิ่มเติม
ราคาทองคำจึงขยับขึ้นใกล้ 4,400 ดอลลาร์ และยังมีแรงซื้อจากกลุ่มที่มองว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่ใช้กระจายความเสี่ยงได้ในช่วงที่เศรษฐกิจและนโยบายการเงินยังไม่แน่นอน
18 ส.ค.: ยีลด์พันธบัตรพุ่ง กดทองถอยจากโซนสูง
แรงกดดันเริ่มกลับมาในวันที่ 18 สิงหาคม หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของหลายประเทศปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีที่ขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007
ยีลด์ที่สูงขึ้นเป็นแรงกดดันทองคำโดยตรง เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น ต้นทุนโอกาสของการถือทองคำจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
Reuters รายงานว่า Spot Gold ลดลงมาอยู่ใกล้ 4,364.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ Gold Futures เดือนธันวาคมปิดลดลงมาอยู่ใกล้ 4,420.60 ดอลลาร์ หลังตลาดพันธบัตรทั่วโลกถูกขายจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและต้นทุนการกู้ยืมระยะยาว
น้ำมันและฮอร์มุซทำให้เงินเฟ้อยังเป็นประเด็น
อีกแรงกดดันสำคัญคือราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูงจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน และความไม่แน่นอนเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ
Reuters ระบุว่าความหวังต่อข้อตกลงสหรัฐ–อิหร่านหยุดชะงัก หลังประธานาธิบดี Donald Trump ระบุว่าอิหร่านไม่น่าจะยอมรับเงื่อนไขเพื่อยุติความขัดแย้ง ขณะที่อิหร่านยังยืนกรานว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังปิดอยู่จนกว่าสหรัฐจะยอมรับเงื่อนไขของข้อตกลงชั่วคราว
ประเด็นนี้ทำให้ราคาน้ำมันยังเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะน้ำมันที่สูงขึ้นอาจเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดไม่สามารถตัดความเสี่ยงที่เฟดจะกลับมาเข้มงวดออกไปได้ทั้งหมด
สำหรับทองคำ ปัจจัยนี้มีผลสองทาง ด้านหนึ่ง ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ช่วยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่อีกด้านหนึ่ง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจดันยีลด์และคาดการณ์ดอกเบี้ยสูงขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อทองคำ
หุ้นเทคโนโลยีและ AI ถูกขาย เพิ่มแรงระวังในตลาด
Kitco PM Report ระบุว่า ปลายตลาดสหรัฐวันที่ 18 สิงหาคม ราคาทองคำและโลหะเงินอ่อนตัวลงชัดเจน ขณะที่ตลาดหุ้นอเมริกาเหนือปิดลบ โดยแรงขายนำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับกระแส AI
S&P 500, Dow Jones และ Nasdaq ปรับลดลงพร้อมกัน โดย Nasdaq อ่อนตัวแรงกว่าดัชนีหลักอื่น สะท้อนว่าตลาดเริ่มระมัดระวังต่อหุ้นกลุ่มเติบโตที่เคยได้รับแรงหนุนจากธีม AI
แม้โดยปกติความผันผวนในตลาดหุ้นอาจช่วยหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในรอบนี้แรงกดดันจากยีลด์ที่สูงและน้ำมันที่เพิ่มขึ้นมีน้ำหนักมากกว่า ทำให้ทองคำถูกขายตามกลุ่มโลหะมีค่าอื่นด้วย
ดอลลาร์อ่อนยังช่วยพยุง แต่ไม่พอชนะยีลด์
หนึ่งในปัจจัยที่ยังพยุงทองคำคือดอลลาร์สหรัฐที่ยังอ่อนค่าบางช่วง หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐก่อนหน้านี้ออกมาไม่แข็งแรง และตลาดลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเดือนกันยายน
ดอลลาร์ที่อ่อนค่ามักช่วยทองคำ เพราะทำให้ทองคำซึ่งซื้อขายด้วยดอลลาร์มีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น และอาจเพิ่มแรงซื้อในตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม รอบนี้แรงหนุนจากดอลลาร์อ่อนถูกหักล้างด้วยยีลด์พันธบัตรระยะยาวที่สูงขึ้น และราคาน้ำมันที่เพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ ทำให้ราคาทองคำไม่สามารถรักษาโซนเหนือ 4,400 ดอลลาร์ได้
19 ส.ค.: ทองอ่อนใกล้ $4,340 ก่อน Fed Minutes
เข้าสู่เช้าวันที่ 19 สิงหาคม ราคาทองคำอ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวใกล้ 4,340 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังหลุดโซน Pivot สำคัญ และภาพระยะสั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นการพักฐาน
จากบทวิเคราะห์ของ gold.in.th ราคาทองคำเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,340 ดอลลาร์ หลังเผชิญแรงขายจากโซนเหนือ 4,400 ดอลลาร์ และหลุด Pivot สำคัญบริเวณ 4,366–4,386 ดอลลาร์
สัญญาณระยะสั้นอ่อนตัวชัดเจนขึ้น แต่ RSI ในกรอบ 30 นาทีและ 1 ชั่วโมงลงสู่เขต Oversold แล้ว ทำให้ระหว่างทางยังอาจมีแรงรีบาวด์สลับขึ้นได้ ไม่ควรตีความว่าราคาจะปรับลงเป็นเส้นตรง
กรอบราคาจาก gold.in.th: หลุด Pivot จับตาแนวรับ $4,308
จากกรอบราคาของ gold.in.th จุดสำคัญของวันนี้อยู่ที่บริเวณ 4,366–4,386 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซน Pivot จากหลายกรอบเวลา หากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นเหนือบริเวณดังกล่าวได้ ภาพระยะสั้นยังมีน้ำหนักทางอ่อนตัว
แนวต้านแรกอยู่ที่ 4,366–4,386 ดอลลาร์ ตามด้วย 4,403–4,421 ดอลลาร์ และ 4,447–4,473 ดอลลาร์
ด้านแนวรับ โซนแรกอยู่ที่ 4,308–4,297 ดอลลาร์ หากยืนไม่อยู่ ตลาดอาจเปิดพื้นที่ลงสู่ 4,276–4,260 ดอลลาร์ และถัดไปบริเวณ 4,240 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก RSI ระยะสั้นเข้าสู่เขต Oversold แล้ว ตลาดอาจมีแรงรีบาวด์ระหว่างทาง โดยจุดที่จะช่วยลดภาพลบระยะสั้นคือการกลับขึ้นไปยืนเหนือ 4,386 ดอลลาร์ให้ได้
กรอบราคาดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายทองคำหรือสินทรัพย์ใด ๆ
Wells Fargo ยังมองบวก แต่ย้ำเส้นทางขึ้นไม่ราบรื่น
แม้ภาพระยะสั้นของทองคำจะอ่อนตัวลง แต่บางสถาบันยังคงมุมมองบวกต่อโลหะมีค่าในภาพระยะกลางถึงยาว
Kitco รายงานว่า Wells Fargo Investment Institute ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ และมองว่าราคาทองคำยังมีปัจจัยหนุนจากความต้องการของนักลงทุนต่างประเทศ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงเงินเฟ้อ และแรงซื้อของธนาคารกลาง
อย่างไรก็ตาม Wells Fargo ย้ำว่าเส้นทางขึ้นของทองคำอาจไม่ราบรื่น เพราะยังมีแรงกดดันจากนโยบายการเงินสหรัฐ และตลาดอาจเจอแนวต้านบริเวณ 4,500–4,900 ดอลลาร์ ขณะที่ราคายังมีความเสี่ยงผันผวนในระยะสั้น
WGC ชี้ทองมีบทบาทต่างจากสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป
อีกประเด็นเชิงโครงสร้างมาจาก World Gold Council หรือ WGC ซึ่งระบุผ่านรายงานที่ Kitco นำเสนอว่า ทองคำมีลักษณะต่างจากสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป เพราะมีทั้งบทบาทด้านการลงทุน การบริโภคผ่านเครื่องประดับและเทคโนโลยี รวมถึงมีสภาพคล่องสูงผ่านตลาด OTC, ETF และตลาดกายภาพ
WGC ระบุว่าทองคำมีบทบาทด้านการกระจายความเสี่ยง และมักได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนหรือภาวะ risk-off
ประเด็นนี้ไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนราคาวันต่อวันโดยตรง แต่ช่วยอธิบายว่าทำไมทองคำยังมีแรงซื้อเชิงโครงสร้าง แม้ในบางช่วงราคาจะถูกกดดันจากยีลด์ ดอลลาร์ และราคาน้ำมัน
ข่าวที่ตลาดทองคำต้องติดตามต่อ
ประเด็นแรกคือ FOMC Minutes คืนนี้ ซึ่งจะช่วยให้ตลาดประเมินว่าเจ้าหน้าที่เฟดมีความกังวลเงินเฟ้อ หรือเริ่มให้น้ำหนักกับข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนลงมากกว่ากัน
ประเด็นที่สองคือข้อมูล Jobless Claims และ Philadelphia Fed Index ในวันพฤหัสบดี ซึ่งจะช่วยสะท้อนภาพแรงงานและภาคการผลิตของสหรัฐ
ประเด็นที่สามคือ S&P Global Flash PMI ในวันศุกร์ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการประเมินกิจกรรมภาคธุรกิจสหรัฐ
ประเด็นสุดท้ายคือราคาน้ำมันและช่องแคบฮอร์มุซ เพราะหากน้ำมันยังยืนสูงหรือปรับขึ้นต่อ ความกังวลเงินเฟ้ออาจกลับมากดดันดอลลาร์ ยีลด์ และทองคำอีกครั้ง
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันที่ 19 สิงหาคม 2569 อ่อนตัวลงใกล้ 4,340 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังหลุดโซน 4,400 ดอลลาร์และเผชิญแรงกดดันจากยีลด์พันธบัตรระยะยาวที่พุ่งขึ้น ราคาน้ำมันที่ยังสูง และแรงขายหุ้นเทคโนโลยี/AI ในตลาดสหรัฐ
แม้ดอลลาร์ที่อ่อนลงและคาดการณ์เฟดคงดอกเบี้ยยังช่วยพยุงทองคำบางส่วน แต่ตลาดยังไม่สามารถตัดความเสี่ยงเงินเฟ้อจากพลังงานออกไปได้ โดยเฉพาะจากสถานการณ์สหรัฐ–อิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ
ระยะสั้น ราคาทองคำตามกรอบ gold.in.th หลุด Pivot 4,366–4,386 ดอลลาร์ ทำให้ตลาดต้องจับตาแนวรับ 4,308–4,297 ดอลลาร์ หากยืนไม่อยู่ ความเสี่ยงพักฐานลึกจะเพิ่มขึ้น แต่หากราคากลับขึ้นเหนือ 4,386 ดอลลาร์ได้ ภาพลบระยะสั้นจะเริ่มผ่อนลง
คืนนี้ตลาดจับตา FOMC Minutes ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางดอลลาร์ ยีลด์พันธบัตร และราคาทองคำในช่วงถัดไป
หมายเหตุ:
เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ


















