หน้าแรกข่าวทองคำทองคำ 1 ก.ค.2569 Gold Spot แกว่งใกล้ $3,982 เฟด-ดอลลาร์ยังกดดัน

ทองคำ 1 ก.ค.2569 Gold Spot แกว่งใกล้ $3,982 เฟด-ดอลลาร์ยังกดดัน

- Advertisement -

ข่าวทองคำวันนี้ 1 ก.ค.2569: Gold Spot แกว่งใกล้ 3,982 ดอลลาร์ หลังปิดไตรมาสอ่อนแรง เฟด–ดอลลาร์ยังกดดันตลาด

ราคาทองคำตลาดโลกประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ยังเคลื่อนไหวในภาวะเปราะบาง โดยช่วงเช้าวันนี้เวลาประมาณ 09.40 น. ตามเวลาประเทศไทย ราคา Gold Spot แกว่งใกล้บริเวณ 3,982 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังตลาดทองคำเพิ่งปิดไตรมาสที่อ่อนแรงอย่างหนัก และยังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับจิตวิทยา 4,000 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง

ภาพรวมตลาดยังถูกกดดันจากความคาดหวังว่าเฟดอาจต้องดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐยังสะท้อนความแข็งแรง ขณะที่ความหวังต่อข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเริ่มลดลง ทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าราคาน้ำมันและเงินเฟ้ออาจยืนสูงนานขึ้น

แม้ในภาพระยะยาวยังมีปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์ทองคำของธนาคารกลางและความต้องการกระจายทุนสำรอง แต่ในระยะสั้นแรงกดดันจากเฟด ดอลลาร์ ยีลด์พันธบัตร และภาพเทคนิคที่อ่อนแรง ยังเป็นปัจจัยหลักที่จำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ


ไทม์ไลน์ข่าวทองคำล่าสุด 29 มิ.ย. – 1 ก.ค. 2569

29 มิ.ย. 2569: ความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านกลับมากดดันตลาดผ่านช่องทางเงินเฟ้อ

ในช่วงต้นสัปดาห์ ราคาทองคำถูกกดดันจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน หลังตลาดกังวลว่าความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางอาจกระทบราคาน้ำมันและทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อกลับมาเพิ่มขึ้น

โดยปกติ ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์มักช่วยหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่รอบนี้ตลาดมองซับซ้อนกว่าเดิม เพราะหากความตึงเครียดทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น ก็อาจทำให้เฟดมีเหตุผลมากขึ้นในการคงดอกเบี้ยสูง หรือพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม

ผลที่เกิดขึ้นคือแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยยังไม่สามารถชดเชยแรงกดดันจากดอกเบี้ย ดอลลาร์ และยีลด์พันธบัตรได้ ทำให้ทองคำยังแกว่งในกรอบอ่อนแรงต่อเนื่อง


30 มิ.ย. 2569: ทองคำปิดไตรมาสอ่อนแรงที่สุดในรอบ 13 ปี

วันที่ 30 มิถุนายน Reuters รายงานว่าทองคำมีแนวโน้มปิดไตรมาสที่อ่อนแรงที่สุดในรอบ 13 ปี หลังตลาดถูกกดดันจากท่าทีของเฟดที่ยังเข้มงวด และความกังวลว่าเงินเฟ้อจากปัจจัยตะวันออกกลางอาจทำให้เฟดต้องขึ้นดอกเบี้ย

Spot Gold ในรายงานดังกล่าวขยับขึ้นเล็กน้อยมาแถว 4,027 ดอลลาร์ในช่วงหนึ่งของวัน แต่ภาพรวมทั้งเดือนมิถุนายนยังลดลงแรง และราคาทองคำได้แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนในระหว่างวัน สะท้อนว่าการฟื้นตัวที่เกิดขึ้นยังเป็นเพียงการประคองตัวระยะสั้น มากกว่าการกลับตัวที่ชัดเจน

ประเด็นสำคัญคือ แม้ทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ แต่ในช่วงที่ตลาดคาดว่าดอกเบี้ยจะสูงขึ้น ทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยจะถูกกดดันจากต้นทุนโอกาสของการถือครอง


30 มิ.ย. 2569: มุมมองระยะยาวยังมีแรงหนุนจากธนาคารกลาง

ในวันเดียวกัน Kitco รายงานมุมมองจาก Goldman Sachs ว่า แม้ราคาทองคำปรับฐานหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ปัจจัยเชิงโครงสร้างยังไม่หมดไป โดยเฉพาะแรงซื้อจากธนาคารกลางและการกระจายทุนสำรองของประเทศตลาดเกิดใหม่

Goldman Sachs ยังมองว่าความต้องการถือครองทองคำของภาครัฐและธนาคารกลางยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงเรื่องราวระยะยาวของทองคำ แม้ในระยะสั้นทองคำจะถูกกดดันจากท่าทีเฟดที่เข้มงวดและความคาดหวังดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

ขณะเดียวกัน รายงาน OMFIF ที่ Kitco นำเสนอระบุว่า ธนาคารกลางจำนวนมากยังมองทองคำเป็นสินทรัพย์สำรองเชิงยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ หนี้สาธารณะ และการเปลี่ยนผ่านของระบบการเงินโลกไปสู่โครงสร้างที่หลากหลายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยระยะยาวเหล่านี้ยังไม่ได้เปลี่ยนภาพระยะสั้นของตลาด เพราะแรงขายจากเฟด ดอลลาร์ และยีลด์พันธบัตรยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของราคาในตอนนี้


คืนวันที่ 30 มิ.ย. 2569: Kitco PM Report ชี้เฟดและข้อมูลแรงงานยังคุมทิศทางทองคำ

ช่วงหลังตลาดนิวยอร์กปิด Kitco PM Report ระบุว่า Spot Gold ยังอ่อนตัว ขณะที่เงินแข็งแรงกว่าในเชิงสัมพัทธ์ โดยทองคำยังถูกจำกัดจากความเสี่ยงที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย หลังข้อมูลแรงงานสหรัฐออกมาแข็งแรงกว่าคาด

ข้อมูล JOLTS สะท้อนว่าตำแหน่งงานเปิดรับในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งช่วยหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ และทำให้ตลาดยังคงจับตาว่าเฟดอาจต้องคงนโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป

รายงานดังกล่าวระบุว่า Spot Gold เคลื่อนไหวใกล้ 4,006 ดอลลาร์ และกรอบราคานิวยอร์กอยู่ระหว่าง 3,944–4,064 ดอลลาร์ สะท้อนว่าราคายังสามารถประคองเหนือแนวรับบางส่วนได้ แต่ยังไม่สามารถผ่านแนวต้านที่จำเป็นต่อการยืนยันการฟื้นตัว


เช้า 1 ก.ค. 2569: ทองยังใกล้ระดับต่ำสุดรอบ 8 เดือน จับตาแรงงานสหรัฐและสหรัฐ–อิหร่าน

เข้าสู่เช้าวันที่ 1 กรกฎาคม Trading Economics รายงานว่าทองคำยังทรงตัวใกล้ 4,000 ดอลลาร์ แต่ยังอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 8 เดือน โดยแรงกดดันมาจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแรง และความคาดหวังว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อยหนึ่งครั้งในปีนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอติดตามข้อมูลแรงงานสหรัฐชุดสำคัญ ทั้ง ADP และ Nonfarm Payrolls เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟด หากข้อมูลแรงงานยังแข็งแรง ตลาดอาจเพิ่มน้ำหนักต่อแนวคิด “ดอกเบี้ยสูงนานขึ้น” ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อทองคำต่อไป

ขณะเดียวกัน Reuters รายงานว่า ความหวังต่อข้อตกลงสันติภาพถาวรระหว่างสหรัฐกับอิหร่านลดลง ทำให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำยังฟื้นตัวได้จำกัด


ปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำวันนี้

1. เฟดและโอกาสขึ้นดอกเบี้ยยังเป็นแรงกดดันหลัก

ประเด็นที่ตลาดให้ความสำคัญมากที่สุดคือทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ หลังข้อมูลเศรษฐกิจและตลาดแรงงานยังสะท้อนความแข็งแรง ทำให้ตลาดมองว่าเฟดอาจยังมีเหตุผลในการคงดอกเบี้ยสูง หรืออาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหากเงินเฟ้อยังไม่ลดลงตามเป้าหมาย

ภาวะดังกล่าวไม่เอื้อต่อทองคำในระยะสั้น เพราะทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ในระดับสูง นักลงทุนบางส่วนจึงอาจเลือกถือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า


2. ดอลลาร์และยีลด์พันธบัตรยังจำกัดแรงฟื้น

เงินดอลลาร์สหรัฐยังเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดทองคำ หากดอลลาร์แข็งค่าจากความคาดหวังดอกเบี้ย ทองคำซึ่งซื้อขายในสกุลดอลลาร์จะมีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น และอาจลดแรงซื้อจากตลาดต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับขึ้นจากข้อมูลแรงงานและความคาดหวังต่อเฟด ยังเพิ่มต้นทุนโอกาสของการถือครองทองคำ ทำให้การรีบาวด์ของราคาทองคำยังติดแรงขายเมื่อเข้าใกล้แนวต้าน


3. สหรัฐ–อิหร่านยังเป็นปัจจัยสองด้าน

ความไม่แน่นอนระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังเป็นปัจจัยที่ตลาดต้องติดตาม แต่ผลกระทบต่อทองคำไม่ได้เป็นบวกแบบตรงไปตรงมา

ด้านหนึ่ง ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์อาจช่วยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หากความตึงเครียดทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและดันเงินเฟ้อให้ยืดเยื้อ ตลาดก็อาจกลับมากังวลว่าเฟดต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะกดดันทองคำอีกทางหนึ่ง


4. แรงซื้อระยะยาวจากธนาคารกลางยังช่วยพยุงภาพใหญ่

แม้ภาพระยะสั้นของทองคำยังถูกกดดัน แต่รายงานจากหลายสถาบันยังสะท้อนว่า ความต้องการถือครองทองคำของธนาคารกลางยังเป็นปัจจัยสำคัญในภาพระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศต้องการกระจายทุนสำรอง ลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ และรับมือกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยระยะยาวดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแรงกดดันระยะสั้นทันที เพราะตลาดช่วงนี้กำลังให้น้ำหนักกับเฟด ดอลลาร์ ยีลด์ และข้อมูลแรงงานสหรัฐมากกว่า


มุมมองทางเทคนิค: ต่ำกว่า 4,004–4,035 ดอลลาร์ ภาพยังเปราะบาง

จากกรอบบทวิเคราะห์ราคาทองคำของ gold.in.th เช้าวันนี้ ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวต่ำกว่า Pivot สำคัญหลายกรอบเวลา โดยเฉพาะโซน 4,004 ดอลลาร์ และ 4,035 ดอลลาร์ ทำให้ภาพระยะสั้นยังอยู่ในฝั่งอ่อนแรง

ราคาล่าสุดที่แกว่งใกล้ 3,982 ดอลลาร์ ยังอยู่เหนือแนวรับแรกบริเวณ 3,975 ดอลลาร์เพียงเล็กน้อย แต่ยังต่ำกว่าแนวต้าน 4,004 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแรกที่ราคาต้องกลับขึ้นไปยืนให้ได้ หากต้องการลดแรงกดดันระยะสั้น

หากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นเหนือ 4,004–4,035 ดอลลาร์ได้ ภาพรวมยังมีความเสี่ยงที่จะถูกขายเมื่อดีดตัว โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 3,958 ดอลลาร์ และ 3,945–3,943 ดอลลาร์


แนวรับ–แนวต้านราคาทองคำที่ควรติดตาม

แนวรับสำคัญ

ระดับราคาความสำคัญ
3,975 ดอลลาร์แนวรับแรกของภาพ Intraday
3,958 ดอลลาร์แนวรับสำคัญของกรอบรายวัน
3,945–3,943 ดอลลาร์แนวรับหลักระยะสั้น
3,883 ดอลลาร์แนวรับถัดไปของกรอบ 30M–4H
3,827 ดอลลาร์แนวรับลึกของกรอบรายวัน

แนวต้านสำคัญ

ระดับราคาความสำคัญ
4,004 ดอลลาร์Pivot ระยะสั้นของกรอบ 30M–4H
4,035 ดอลลาร์Pivot สำคัญของภาพ Intraday
4,065–4,066 ดอลลาร์แนวต้านแรกหากเกิดแรงฟื้น
4,089–4,095 ดอลลาร์แนวต้านสำคัญของกรอบรายวัน / Intraday
4,125 ดอลลาร์แนวต้านถัดไปของกรอบ 4H

สรุปข่าวทองคำวันนี้

ราคาทองคำวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เคลื่อนไหวใกล้ 3,982 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังปิดไตรมาสที่อ่อนแรง และยังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง

ตลาดยังถูกกดดันจากความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ดอลลาร์และยีลด์พันธบัตรที่ยังแข็งแรง รวมถึงความไม่แน่นอนด้านสหรัฐ–อิหร่านที่อาจเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อผ่านราคาน้ำมัน

ระยะสั้น จุดสำคัญอยู่ที่ 3,975 ดอลลาร์ หากราคายังยืนได้ อาจเห็นการประคองตัวหรือรีบาวด์กลับไปทดสอบ 4,004 ดอลลาร์ แต่หากหลุด 3,975 ดอลลาร์ลงมา ภาพลบจะชัดขึ้น และตลาดอาจกลับไปจับตาแนวรับ 3,958 ดอลลาร์ และ 3,945–3,943 ดอลลาร์ตามลำดับ

ในทางกลับกัน หากราคาทองคำสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 4,004 ดอลลาร์ได้ อาจช่วยลดแรงกดดันระยะสั้นบางส่วน แต่ภาพจะเริ่มดูดีขึ้นมากกว่าการรีบาวด์ระหว่างวัน ก็ต่อเมื่อราคาสามารถกลับขึ้นเหนือ 4,035 ดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน


หมายเหตุ

เนื้อหานี้เป็นข่าวและบทวิเคราะห์เชิงข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ

- Advertisement -
Mr.Gold
Mr.Gold
หวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มข้อมูลข่าวสารให้ผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำ
- Advertisement -
- Advertisement -
RELATED ARTICLES
- Advertisement -
- Advertisement -

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ

- Advertisement -