ข่าวทองคำวันนี้ 30 มิ.ย. 2569: Gold Spot หลุด 4,000 ดอลลาร์ แกว่งใกล้ 3,960 ดอลลาร์ หลังเฟด–ดอลลาร์–น้ำมันกดดันตลาด
ราคาทองคำตลาดโลกประจำวันที่ 30 มิถุนายน 2569 อ่อนตัวลงต่อเนื่อง โดยช่วงเช้าวันนี้เวลาประมาณ 09.45 น. ตามเวลาประเทศไทย ราคา Gold Spot เคลื่อนไหวใกล้บริเวณ 3,960 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังหลุดระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 4,000 ดอลลาร์ลงมาอีกครั้ง
ภาพรวมตลาดทองคำยังอยู่ในภาวะเปราะบาง เพราะแรงกดดันจากความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด กลับมามีน้ำหนักมากกว่าแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ตลาดยังมีประเด็นความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน และความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซเป็นฉากหลังสำคัญ
รอบนี้ทองคำไม่ได้รับแรงหนุนเต็มที่จากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ เพราะความตึงเครียดดังกล่าวไปกระตุ้นราคาน้ำมันและความกังวลเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้ตลาดกลับมาเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่เฟดต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น
ไทม์ไลน์ข่าวทองคำล่าสุด 29–30 มิ.ย. 2569
29 มิ.ย. 2569: ทองคำอ่อนตัว หลังสหรัฐ–อิหร่านดันราคาน้ำมันและความกังวลเงินเฟ้อ
ในช่วงวันที่ 29 มิถุนายน ราคาทองคำเริ่มอ่อนตัวลง หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านกลับมาเป็นประเด็นสำคัญของตลาด โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
โดยปกติ ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์มักช่วยหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่รอบนี้ตลาดตีความซับซ้อนกว่านั้น เพราะหากความตึงเครียดทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ความกังวลเงินเฟ้อก็จะเพิ่มขึ้นตาม และอาจทำให้เฟดมีเหตุผลมากขึ้นในการคงดอกเบี้ยสูง หรือพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ผลที่เกิดขึ้นคือทองคำถูกกดดันจากฝั่งดอกเบี้ยและเงินดอลลาร์มากกว่าแรงซื้อปลอดภัย ทำให้ราคาปรับตัวลงจากระดับเหนือ 4,000 ดอลลาร์ในช่วงก่อนหน้า
ช่วงค่ำวันที่ 29 มิ.ย. 2569: Kitco ชี้เฟดกดดันตลาดมากกว่าแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
ต่อมาในช่วงค่ำของวันที่ 29 มิถุนายน Kitco PM Report รายงานว่า Spot Gold อ่อนตัวลงมาใกล้บริเวณ 4,015 ดอลลาร์ โดยตลาดให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและดอกเบี้ยสหรัฐมากกว่าแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นจากความเสี่ยงในตะวันออกกลางทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าเงินเฟ้ออาจชะลอลงช้ากว่าที่คาด ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง กดดันทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ในมุมเทคนิค Kitco ระบุโซนสำคัญของทองคำไว้ที่แนวรับ 3,959 ดอลลาร์ และ 3,900 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่บริเวณ 4,100 ดอลลาร์ และ 4,170 ดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนว่าตลาดเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับการป้องกันความเสี่ยงด้านขาลงมากขึ้น
29 มิ.ย. 2569: จีนและธนาคารกลางยังเป็นปัจจัยระยะยาว แต่ไม่พอหนุนราคาสั้น ๆ
อีกประเด็นที่ตลาดติดตามคือข่าวจากจีน หลังมีรายงานว่าหน่วยงานกำกับดูแลจีนกำลังพิจารณาปรับระบบนำเข้า–ส่งออกทองคำและผลิตภัณฑ์ทองคำ เพื่อให้การกำกับดูแลและการค้าทองคำมีความคล่องตัวมากขึ้น
ข้อมูลจาก Kitco ระบุว่า จีนยังมีอุปสงค์ทองคำในระดับสูง โดยยอดนำเข้าทองคำเดือนพฤษภาคมแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี และยอดนำเข้าตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นชัดเจนเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน รายงานอีกชิ้นของ Kitco ระบุว่า ความต้องการซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังเป็นปัจจัยสำคัญในภาพระยะยาว โดยผลสำรวจของ World Gold Council สะท้อนว่าผู้จัดการทุนสำรองจำนวนมากยังคาดว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะเพิ่มการถือครองทองคำในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเชิงโครงสร้างเหล่านี้ยังไม่สามารถต้านแรงขายระยะสั้นได้ เพราะตลาดกำลังให้น้ำหนักกับเฟด ดอลลาร์ ยีลด์พันธบัตร และความเสี่ยงเงินเฟ้อมากกว่า
เช้า 30 มิ.ย. 2569: ทองหลุดต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ เสี่ยงปิดลบรายเดือนเป็นเดือนที่ 4
เข้าสู่เช้าวันที่ 30 มิถุนายน ราคาทองคำอ่อนตัวต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดย Trading Economics รายงานว่าทองคำปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 8 เดือน และมีแนวโน้มปิดลบรายเดือนเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน
ตลาดยังประเมินว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้ โดยการคาดการณ์ดังกล่าวกดดันทองคำอย่างต่อเนื่อง เพราะอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนโอกาสของการถือครองทองคำเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอติดตามข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐรอบใหม่ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟดในระยะถัดไป
เวลา 09.45 น. ตามเวลาประเทศไทย: Gold Spot แกว่งใกล้ 3,960 ดอลลาร์
จากข้อมูลล่าสุดที่ใช้อ้างอิงในช่วงเช้าวันนี้ ราคา Gold Spot เคลื่อนไหวใกล้บริเวณ 3,960 ดอลลาร์ หลังหลุด 4,000 ดอลลาร์ลงมา ทำให้ภาพระยะสั้นกลับมาอ่อนแรงชัดเจน
เมื่อเทียบกับบทวิเคราะห์ราคาทองคำของ gold.in.th ประจำวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ราคาทองคำเช้าวันนี้อยู่ใกล้โซนแนวรับ 3,965–3,958 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับแรกของภาพ Intraday และกรอบรายวัน
หากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 3,980 ดอลลาร์ได้ ภาพฟื้นตัวระยะสั้นจะยังไม่ชัดเจน และหากหลุด 3,946 ดอลลาร์ลงมาอีก ตลาดอาจกลับไปจับตาแนวรับถัดไปที่ 3,920 ดอลลาร์
ปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำวันนี้
1. เฟดและคาดการณ์ดอกเบี้ยกลับมาเป็นปัจจัยนำตลาด
ประเด็นสำคัญที่สุดของทองคำในวันนี้คือมุมมองของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ หลังตลาดกลับมาให้น้ำหนักว่าเฟดอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ หากราคาน้ำมันและแรงกดดันด้านราคากลับมาเร่งตัว
แม้ทองคำมักถูกมองเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในช่วงไม่แน่นอน แต่เมื่อความไม่แน่นอนนั้นทำให้ตลาดกังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ยสูงขึ้น ผลกระทบต่อทองคำอาจกลายเป็นลบได้
2. ราคาน้ำมันและช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ
ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ยังเป็นปัจจัยที่ตลาดจับตา เพราะเป็นเส้นทางสำคัญต่อการขนส่งพลังงานของโลก
หากสถานการณ์ทำให้การขนส่งน้ำมันสะดุด หรือทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อเนื่อง ตลาดอาจกลับมากังวลว่าเงินเฟ้อสหรัฐจะยืนสูงนานขึ้น ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันให้เฟดใช้นโยบายการเงินเข้มงวด
ดังนั้น ข่าวภูมิรัฐศาสตร์รอบนี้จึงไม่ได้เป็นบวกต่อทองคำแบบตรงไปตรงมา เพราะแรงหนุนจากสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยถูกหักล้างด้วยแรงกดดันจากเงินเฟ้อและดอกเบี้ย
3. ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ยังถ่วงแรงซื้อทองคำ
เงินดอลลาร์สหรัฐที่ยังได้แรงหนุนจากคาดการณ์ดอกเบี้ย เป็นอีกแรงกดดันสำคัญต่อราคาทองคำ เพราะดอลลาร์ที่แข็งค่าทำให้ทองคำมีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่อยู่ในระดับสูง ทำให้สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยมีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับทองคำ ส่งผลให้แรงซื้อทองคำในระยะสั้นลดลง
4. แรงซื้อจากจีนและธนาคารกลางยังเป็นปัจจัยระยะยาว
แม้ภาพระยะสั้นของทองคำยังถูกกดดัน แต่ปัจจัยระยะยาวอย่างอุปสงค์จากจีน และความต้องการถือครองทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังเป็นประเด็นที่ตลาดไม่มองข้าม
ข้อมูลนำเข้าทองคำของจีนที่เพิ่มขึ้น และผลสำรวจที่สะท้อนว่าธนาคารกลางจำนวนมากยังต้องการเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรอง ช่วยพยุงมุมมองเชิงโครงสร้างของตลาดทองคำในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ตลาดระยะสั้นกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยเฟด ดอลลาร์ และยีลด์ ปัจจัยระยะยาวเหล่านี้อาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ราคาฟื้นตัวได้ทันที
มุมมองทางเทคนิค: หลุด 4,000 ดอลลาร์ ภาพระยะสั้นกลับมาอ่อนแรง
จากกรอบบทวิเคราะห์ของ gold.in.th เช้าวันนี้ ราคาทองคำอ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 3,962–3,965 ดอลลาร์ หลังหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับจิตวิทยาสำคัญ
ภาพเทคนิคระยะสั้นกลับมาเป็นลบชัดเจน เพราะราคายังต่ำกว่า Pivot สำคัญหลายกรอบเวลา โดยเฉพาะโซน 4,025–4,035 ดอลลาร์ หากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือโซนนี้ได้ ภาพรวมยังต้องระวังแรงขายกดดันต่อ
แนวรับแรกอยู่บริเวณ 3,965–3,958 ดอลลาร์ หากยืนไม่ไหว มีโอกาสอ่อนตัวลงไปทดสอบ 3,946 ดอลลาร์ และ 3,920 ดอลลาร์ตามลำดับ ส่วนแนวต้านแรกอยู่ที่ 3,980 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับเดิมที่หลุดลงมา และอาจกลายเป็นแนวต้านระยะสั้น
แนวรับ–แนวต้านราคาทองคำที่ควรติดตาม
แนวรับสำคัญ
| ระดับราคา | ความสำคัญ |
|---|---|
| 3,965 ดอลลาร์ | แนวรับแรกของภาพ Intraday |
| 3,958 ดอลลาร์ | S1 ของกรอบรายวัน |
| 3,946 ดอลลาร์ | แนวรับสำคัญของกรอบ 30M–4H |
| 3,920 ดอลลาร์ | เป้าหมายล่างระหว่างวัน |
| 3,827 ดอลลาร์ | แนวรับลึกของกรอบรายวัน หากแรงขายต่อเนื่อง |
แนวต้านสำคัญ
| ระดับราคา | ความสำคัญ |
| 3,980 ดอลลาร์ | แนวรับเดิมที่กลายเป็นแนวต้าน |
| 4,025 ดอลลาร์ | Pivot สำคัญของภาพ Intraday |
| 4,035 ดอลลาร์ | Pivot ของกรอบ 30M–4H |
| 4,044–4,069 ดอลลาร์ | แนวต้านถัดไปหากเกิดแรงฟื้น |
| 4,089 ดอลลาร์ | Pivot สำคัญของกรอบรายวัน |
| 4,220 ดอลลาร์ | แนวต้านใหญ่ของกรอบรายวัน |
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันที่ 30 มิถุนายน 2569 อ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวใกล้ 3,960 ดอลลาร์ หลังหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ โดยตลาดยังถูกกดดันจากความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด เงินดอลลาร์ และบอนด์ยีลด์ที่ยังอยู่ในระดับสูง
แม้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม แต่รอบนี้แรงหนุนจากสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยถูกลดทอนลง เพราะตลาดกังวลว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อยืดเยื้อ และเปิดทางให้เฟดใช้นโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป
ระยะสั้น จุดสำคัญอยู่ที่โซน 3,965–3,958 ดอลลาร์ หากราคายังยืนได้ อาจมีแรงฟื้นตัวระยะสั้นกลับไปทดสอบ 3,980 ดอลลาร์ และ 4,025 ดอลลาร์ แต่หากหลุด 3,946 ดอลลาร์ลงมา ภาพลบจะชัดขึ้น และอาจเปิดทางให้ราคาทดสอบ 3,920 ดอลลาร์ตามลำดับ
หมายเหตุ
เนื้อหานี้เป็นข่าวและบทวิเคราะห์เชิงข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ


















