ราคาทองคำวันนี้ 19 พ.ค. 2569 : ทองฟื้นต่อเข้าใกล้ 4,600 ดอลลาร์ ลุ้นเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน แต่ภาพใหญ่ยังเป็นรีบาวด์ในกรอบพักตัว
ราคาทองคำโลกวันนี้ 19 พฤษภาคม 2569 ปรับตัวขึ้นต่อเป็นวันที่ 2 โดยราคาขยับเข้าใกล้ระดับ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังตลาดเริ่มมีความหวังว่า สหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา ซึ่งช่วยลดแรงกังวลบางส่วนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านพลังงานและเงินเฟ้อจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ตามรายงานของ Trading Economics ผ่าน TradingView ราคาทองคำปรับขึ้นใกล้ 4,600 ดอลลาร์ในวันอังคาร โดยได้แรงหนุนจากความหวังว่า สหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับมาเจรจากันอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าได้ระงับแผนโจมตีอิหร่านที่มีกำหนดในวันอังคาร หลังได้รับการร้องขอจากซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของทองคำรอบนี้ยังไม่ถือว่าเป็นการกลับตัวขึ้นเต็มรูปแบบ เพราะตลาดยังมีแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยเฟด โดยนักลงทุนยังรอติดตามรายงานการประชุม FOMC และตัวเลข PMI สหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจในระยะถัดไป
ความหวังเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อบางส่วน
ในช่วงก่อนหน้า ทองคำถูกกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้ตลาดกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจยืดเยื้อ และอาจบีบให้ธนาคารกลางหลายแห่งต้องคงดอกเบี้ยสูงนานกว่าที่คาด
เมื่อมีสัญญาณว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจมีช่องทางกลับสู่การเจรจา ตลาดจึงเริ่มคลายความกังวลบางส่วน ส่งผลให้ทองคำมีแรงซื้อกลับในฐานะสินทรัพย์ที่ยังได้รับประโยชน์จากความไม่แน่นอน แต่ไม่ถูกกดดันหนักเท่าช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่งและเงินเฟ้อเร่งตัว
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังไม่สามารถมองสถานการณ์ดังกล่าวเป็นบวกแบบเต็มตัวได้ เพราะความขัดแย้งยังไม่ได้ยุติอย่างเป็นทางการ และความเสี่ยงเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมัน และต้นทุนพลังงานยังเป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
Kitco ชี้ทองทรงตัว เงินพุ่งกลับ ขณะที่ตลาดยังจับตาฮอร์มุซ น้ำมัน และยีลด์
รายงานของ Kitco PM Report ระบุว่า ราคาทองคำทรงตัวมากขึ้น ขณะที่ซิลเวอร์เริ่มฟื้นตัว โดยตลาดยังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร
ประเด็นนี้สะท้อนว่า แม้ทองคำจะมีแรงรีบาวด์ แต่ตลาดยังไม่ได้หลุดพ้นจากปัจจัยกดดันเดิม โดยเฉพาะบอนด์ยีลด์ที่ยังอยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยเฟด ซึ่งยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อราคาทองคำในระยะสั้น
ตลาดหุ้นอ่อนตัว น้ำมันขึ้น สะท้อนบรรยากาศระมัดระวัง
ด้านภาพรวมสินทรัพย์เสี่ยง Reuters ผ่าน TradingView รายงานว่าดัชนีหุ้นอ่อนตัวลงจากแรงกดดันในกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนบรรยากาศตลาดที่ยังระมัดระวังต่อความเสี่ยงด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์
ในภาวะที่น้ำมันยังปรับตัวขึ้นและตลาดหุ้นเริ่มอ่อนแรง ทองคำจึงยังได้รับแรงพยุงบางส่วนจากบทบาทสินทรัพย์ปลอดภัย แต่การที่บอนด์ยีลด์และดอลลาร์ยังเป็นตัวแปรกดดัน ทำให้การฟื้นตัวของทองคำยังต้องผ่านแนวต้านสำคัญทีละชั้น
ขณะเดียวกัน Reuters ผ่าน TradingView ยังเผยแพร่รายงานระดับเป้าหมายและจุดสำคัญระหว่างวันของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงทองคำและน้ำมัน โดยเป็นข้อมูลที่นักลงทุนใช้ติดตามกรอบการเคลื่อนไหวระหว่างวันในช่วงที่ตลาดยังผันผวนสูง
อินเดียยังเดินหน้ามาตรการลดการซื้อทองและประหยัดเงินตราต่างประเทศ
ปัจจัยจากฝั่งเอเชียยังเป็นอีกประเด็นที่ตลาดทองคำต้องจับตา โดย Moneycontrol ผ่าน TradingView รายงานว่า เจ้าหน้าที่ในกระทรวงเกษตรและกระทรวงพัฒนาชนบทของอินเดียตัดสินใจโดยสมัครใจว่าจะไม่ซื้อทองคำเป็นเวลา 1 ปี ยกเว้นกรณีพิเศษ เช่น งานแต่งงานหรือโอกาสสำคัญในครอบครัว เพื่อสนับสนุนแนวทางประหยัดและรักษาเงินตราต่างประเทศ
รายงานดังกล่าวยังระบุว่า อินเดียได้ปรับขึ้นภาษีนำเข้าทองคำและเงินเป็น 15% ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม เพื่อชะลอการซื้อและลดการนำเข้าสินค้าที่ไม่จำเป็น ขณะที่วันที่ 14 พฤษภาคม ยังมีการกำหนดเพดานนำเข้าทองคำภายใต้โครงการ Advance Authorisation ที่ 100 กิโลกรัม
ในมุมตลาดทองคำ นโยบายลักษณะนี้อาจกดดันอุปสงค์ทองคำกายภาพในอินเดียระยะสั้น เนื่องจากอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ของโลก แต่ในอีกด้านหนึ่งก็สะท้อนว่าหลายประเทศยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านเงินตราต่างประเทศในช่วงที่ราคาพลังงานและความไม่แน่นอนระหว่างประเทศยังสูง
ข่าว Dow Jones ใช้เป็นบริบทตลาด แต่รายละเอียดเปิดเฉพาะสมาชิก
สำหรับรายงานจาก Dow Jones Newswires ผ่าน TradingView ลิงก์ดังกล่าวเป็นข่าวสำหรับสมาชิก TradingView จึงใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตามภาวะตลาดทองคำเท่านั้น โดยไม่ได้อ้างรายละเอียดเพิ่มเติมเกินกว่าข้อมูลที่หน้าแสดงผลเปิดเผย
วิเคราะห์กรอบราคาทองคำวันนี้จาก gold.in.th
ด้านมุมมองทางเทคนิค บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 19 พฤษภาคม 2569 ของ gold.in.th ประเมินว่า ราคาทองคำเริ่มมีแรงซื้อกลับในกรอบระยะสั้น หลังสามารถยืนเหนือโซน 4,535 ดอลลาร์ได้ และค่อย ๆ ขยับขึ้นมาบริเวณ 4,555–4,565 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้ภาพระหว่างวันกลับมาให้น้ำหนักเชิงบวกมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังไม่ใช่การกลับตัวขึ้นเต็มรูปแบบ เพราะตัวเลขรายวันและรายสัปดาห์ยังติดลบอยู่พอสมควร ทำให้การฟื้นตัวรอบนี้ยังควรถูกมองเป็น technical rebound หรือการเด้งเชิงเทคนิคในกรอบพักตัว มากกว่าการยืนยันว่าทองคำกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นใหม่แล้ว
โซนสำคัญของวันนี้อยู่ที่ 4,535–4,544 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นทั้งโซน pivot และฐานสำคัญของกรอบระยะสั้น หากราคาทองคำยังยืนเหนือบริเวณนี้ได้ ภาพรวมยังเปิดโอกาสให้ฝั่งซื้อพยายามดันราคาขึ้นต่อไปหาแนวต้านแรกที่ 4,605–4,607 ดอลลาร์
หากราคาผ่านโซน 4,605–4,607 ได้ เป้าหมายถัดไปจะอยู่ที่ 4,640–4,648 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญของวัน และเป็นจุดวัดว่าการรีบาวด์รอบนี้มีแรงมากพอจะต่อยอดขึ้นในภาพที่กว้างขึ้นหรือไม่
แต่หากราคาหลุดต่ำกว่า 4,535–4,544 ดอลลาร์ลงมา ภาพบวกระยะสั้นจะเริ่มอ่อนแรงทันที และจะเปิดความเสี่ยงกลับลงหา 4,503–4,500 ดอลลาร์ หากแนวรับดังกล่าวรับไม่อยู่ โซนถัดไปจะอยู่ที่ 4,480 และ 4,439 ดอลลาร์
- โซนชี้นำสำคัญ: 4,535–4,544 ดอลลาร์
- แนวต้านแรก: 4,605–4,607 ดอลลาร์
- แนวต้านสำคัญ: 4,640–4,648 ดอลลาร์
- ผ่าน 4,648 ได้: ภาพรีบาวด์จะเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น
- แนวรับแรก: 4,535–4,544 ดอลลาร์
- หากหลุด 4,535: ระวังลงหา 4,503–4,500 ดอลลาร์
- แนวรับถัดไป: 4,480 ดอลลาร์
- แนวรับล่างสำคัญ: 4,439 ดอลลาร์
สรุปข่าวราคาทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันนี้ 19 พฤษภาคม 2569 ฟื้นตัวต่อเป็นวันที่ 2 และขยับเข้าใกล้ 4,600 ดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากความหวังว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับมาเจรจากัน ซึ่งช่วยลดแรงกังวลด้านเงินเฟ้อจากพลังงานบางส่วน
อย่างไรก็ตาม ภาพใหญ่ของทองคำยังเป็นเพียงการเด้งในกรอบพักตัว เพราะตลาดยังถูกกดดันจากเงินเฟ้อ ดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และความไม่แน่นอนของนโยบายดอกเบี้ยเฟด นักลงทุนจึงยังต้องติดตามรายงานการประชุม FOMC ตัวเลข PMI สหรัฐฯ ราคาน้ำมัน และความคืบหน้าของสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
ในเชิงเทคนิค gold.in.th มองว่า ทองคำยังพอเล่นฝั่งฟื้นตัวได้ ตราบใดที่ยังไม่หลุด 4,535–4,544 ดอลลาร์ แต่การรีบาวด์รอบนี้ต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการผ่าน 4,605 และ 4,648 ดอลลาร์ให้ได้ก่อน จึงจะเปลี่ยนจาก “เด้งสั้น” ไปเป็น “ฟื้นตัวที่มีน้ำหนัก” มากขึ้น
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเพื่อประกอบการติดตามภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ






















