ทองคำสัปดาห์หน้า จับตา Retail Sales, PMI และ Sentiment สหรัฐ หลังตลาดเริ่มย้ายโฟกัสจากตะวันออกกลาง
วันนี้ 18 เมษายน 2569 ตลาดทองคำโลกปิดทำการ และถ้ามองย้อนกลับไปเพียงสั้น ๆ สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ทองคำค่อย ๆ ฟื้นตัวจากแรงกดดันเดิม หลังตลาดเริ่มเชื่อว่าแรงกระแทกจากราคาพลังงานอาจผ่านจุดร้อนแรงที่สุดไปแล้ว
โดยข่าวที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศอย่างชัดเจนคือรายงานของ Moneycontrol ที่ระบุว่า ทองคำพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 เดือน หลังอิหร่านประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซ “เปิดเต็มที่” สำหรับการเดินเรือเชิงพาณิชย์ ขณะที่ดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอ่อนลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ.
อย่างไรก็ดี ประเด็นสำคัญ คือ สัปดาห์หน้าตลาดจะให้น้ำหนักกับอะไร และคำตอบเริ่มชัดขึ้นว่า โฟกัสของตลาดกำลังค่อย ๆ ย้ายจากข่าวตะวันออกกลาง ไปสู่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ มากขึ้น
โดย Kitco ระบุว่า ตลาดกำลังจับตา Retail Sales, PMI และ Consumer Sentiment ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางรอบใหม่ของทองคำในสัปดาห์ถัดไป.
ข้อมูลแรกที่ต้องจับตาคือ ยอดค้าปลีกสหรัฐ (Retail Sales) โดย U.S. Census Bureau ระบุว่า ตัวเลข Advance Monthly Retail Trade Report ของเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งเดิมมีกำหนดออกวันที่ 16 เมษายน ได้ถูก เลื่อนมาเป็นวันที่ 21 เมษายน 2569 และยังคงเผยแพร่เวลา 8:30 น. ตามเวลา ET (19:30 น. ตามเวลาไทย)
ตัวเลขนี้สำคัญมาก เพราะจะบอกได้โดยตรงว่า ผู้บริโภคอเมริกันยังใช้จ่ายแข็งแรงแค่ไหน หากออกมาร้อนแรงกว่าคาด ตลาดอาจกลับไปกังวลว่าเฟดยังไม่จำเป็นต้องรีบลดดอกเบี้ย ซึ่งอาจกดทองผ่านทั้งดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ได้.
ถัดมาคือ ดัชนี S&P Global Flash PMI ของสหรัฐ ซึ่ง IG ระบุในปฏิทินสัปดาห์หน้าว่า จะรายงานในวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 9:45 น. ET (20:45 น. ตามเวลาไทย)
โดยตัวเลขชุดนี้มีความหมายมาก เพราะจะช่วยตอบว่า ภาคธุรกิจสหรัฐ โดยเฉพาะภาคบริการและภาคการผลิต กำลังชะลอลงหรือยังหลังเผชิญแรงกดดันจากสงคราม ราคาพลังงาน และต้นทุนทางการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง หาก PMI อ่อนลงพร้อมกันหลายภาค ตลาดอาจตีความว่าเศรษฐกิจเริ่มแผ่ว ซึ่งในบางมุมอาจกลับมาเป็นบวกต่อทองคำผ่านความคาดหวังดอกเบี้ยขาลง.
ส่วนวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 ตลาดจะรอฟัง ตัวเลข Final ของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมหาวิทยาลัยมิชิแกน โดยเว็บไซต์ทางการของ University of Michigan Surveys of Consumers ระบุว่าจะประกาศเวลา 10:00 น. ET (21:00 น. ตามเวลาไทย)
ขณะเดียวกันข้อมูลเบื้องต้นของเดือนเมษายนแสดงให้เห็นว่า Index of Consumer Sentiment อยู่ที่ 47.6 ลดลงจาก 53.3 ในเดือนมีนาคม ซึ่งสะท้อนว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคอ่อนแรงลงค่อนข้างมาก หากตัวเลข final ยังอยู่ในระดับต่ำ ตลาดก็อาจกลับมาเพิ่มน้ำหนักต่อภาพเศรษฐกิจชะลอ และนั่นอาจเป็นอีกแรงหนุนให้ทองคำในทางอ้อม.
นอกจากข้อมูลเศรษฐกิจแล้ว ยังมีอีกประเด็นที่ตลาดอาจให้ความสนใจ คือ ปัจจัยเชิงนโยบายการเงินของสหรัฐ โดยอีกบทความของ Kitco ระบุในพาดหัวว่า สัปดาห์หน้าตลาดจะจับตาทั้ง ข้อมูลภายในประเทศ และ ประเด็นประธานเฟดคนใหม่ มากขึ้น ซึ่งหมายความว่า แม้ข่าวตะวันออกกลางจะยังสำคัญ แต่แรงขับของราคาทองในสัปดาห์หน้าอาจมาจากฝั่งเศรษฐกิจสหรัฐและความคาดหวังนโยบายการเงินมากกว่าเดิม.
ดังนั้น กล่าวโดยสรุป สัปดาห์ที่ผ่านมาคือสัปดาห์ที่ทองได้แรงพยุงจากการคลายกังวลเรื่องฮอร์มุซและแรงกดดันจากน้ำมันที่ผ่อนลง แต่ สัปดาห์หน้า ตลาดจะเริ่มตอบคำถามใหม่ว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังชะลอจริงหรือไม่
เพราะหากทั้ง Retail Sales, PMI และ Consumer Sentiment เริ่มอ่อนลงพร้อมกัน โอกาสที่ตลาดจะกลับมาให้น้ำหนักต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินก็อาจเพิ่มขึ้น และนั่นจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางทองคำรอบถัดไป.
แหล่งที่มา: Kitco – Gold eyes key U.S. data as markets brace for retail sales, PMI, and sentiment signals, Moneycontrol via TradingView – Gold jumps to one-month high as Iran says Hormuz completely open, Kitco – Wall Street predicts higher gold prices following regional ceasefire, U.S. Census Bureau – Monthly Retail Trade Release Schedule, IG – Week Ahead: 20 April 2026, และ University of Michigan Surveys of Consumers.
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเพื่อประกอบการติดตามภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ



















