SPDR ลดถือครองทองคำต่อเนื่อง เหลือ 1,026.86 ตัน จับตาแรงขาย ETF สวนทางธนาคารกลางซื้อทอง
ข้อมูลการถือครองทองคำล่าสุดของ SPDR Gold Shares หรือ GLD แสดงให้เห็นว่า กองทุนยังลดการถือครองทองคำต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 3 มิถุนายน 2026 SPDR ถือครองทองคำอยู่ที่ 1,026.860 ตัน ลดลง 1.140 ตันจากวันก่อนหน้า สะท้อนแรงขายจากฝั่ง ETF ทองคำที่ยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุนระยะสั้น
การลดถือครองครั้งล่าสุดทำให้ภาพรวมในช่วงสั้นยังออกมาในเชิงระมัดระวัง โดยข้อมูลจากหน้า SPDR ของ GOLD.in.th ระบุว่า การถือครองทองคำของกองทุนลดลง 5.710 ตันในช่วง 5 วันล่าสุด ลดลง 2.000 ตันนับตั้งแต่ต้นเดือน และลดลง 38.270 ตันนับตั้งแต่ต้นปี
แรงขาย SPDR สะท้อนเงินลงทุนระยะสั้นยังไม่กลับเข้าทองเต็มที่
SPDR Gold Shares เป็นหนึ่งในกองทุน ETF ทองคำที่นักลงทุนทั่วโลกใช้ติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเพิ่มหรือลดการถือครองทองคำของกองทุนมักถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดกระแสเงินลงทุนในตลาดทองคำโลก
โดยข้อมูลจาก SPDR Gold Shares ระบุว่า กองทุน GLD มีเป้าหมายให้หน่วยลงทุนสะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำแท่ง หลังหักค่าใช้จ่ายของกองทุน จึงทำให้ข้อมูลการถือครองทองคำของกองทุนมีความสำคัญต่อการประเมินมุมมองของนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนที่ใช้ ETF เป็นเครื่องมือในการลงทุนทองคำ
ในทางปฏิบัติ หาก SPDR เพิ่มการถือครองทองคำ ตลาดมักตีความได้ว่าเงินลงทุนบางส่วนกำลังไหลกลับเข้าสู่ทองคำผ่านกองทุน ETF แต่หากการถือครองลดลงต่อเนื่อง อาจสะท้อนแรงขายทำกำไร การลดน้ำหนักทองคำในพอร์ต หรือการโยกเงินไปยังสินทรัพย์อื่นในระยะสั้น
SPDR ขายออก แต่ธนาคารกลางยังซื้อทอง ภาพนี้บอกอะไร
ประเด็นที่น่าสนใจในช่วงนี้ คือ ภาพของตลาดทองคำไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด เพราะในขณะที่ฝั่ง ETF อย่าง SPDR มีการลดถือครองทองคำต่อเนื่อง ข้อมูลจากภาคธนาคารกลางกลับยังสะท้อนแรงซื้อทองคำในเชิงโครงสร้าง โดยหลายประเทศยังใช้ทองคำเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารทุนสำรองระหว่างประเทศ
ความแตกต่างนี้สะท้อนว่า นักลงทุนควรแยก “เงินลงทุนระยะสั้น” ออกจาก “อุปสงค์เชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว” เพราะ SPDR มักสะท้อนกระแสเงินของนักลงทุนในตลาดทุนและ ETF ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้เร็วตามดอลลาร์ ดอกเบี้ย Bond Yield และแรงทำกำไรระยะสั้น ขณะที่การซื้อทองของธนาคารกลางมักเป็นการจัดพอร์ตทุนสำรองในกรอบเวลาที่ยาวกว่า
ดังนั้น การที่ SPDR ลดถือครองทองคำจึงไม่ได้แปลว่าภาพใหญ่ของทองคำเปลี่ยนเป็นลบทั้งหมด แต่สะท้อนว่าในระยะสั้น นักลงทุนบางส่วนอาจยังไม่มั่นใจพอที่จะเพิ่มน้ำหนักทองคำผ่าน ETF โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดยังจับตาทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์ และแรงผันผวนจากข่าวเศรษฐกิจโลก
ตัวเลขล่าสุดชี้แรงขายต่อเนื่องตั้งแต่ปลายพฤษภาคม
เมื่อดูตารางย้อนหลังจากหน้า ข้อมูล SPDR ของ GOLD.in.th จะพบว่า SPDR ลดการถือครองทองคำต่อเนื่องหลายวันในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน โดยวันที่ 28 พฤษภาคม ลดลง 2.280 ตัน วันที่ 29 พฤษภาคม ลดลง 3.430 ตัน วันที่ 1 มิถุนายน ลดลง 0.280 ตัน วันที่ 2 มิถุนายน ลดลง 0.860 ตัน และวันที่ 3 มิถุนายน ลดลงอีก 1.140 ตัน
แม้บางวันก่อนหน้านั้นจะมีการซื้อเข้า เช่น ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ SPDR เคยเพิ่มการถือครองทองคำหลายครั้ง แต่ภาพล่าสุดแสดงให้เห็นว่าแรงซื้อ ETF ยังไม่ต่อเนื่อง และตลาดยังอยู่ในภาวะเลือกข้างระหว่างแรงหนุนระยะยาวจากทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย กับแรงกดดันระยะสั้นจากต้นทุนการถือครองทองคำที่ยังสูงในภาวะดอกเบี้ยสูง
ผลต่อราคาทองคำ: เป็นสัญญาณกดดันระยะสั้น แต่ยังต้องดูปัจจัยอื่นประกอบ
สำหรับราคาทองคำ การลดถือครองของ SPDR ถือเป็นปัจจัยที่ตลาดมักมองเป็นแรงกดดันเชิงจิตวิทยา เพราะสะท้อนว่าฝั่ง ETF ยังมีแรงขายหรือแรงลดน้ำหนักทองคำอยู่ อย่างไรก็ตาม ตัวเลข SPDR ไม่ควรถูกใช้เป็นสัญญาณตัดสินทิศทางราคาทองคำเพียงตัวเดียว
ราคาทองคำยังได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ การคาดการณ์นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ เงินเฟ้อ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงแรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก
หากดอลลาร์และ Bond Yield กลับมาแข็งแกร่ง อาจทำให้แรงขายจากฝั่ง ETF กดดันราคาทองคำระยะสั้นได้มากขึ้น แต่หากตลาดกลับมากังวลต่อเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ หรือมีสัญญาณว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจผ่อนคลายนโยบายการเงินในอนาคต ทองคำก็ยังมีโอกาสได้รับแรงหนุนกลับมาได้เช่นกัน
บทสรุป
ข้อมูลล่าสุดของ SPDR Gold Shares ชี้ว่า กองทุนลดการถือครองทองคำลงสู่ระดับ 1,026.860 ตัน ณ วันที่ 3 มิถุนายน 2026 โดยลดลง 1.140 ตันจากวันก่อนหน้า และลดลง 5.710 ตันในช่วง 5 วันล่าสุด สะท้อนแรงขายจากฝั่ง ETF ที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาดทองคำระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวควรถูกมองร่วมกับปัจจัยอื่นในตลาดทองคำ โดยเฉพาะแรงซื้อทองคำจากธนาคารกลาง ทิศทางดอลลาร์ ดอกเบี้ยสหรัฐฯ และความเสี่ยงในระบบการเงินโลก เพราะ SPDR เป็นเพียงหนึ่งในตัวชี้วัดกระแสเงินลงทุน ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดทิศทางราคาทองคำทั้งหมด
สำหรับนักลงทุนไทย การติดตามข้อมูล SPDR ควบคู่กับราคาทองคำโลก ค่าเงินบาท และข่าวเศรษฐกิจสำคัญ จะช่วยให้มองภาพตลาดทองคำได้ครบมิติมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดยังผันผวนและราคาทองคำยังตอบสนองต่อข่าวระยะสั้นค่อนข้างแรง
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อประกอบการติดตามภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ






















