ราคาทองคำตลาดโลกประจำวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 อ่อนตัวลงต่อเนื่อง โดยราคาทองคำเคลื่อนไหวใกล้บริเวณ 4,040–4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์
หลังแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับสูง ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า และความกังวลว่าเฟดอาจยังต้องคงท่าทีเข้มงวดต่อดอกเบี้ย
บรรยากาศตลาดทองคำวันนี้ถือว่าสำคัญกว่าปกติ เพราะเป็นวันศุกร์ก่อนเข้าสู่สุดสัปดาห์แรกที่ตลาดทองคำโลกเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างหลายด้าน ทั้งการขยายเวลาซื้อขายสัญญา 1-Ounce Gold Futures ของ CME Group, ความเคลื่อนไหวในตลาดทองคำจีน, การวางระบบ Gold Hub ของฮ่องกง และการที่สมาคมค้าทองคำเตรียมประกาศราคาทองคำให้ครอบคลุมวันเสาร์–อาทิตย์ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2569
ภาพรวมจึงไม่ใช่เพียงข่าวราคาทองคำรายวัน แต่เป็นวันที่ตลาดทองคำต้องจับตาทั้งแรงกดดันระยะสั้นจากน้ำมัน–เฟด และการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างราคาอ้างอิงในช่วงสุดสัปดาห์
ทองอ่อนจากน้ำมันพุ่ง ยีลด์สูง และดอลลาร์แข็ง
Trading Economics รายงานว่า ราคาทองคำเคลื่อนไหวแถว 4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันศุกร์ หลังร่วงลงเกือบ 2% ในวันก่อนหน้า โดยแรงกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นตามความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมัน Brent ขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม หลังประธานาธิบดี Donald Trump เตือนว่าอาจขยายปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน และระบุว่าจะถือว่าเตหะรานต้องรับผิดชอบต่อการโจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดงโดยกลุ่มฮูตี
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัว และเพิ่มแรงกดดันให้เฟดยังคงนโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
Kitco ชี้แรงซื้อปลอดภัยถูกกลบด้วยน้ำมันและยีลด์
รายงาน Kitco PM Report ระบุว่า Spot Gold ช่วงปลายตลาดสหรัฐวันพฤหัสบดีอยู่ใกล้ 4,047.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 1.98% ขณะที่ Spot Silver อยู่ใกล้ 57.64 ดอลลาร์ ลดลง 3.46%
ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบ 4,039.40–4,141.70 ดอลลาร์ ก่อนปิดใกล้กรอบล่างของวัน สะท้อนว่าแรงขายกลับมากดดันหลังราคาพยายามฟื้นตัวในช่วงก่อนหน้า
Kitco ระบุว่า แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความขัดแย้งสหรัฐ–อิหร่านยังมีอยู่ แต่ถูกกลบด้วยแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ยีลด์พันธบัตรที่สูงขึ้น และเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า ทำให้ทองคำหลุดต่ำกว่าโซน 4,100 ดอลลาร์อีกครั้ง
เฟดยังเป็นตัวแปรหลัก แม้บางมุมมองคาดคงดอกเบี้ย
ตลาดยังจับตาการประชุมเฟดวันที่ 29 กรกฎาคม โดย Trading Economics ระบุว่าตลาดให้โอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้าราว 34% ขณะที่โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นสูงกว่า 78%
อย่างไรก็ตาม มุมมองจาก Natixis ที่เผยแพร่ผ่าน Kitco ระบุว่า เฟดมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม และอาจคงดอกเบี้ยต่อไปตลอดปี 2569 เนื่องจากข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐล่าสุดช่วยให้เฟดมีพื้นที่รอดูข้อมูลมากขึ้น
แต่ Natixis ยังระบุด้วยว่า ราคาพลังงานจากความขัดแย้งอิหร่าน และมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ของสหรัฐ ยังเป็นความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อขาขึ้น ซึ่งอาจทำให้ตลาดไม่สามารถตัดความเสี่ยงเรื่องดอกเบี้ยออกไปได้ทั้งหมด
ดังนั้น ภาพของเฟดในวันนี้จึงเป็นภาวะ “รอข้อมูล แต่ยังไม่ผ่อนคลาย” ซึ่งทำให้ทองคำยังถูกจำกัดแรงฟื้นตัว แม้ตลาดบางส่วนคาดว่าเฟดอาจไม่ขึ้นดอกเบี้ยทันที
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐเพิ่มแรงกดดันต่อทองคำ
นอกจากน้ำมันและเฟดแล้ว ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐยังเป็นปัจจัยที่ตลาดจับตา โดย Kitco ระบุว่า ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 22,000 ราย เหลือ 187,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2512
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังมีความแข็งแรงในบางมิติ แม้แรงจ้างงานโดยรวมเริ่มชะลอลงจากช่วงก่อนหน้า
เมื่อตลาดแรงงานยังไม่อ่อนแรงมากพอ และราคาน้ำมันยังสูงขึ้น ตลาดจึงยังประเมินว่าเฟดอาจยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้นโยบายผ่อนคลายเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ดอลลาร์และยีลด์ยังเป็นแรงกดดันต่อทองคำ
กรอบราคาจาก gold.in.th: ทองอ่อนต่ำกว่า Pivot ระยะสั้น
จากบทวิเคราะห์ของ gold.in.th วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ราคาทองคำเคลื่อนไหวบริเวณ 4,042–4,043 ดอลลาร์ หลังไม่สามารถรักษาแรงซื้อเหนือ Pivot ระยะสั้นได้
กรอบราคาที่ตลาดจับตาคือแนวต้านบริเวณ 4,076–4,077 ดอลลาร์ หากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือโซนนี้ได้ ภาพระยะสั้นยังมีแรงกดดันอยู่
ด้านแนวรับ ตลาดจับตา 4,012 ดอลลาร์ และ 3,975 ดอลลาร์เป็นลำดับถัดไป ขณะที่ภาพรายสัปดาห์ยังอยู่ต่ำกว่า Pivot บริเวณ 4,165 ดอลลาร์ ทำให้ตลาดยังต้องระวังแรงขายกดดันต่อเนื่อง
กรอบราคาดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายทองคำหรือสินทรัพย์ใด ๆ
สุดสัปดาห์นี้ ตลาดทองโลกเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ
นอกจากแรงกดดันระยะสั้นจากน้ำมันและเฟดแล้ว สุดสัปดาห์นี้ตลาดทองคำโลกยังมีประเด็นเชิงโครงสร้างที่ต้องติดตามพร้อมกันหลายเรื่อง
ประเด็นแรกคือ CME Group จะเริ่มให้สัญญา 1-Ounce Gold Futures รองรับการซื้อขายช่วงสุดสัปดาห์ โดยช่วงแรกจะเริ่มหลัง maintenance วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569 ตามเวลาชิคาโก ซึ่งตรงกับเช้าวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคมตามเวลาไทย
เรื่องนี้สำคัญเพราะหมายความว่า แม้ตลาดทองคำ Spot และตลาดทองคำแต่ละประเทศจะยังมีโครงสร้างและเวลาทำการของตนเอง แต่ตลาดอนุพันธ์ทองคำบางส่วนในสหรัฐจะเริ่มมีการเคลื่อนไหวในช่วงที่เดิมตลาดหลักจำนวนมากปิดทำการ
ประเด็นที่สองคือธนาคารพาณิชย์จีนบางแห่งเริ่มปรับธุรกิจซื้อขายโลหะมีค่าสำหรับลูกค้ารายบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ Shanghai Gold Exchange โดย ICBC ระบุว่าจะหยุดให้บริการตัวแทนซื้อขายโลหะมีค่ารายบุคคลหลังการชำระบัญชีสิ้นวันวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ขณะที่ Bank of China กำหนดหยุดบริการในลักษณะใกล้เคียงกันหลังสิ้นวันวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
ประเด็นที่สามคือฮ่องกงเริ่มทดลองระบบเคลียร์ริ่งและชำระราคาทองคำส่วนกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 พร้อมเปิดตัว HAU price ticker และ Delivery Connect ที่เชื่อมกับ Shanghai Gold Exchange ซึ่งสะท้อนว่าศูนย์กลางทองคำเอเชียกำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านราคา การส่งมอบ และการเคลียร์ริ่ง
เมื่อรวมทั้ง 3 เรื่องเข้าด้วยกัน สุดสัปดาห์นี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ตลาดทองคำต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะราคาอ้างอิง การซื้อขายนอกเวลาปกติ และโครงสร้างตลาดทองคำเอเชียกำลังเปลี่ยนพร้อมกัน
สมาคมค้าทองคำเริ่มประกาศราคาเสาร์–อาทิตย์ 25 ก.ค.
ในประเทศไทย สมาคมค้าทองคำประกาศเตรียมขยายการประกาศราคาทองคำให้ครอบคลุมวันเสาร์และวันอาทิตย์ โดยเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดทองคำต่างประเทศ และช่วยให้ประชาชนกับผู้ประกอบการมีราคาอ้างอิงที่สอดคล้องกับภาวะตลาดมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การประกาศราคาวันเสาร์–อาทิตย์ของสมาคมค้าทองคำเป็นการเพิ่มราคาอ้างอิงในช่วงสุดสัปดาห์ ไม่ได้หมายความว่าร้านทองทุกแห่งต้องเปิดทำการ และไม่ได้หมายความว่าสมาคมจะประกาศราคาตลอด 24 ชั่วโมง จำนวนครั้งและช่วงเวลาการประกาศราคาอาจแตกต่างกันตามสถานการณ์ของตลาด ความผันผวน สภาพคล่อง อัตราแลกเปลี่ยน และปัจจัยที่เกี่ยวข้องในขณะนั้น
ข่าวที่ตลาดทองคำต้องติดตามต่อ
ช่วงที่เหลือของวันนี้และสุดสัปดาห์นี้ ตลาดทองคำต้องจับตาหลายประเด็นพร้อมกัน
ประเด็นแรกคือราคาน้ำมัน หาก Brent ยังยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือมีข่าวกระทบเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้น ตลาดอาจกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ยมากขึ้น
ประเด็นที่สองคือถ้อยแถลงและสัญญาณจากเฟดก่อนการประชุมวันที่ 29 กรกฎาคม เพราะตลาดยังมีมุมมองไม่ตรงกันระหว่างฝ่ายที่คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ย กับฝ่ายที่กังวลว่าเงินเฟ้อจากพลังงานและภาษีนำเข้าอาจทำให้เฟดต้องเข้มงวดมากขึ้น
ประเด็นที่สามคือการซื้อขายสัญญา 1-Ounce Gold Futures ของ CME ในช่วงสุดสัปดาห์แรก ซึ่งอาจกลายเป็นจุดทดสอบสำคัญว่า สภาพคล่อง ความผันผวน และราคาอ้างอิงช่วงวันหยุดจะส่งผลต่อการติดตามราคาทองคำโลกอย่างไร
ประเด็นสุดท้ายคือการประกาศราคาทองคำในประเทศวันเสาร์–อาทิตย์ของสมาคมค้าทองคำ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกภายใต้แนวทางใหม่ และจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ประกอบการกับประชาชนที่ติดตามราคาทองคำในช่วงสุดสัปดาห์
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 อ่อนตัวลงมาใกล้บริเวณ 4,040–4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าเงินเฟ้ออาจกดดันให้เฟดยังคงท่าทีเข้มงวดต่อดอกเบี้ย
แม้ทองคำยังมีแรงหนุนบางส่วนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แต่แรงกดดันจากน้ำมัน ยีลด์พันธบัตร ดอลลาร์ และความคาดหวังต่อดอกเบี้ยยังมีน้ำหนักมากกว่าในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน สุดสัปดาห์นี้เป็นช่วงสำคัญของตลาดทองคำโลกและตลาดทองคำไทย เพราะ CME จะเริ่มเปิดการซื้อขาย 1-Ounce Gold Futures ในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่สมาคมค้าทองคำจะเริ่มประกาศราคาทองคำวันเสาร์–อาทิตย์ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 และตลาดเอเชียยังจับตาการเปลี่ยนแปลงของระบบทองคำในจีนกับฮ่องกง
หมายเหตุ:
เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ


















