GOLD.in.th | 3 พฤศจิกายน 2569
การปรับฐานของทองคำรอบนี้ทำให้เกิดคำถามว่าแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวสิ้นสุดลงแล้วหรือยัง Michael Oliver ผู้ก่อตั้งและหัวหน้านักวิเคราะห์ของ Momentum Structural Analysis มองว่าการเคลื่อนไหวปัจจุบันมีส่วนคล้ายกับปี 2008 ซึ่งทองคำเคยร่วงแรงในช่วงวิกฤตการเงิน ก่อนฟื้นตัวกลับขึ้นไปในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม เขายังไม่สรุปว่าทองคำกลับเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่ เพราะสัญญาณยืนยันที่ติดตามอยู่ยังไม่ปรากฏ
Oliver ให้สัมภาษณ์กับ Megan King Diaz ในรายการ The GoldSilver Show โดยระบุว่า ณ ช่วงเวลาที่ให้สัมภาษณ์ ทองคำปรับลงราว 29% จากจุดสูงสุดเดือนมกราคม หลังเคลื่อนไหวอ่อนตัวต่อเนื่องหลายเดือน เขาเปรียบเทียบกับการปรับฐานในปี 2008 ซึ่งลึกประมาณ 35% แต่ภายหลังราคาทองกลับไปทำจุดสูงสุดใหม่
เหตุใดทองคำจึงลงได้ในปี 2008?
ในช่วงวิกฤตการเงิน นักลงทุนและสถาบันหลายแห่งต้องการเงินสด จึงขายสินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินได้ รวมถึงทองคำ การเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยจึงไม่ได้หมายความว่าราคาทองจะไม่ลดลงระหว่างวิกฤต ผู้อ่านสามารถย้อนดูเหตุการณ์ปี 2008 ใน Gold Timeline ของ GOLD.in.th ซึ่งอธิบายทั้งแรงขายเพื่อสภาพคล่อง และเหตุผลที่การดูราคาทองในประเทศไทยต้องพิจารณาค่าเงินบาทควบคู่กัน
สำหรับ Oliver บทเรียนสำคัญจากปี 2008 คือการร่วงแรงของราคาอาจเกิดขึ้นภายในแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวได้ เขาจึงให้น้ำหนักกับ “โครงสร้างโมเมนตัม” มากกว่าการตัดสินจากราคาในช่วงสั้นเพียงอย่างเดียว

มองโมเมนตัมก่อนสรุปว่าขาขึ้นจบหรือยัง
Oliver อธิบายว่า วิธีวิเคราะห์ของเขาติดตามทั้งราคาและโมเมนตัมในหลายกรอบเวลา การปรับลงรอบปัจจุบันกระทบโครงสร้างบางส่วนในระยะกลาง แต่ในมุมของเขา ยังไม่ทำลายแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวของทองคำ
ถึงกระนั้น เขาระบุว่าสัญญาณที่จะยืนยันว่าทองคำกลับเข้าสู่แนวโน้มหลักยังไม่เกิดขึ้น จุดนี้ทำให้มุมมองของ Oliver เป็นการประเมินโครงสร้างตลาดและสิ่งที่ต้องเฝ้าดูต่อ ไม่ใช่การประกาศว่าราคาทองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
นอกจากทองคำ Oliver ยังติดตามหุ้นเหมืองทอง เขาระบุว่าเมื่อเทียบดัชนีหุ้นเหมือง XAU กับราคาทองคำ อัตราส่วนปัจจุบันยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในหลายทศวรรษก่อน จึงมองว่าหุ้นเหมืองขนาดใหญ่อาจมีโอกาสฟื้นตัวเมื่อเทียบกับทอง เขาตีความความแข็งแกร่งของหุ้นเหมืองบางแห่งว่าอาจเป็นสัญญาณของเงินทุนสถาบันที่เริ่มเข้ามาในกลุ่มโลหะมีค่า ซึ่งยังเป็นข้อประเมินของเขา ไม่ใช่หลักฐานว่ากองทุนทั้งหมดกำลังเคลื่อนเงินในทิศทางเดียวกัน
ส่วนโลหะเงิน Oliver มองว่าความผันผวนที่สูงกว่าทองอาจทำให้ราคาปรับตัวแรงกว่าได้ทั้งขาลงและขาขึ้น เขาเชื่อว่าหากโลหะมีค่ากลับมาเดินหน้ารอบใหม่ เงินอาจปรับขึ้นแรงกว่าทอง แต่ไม่ได้ระบุเป้าหมายราคาที่แน่นอนในการสัมภาษณ์ส่วนนี้
มุมมอง GOLD.in.th
การเทียบกับปี 2008 ช่วยเตือนว่าการปรับฐานรุนแรงไม่ได้บอกจุดจบของแนวโน้มระยะยาวโดยอัตโนมัติ ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ในอดีตก็ไม่ได้รับประกันว่าราคาจะฟื้นตัวด้วยรูปแบบหรือระยะเวลาเดียวกัน ประเด็นที่ควรติดตามต่อคือสัญญาณยืนยันตามวิธีวิเคราะห์ของ Oliver ทิศทางตลาดทองคำโลก และค่าเงินบาทที่มีผลต่อราคาทองในประเทศ
ที่มาและเครดิต: เรียบเรียงโดย GOLD.in.th จากบทความ “Michael Oliver: Is Gold’s 29% Drop Just Like 2008?” ของ GoldSilver เผยแพร่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 ซึ่งอ้างอิงบทสัมภาษณ์ Michael Oliver ในรายการ The GoldSilver Show วันที่ 23 ตุลาคม 2026
บทความนี้นำเสนอมุมมองของผู้ให้สัมภาษณ์เพื่อประกอบการติดตามตลาด ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน


