หน้าแรกบทความลาวเดินเกม Lao Bullion Bank ปูทางศูนย์กลางทองคำลุ่มน้ำโขง

ลาวเดินเกม Lao Bullion Bank ปูทางศูนย์กลางทองคำลุ่มน้ำโขง

- Advertisement -

การแข่งขันสร้างบทบาทใหม่ในตลาดทองคำเอเชียไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในศูนย์กลางการเงินขนาดใหญ่อย่างฮ่องกงและสิงคโปร์ อีกประเทศที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างน่าสนใจคือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

แต่เส้นทางที่ลาวเลือกแตกต่างจากประเทศอื่นอย่างชัดเจน

ฮ่องกงเริ่มจากการสร้างราคาอ้างอิงและเชื่อมตลาดเซี่ยงไฮ้ สิงคโปร์เริ่มจากคลังทอง ระบบเคลียร์ริ่ง และบริการสำหรับสถาบันการเงิน ส่วนลาวเลือกเริ่มจากการนำทองคำจริงที่อยู่ในมือประชาชน ร้านค้า และภาคธุรกิจ เข้ามาอยู่ในระบบธนาคาร

หัวใจของแนวทางนี้คือ Lao Bullion Bank หรือ LBB

Lao Bullion Bank ปรากฏอยู่ในรายชื่อธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่ง สปป.ลาวเผยแพร่ ขณะที่ Singapore Bullion Market Association หรือ SBMA ระบุว่า ธนาคารแห่งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลลาวกับ PTL Holding โดยมีเป้าหมายสร้างทุนสำรองทองคำและเสริมฐานระบบการเงินของประเทศ

ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่เพียงที่ลาวเปิด “ธนาคารทองคำ” ขึ้นมาอีกหนึ่งแห่ง

แต่อยู่ที่ลาวกำลังพยายามเปลี่ยนสถานะของทองคำ จากทรัพย์สินที่เก็บอยู่ตามบ้าน ร้านทอง หรือธุรกิจ ให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่สามารถฝาก บันทึกมูลค่า ซื้อขาย และนำไปใช้ในระบบการเงินได้

Lao Bullion Bank คืออะไร

ชื่อ Bullion Bank อาจทำให้หลายคนนึกถึงธนาคารขนาดใหญ่ในลอนดอนหรือนิวยอร์ก ซึ่งทำธุรกรรมทองคำระหว่างธนาคารกลาง กองทุน และผู้ค้าระดับโลก

แต่โมเดลของลาวมีจุดเริ่มต้นต่างออกไป

Lao Bullion Bank ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับทองคำจริง ตั้งแต่การรับฝากและเก็บรักษา การซื้อขายผ่านระบบดิจิทัล การออกใบรับรอง ตลอดจนบริการที่เชื่อมทองคำกับธุรกรรมทางการเงิน

แนวคิดง่าย ๆ คือ แทนที่ประชาชนจะถือทองคำไว้เองเพียงอย่างเดียว ก็สามารถนำทองเข้าฝากในระบบที่มีการตรวจสอบน้ำหนัก ความบริสุทธิ์ และบันทึกมูลค่าไว้ จากนั้นจึงซื้อ ขาย โอน หรือใช้สิทธิที่เกิดจากทองคำดังกล่าวตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์

ในเดือนตุลาคม 2568 Lao Bullion Bank และ Banque pour le Commerce Extérieur Lao Public หรือ BCEL เปิดบริการชำระเงินสำหรับการซื้อขายทองผ่านแอป LBB PLUS โดยเชื่อมกับระบบ BCEL One ทำให้ผู้ใช้สามารถชำระเงินจากบัญชีธนาคารและซื้อขายทองคำผ่านโทรศัพท์มือถือได้โดยตรง รายงานในช่วงเปิดบริการระบุว่าแพลตฟอร์มมีผู้ใช้งานมากกว่า 17,000 ราย และมีทองฝากเข้าระบบเกือบหนึ่งตันภายในเก้าเดือนแรก

ตัวเลขดังกล่าวยังไม่อาจเปรียบเทียบกับตลาดทองคำระดับโลกได้

แต่สะท้อนว่าโครงการไม่ได้หยุดอยู่เพียงแนวคิดบนกระดาษ และเริ่มมีผู้ใช้ทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมกับระบบแล้ว

จุดสำคัญไม่ใช่เพียงการซื้อทองผ่านแอป

การซื้อขายทองคำผ่านโทรศัพท์มือถือไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยมีแพลตฟอร์มซื้อขายและออมทองมานานแล้ว

สิ่งที่ทำให้โมเดลลาวน่าติดตามกว่าการเปิดแอปทั่วไป คือความพยายามนำหลายส่วนของตลาดเข้ามาเชื่อมกัน

ตั้งแต่

  • ทองคำที่ประชาชนถือครอง
  • บัญชีและใบรับรองทองคำ
  • คลังเก็บรักษา
  • ระบบธนาคารและการชำระเงิน
  • การตรวจสอบความบริสุทธิ์
  • โรงกลั่นทองคำ
  • การนำทองไปใช้เป็นหลักประกัน
  • การเชื่อมตลาดต่างประเทศ

หากระบบเหล่านี้ทำงานร่วมกันได้จริง ทองคำจะไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะวันที่เจ้าของนำไปขาย

แต่สามารถถูกบันทึกเป็นทรัพย์สินที่ตรวจสอบได้ และอาจนำไปใช้สนับสนุนสภาพคล่องหรือธุรกรรมทางการเงินได้ โดยที่เจ้าของไม่จำเป็นต้องขายทองทั้งหมดออกไปก่อน

นี่คือแกนสำคัญของ Lao Bullion Bank

ลาวกำลังพยายามดึงทองคำที่อยู่นอกระบบ ให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มองเห็น ตรวจสอบ และนำมาใช้ประโยชน์ในระบบเศรษฐกิจได้มากขึ้น

มี Bullion Bank อย่างเดียวอาจยังไม่พอ

หากธนาคารรับฝากทองคำ แต่ประเทศยังต้องส่งวัตถุดิบไปตรวจสอบหรือกลั่นในต่างประเทศ ระบบก็ยังไม่ครบวงจร

ลาวจึงเดินหน้าต่อด้วยการเปิด Laos-International Precious Metals Refinery หรือ LIPMER ในนครหลวงเวียงจันทน์ในเดือนเมษายน 2569

โรงกลั่นแห่งนี้ถูกวางให้ทำงานร่วมกับ Lao Bullion Bank ภายในระบบเดียวกัน ตั้งแต่การรับวัตถุดิบ การวิเคราะห์ความบริสุทธิ์ การกลั่น การผลิตทองคำแท่ง ไปจนถึงการนำทองเข้าสู่ระบบซื้อขายและการเงิน

รายงานเกี่ยวกับการเปิดโรงกลั่นระบุว่า LIPMER มีกำลังการผลิตตามการออกแบบสูงสุดประมาณ 150 ตันต่อปี และสามารถกลั่นทองคำให้มีความบริสุทธิ์สูงสุดตามที่ผู้ดำเนินโครงการระบุไว้ได้ถึง 99.999% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นขีดความสามารถของโรงงาน ไม่ได้หมายความว่าจะมีวัตถุดิบหรือการผลิตจริงถึงระดับนั้นตั้งแต่เริ่มดำเนินงาน

เหตุผลที่โรงกลั่นมีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์นี้ ไม่ได้อยู่ที่การผลิตทองคำให้บริสุทธิ์สูงเพียงอย่างเดียว

แต่อยู่ที่การเก็บมูลค่าเพิ่มไว้ในประเทศ

หากลาวสามารถตรวจสอบและกลั่นวัตถุดิบได้เอง ประเทศก็มีโอกาสสร้างรายได้จากกระบวนการผลิต พัฒนาบุคลากร เก็บข้อมูลแหล่งที่มาของทอง และผลิตสินค้าที่ส่งต่อเข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น

แทนที่จะส่งวัตถุดิบหรือทองคำกึ่งบริสุทธิ์ออกไป แล้วซื้อบริการตรวจสอบและกลั่นกลับมาจากต่างประเทศ

“มาตรฐานสากล” ยังไม่เท่ากับ LBMA Good Delivery

จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ ความสามารถในการผลิตทองคำความบริสุทธิ์สูง ไม่ได้แปลว่าโรงกลั่นได้รับสถานะ LBMA Good Delivery โดยอัตโนมัติ

การเข้าสู่รายชื่อโรงกลั่นที่ London Bullion Market Association รับรอง ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบเฉพาะ ทั้งด้านประวัติการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน คุณภาพการผลิต ระบบ Responsible Sourcing และมาตรฐานอื่นตามที่ LBMA กำหนด

ดังนั้น ในระยะนี้ควรกล่าวว่า LIPMER เป็นโรงกลั่นที่ลาวพัฒนาขึ้นเพื่อผลิตทองคำตามมาตรฐานที่ตลาดยอมรับ

แต่ยังไม่ควรเรียกว่าเป็น “โรงกลั่นที่ได้รับการรับรองจาก LBMA” จนกว่าจะมีรายชื่อหรือประกาศจาก LBMA โดยตรง

ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะการกลั่นทองให้ได้ความบริสุทธิ์สูงเป็นเพียงด่านแรก

ตลาดระหว่างประเทศยังต้องการทราบว่า ทองมาจากที่ใด ผ่านกระบวนการใด และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้มากเพียงใด

ลาวไม่ได้เดินเกมนี้เพียงลำพัง

แม้ลาวจะเริ่มจากการพัฒนาตลาดภายในประเทศ แต่เป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้นคือการเชื่อมระบบทองคำของตนเองกับเครือข่ายภูมิภาค

ความสัมพันธ์ที่เห็นชัดที่สุดคือการทำงานร่วมกับ Singapore Bullion Market Association

SBMA เริ่มหารือความร่วมมือกับ Lao Bullion Bank ตั้งแต่ปี 2567 ต่อมา LBB เข้าเป็นสมาชิกประเภท Foreign Associate Member ในเดือนมิถุนายน 2568 ก่อนที่ SBMA จะนำคณะผู้แทนเข้าร่วม Lao Gold Festival ครั้งแรกในเดือนกันยายนปีเดียวกัน

เทศกาลดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 30,000 คน และผู้แสดงสินค้ากว่า 350 ราย ตั้งแต่ร้านทอง ผู้ผลิตเครื่องประดับ ธนาคาร ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทองคำจากต่างประเทศ

กิจกรรมนี้อาจดูเหมือนงานแสดงสินค้า แต่ในภาพใหญ่สะท้อนว่าลาวไม่ได้ต้องการพัฒนาเฉพาะตัวธนาคาร

ลาวกำลังพยายามดึงผู้เล่นทั้งห่วงโซ่เข้ามาพบกัน ตั้งแต่งานฝีมือและตลาดค้าปลีก ไปจนถึงโรงกลั่น การเงิน เทคโนโลยี และการค้าระหว่างประเทศ

นอกจากสิงคโปร์แล้ว Lao Bullion Bank ยังปรากฏในรายชื่อความร่วมมือของ Japan Bullion Market Association หรือ JBMA ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ซึ่งสะท้อนความพยายามรับองค์ความรู้และเชื่อมเครือข่ายกับตลาดทองคำของญี่ปุ่นด้วย

ลาวกับสิงคโปร์อาจไม่ได้แข่งขันกันโดยตรง

หากมองผิวเผิน การที่ลาวพยายามสร้างระบบทองคำ ขณะที่สิงคโปร์กำลังเร่งสร้าง Gold Hub อาจดูเหมือนการแข่งขันกัน

แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองประเทศอาจอยู่กันคนละส่วนของห่วงโซ่

สิงคโปร์มีความได้เปรียบด้านธนาคารระหว่างประเทศ คลังทรัพย์สิน การประกันภัย ระบบเคลียร์ริ่ง และการเชื่อมสภาพคล่องโลก

ส่วนลาวมีโอกาสจากทรัพยากร การรวบรวมทองคำภายในประเทศ การกลั่น การผลิต และตลาดลุ่มน้ำโขง

ดังนั้น เส้นทางที่เป็นไปได้อาจไม่ใช่การที่ลาวสร้างตลาดขึ้นมาแทนสิงคโปร์

แต่อาจเป็นการทำให้ทองคำจากลาวสามารถผ่านการตรวจสอบ กลั่น และจัดทำข้อมูล ก่อนเชื่อมต่อไปยังบริการทางการเงิน คลัง และตลาดต่างประเทศผ่านศูนย์กลางอย่างสิงคโปร์

นี่คือเหตุผลที่ความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายน่าจับตามองมากกว่าการมองว่าใครจะชนะการแข่งขัน Gold Hub

Lao Bullion Bank ไม่ใช่อะไร

เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจเกินข้อเท็จจริง มีอย่างน้อยสามประเด็นที่ควรแยกให้ชัด

ไม่ใช่ธนาคารกลางแห่งใหม่

Lao Bullion Bank เป็นสถาบันการเงินที่ให้บริการเกี่ยวกับทองคำ ไม่ได้เข้ามาออกเงินกีบ กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือทำหน้าที่แทนธนาคารแห่ง สปป.ลาว

ไม่ได้หมายความว่าลาวกลับไปใช้ Gold Standard

การที่ประชาชนสามารถฝากทองหรือใช้ทองเป็นฐานของธุรกรรม ไม่ได้หมายความว่าเงินกีบสามารถนำไปแลกทองคำในอัตราคงที่ หรือระบบเงินตราของประเทศมีทองรองรับทุกหน่วย

ไม่ได้ทำให้ทองคำทุกบัญชีมีสถานะเหมือนกัน

ผู้ใช้บริการยังต้องตรวจสอบว่า ทองคำที่ถือผ่านบัญชีเป็นทองที่แยกไว้เฉพาะราย หรือเป็นสิทธิเรียกร้องต่อทองคำรวมของผู้ให้บริการ

รวมถึงต้องดูค่าธรรมเนียม ส่วนต่างราคา เงื่อนไขฝาก–ถอน ปริมาณขั้นต่ำ สถานที่ส่งมอบ และสิทธิของลูกค้า หากผู้ให้บริการประสบปัญหาทางการเงิน

คำว่า “มีทองคำรองรับ” จึงยังไม่เพียงพอ

สิ่งสำคัญคือ ผู้ถือมีกรรมสิทธิ์เหนือทองคำในรูปแบบใด และสามารถใช้สิทธินั้นได้จริงเพียงใด

สิ่งที่ลาวยังต้องพิสูจน์

โครงการของลาวมีทิศทางที่น่าสนใจ แต่การเปิดธนาคาร โรงกลั่น หรือแพลตฟอร์มยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ระบบได้รับการยอมรับในระยะยาว

สิ่งที่ต้องพิสูจน์มีอย่างน้อยสี่ด้าน

ความเชื่อมั่นของผู้ฝากทอง

ลูกค้าต้องมั่นใจว่าทองถูกตรวจสอบอย่างถูกต้อง ยอดในบัญชีตรงกับทองจริง และสามารถขายหรือถอนทองได้ตามเงื่อนไข

แหล่งที่มาและการตรวจสอบย้อนกลับ

หากต้องการเชื่อมกับตลาดต่างประเทศ ลาวต้องสามารถอธิบายได้ว่าทองคำมาจากเหมือง ผู้ค้า หรือทองรีไซเคิลรายใด รวมถึงผ่านกระบวนการตรวจสอบด้าน Responsible Sourcing อย่างไร

AML/CFT และความโปร่งใสของธุรกรรม

ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง เคลื่อนย้ายง่าย และสามารถซื้อขายข้ามพรมแดนได้ ระบบจึงต้องจัดการความเสี่ยงเรื่องการฟอกเงิน การลักลอบค้า การหลีกเลี่ยงภาษี และเจ้าของผลประโยชน์ที่แท้จริงอย่างจริงจัง

การยอมรับจากตลาดภายนอก

ต่อให้ระบบทำงานได้ดีภายในประเทศ ความสำเร็จในระดับภูมิภาคยังขึ้นอยู่กับว่า ธนาคาร คลัง ผู้ซื้อ และผู้ค้าต่างประเทศจะยอมรับทองคำ เอกสาร และมาตรฐานของลาวมากน้อยเพียงใด

Gold Hub ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะประเทศประกาศว่าต้องการเป็นศูนย์กลาง

แต่เกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นในตลาดเชื่อมั่นและเลือกเข้ามาใช้บริการจริง

เหตุใดความเคลื่อนไหวของลาวจึงสำคัญต่อไทย

ประเทศไทยกับลาวเชื่อมโยงกันทั้งด้านพรมแดน การค้า วัฒนธรรม และพฤติกรรมการถือครองทองคำ

ผู้ประกอบการทองคำไทยมีความเชี่ยวชาญด้านร้านทอง เครื่องประดับ การตรวจสอบคุณภาพ การกลั่น เทคโนโลยี และตลาดซื้อขาย ขณะที่ลาวกำลังสร้างระบบใหม่ซึ่งต้องใช้ความรู้และบริการหลายด้านที่ไทยมีอยู่แล้ว

ความเปลี่ยนแปลงนี้จึงอาจสร้างได้ทั้งโอกาสและการแข่งขัน

โอกาสอาจอยู่ในด้านบริการตรวจสอบ โรงกลั่น เครื่องจักร คลัง โลจิสติกส์ เทคโนโลยีร้านทอง การฝึกอบรม และมาตรฐาน AML/CFT

ส่วนการแข่งขันอาจเกิดขึ้น หากลาวสามารถพัฒนาระบบภาษี การนำเข้า–ส่งออก การผลิต และการเชื่อมตลาดต่างประเทศให้ง่ายกว่าประเทศรอบข้าง

แต่บทเรียนที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่เรื่องว่า ลาวจะมาแย่งตลาดไทยหรือไม่

สิ่งที่ควรติดตามคือ ประเทศขนาดเล็กกำลังเริ่มเชื่อมทองคำ การเงิน โรงกลั่น และตลาดต่างประเทศเข้าด้วยกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

ขณะที่ประเทศไทยเองมีตลาดทองคำขนาดใหญ่และองค์ประกอบที่พร้อมกว่าในหลายด้าน แต่ระบบต่าง ๆ ยังทำงานแยกจากกันอยู่มาก

สรุป

Lao Bullion Bank ไม่ได้ทำให้ลาวกลายเป็นศูนย์กลางทองคำของอาเซียนทันที

แต่เป็นก้าวแรกของความพยายามนำทองคำจริงเข้าสู่ระบบการเงินอย่างเป็นทางการ

เมื่อรวมกับแพลตฟอร์ม LBB PLUS การเชื่อมระบบชำระเงินกับ BCEL การเปิดโรงกลั่น LIPMER และความร่วมมือกับวงการทองคำของสิงคโปร์กับญี่ปุ่น จะเห็นว่าลาวไม่ได้กำลังสร้างเพียงธนาคารทองคำหนึ่งแห่ง

แต่กำลังวางองค์ประกอบของ ระบบนิเวศทองคำระดับประเทศ

เส้นทางดังกล่าวยังต้องพิสูจน์ทั้งความโปร่งใส มาตรฐานโรงกลั่น แหล่งที่มาของทอง AML/CFT สภาพคล่อง และการยอมรับจากตลาดต่างประเทศ

หากทำได้สำเร็จ ลาวอาจไม่ได้กลายเป็นคู่แข่งโดยตรงของฮ่องกงหรือสิงคโปร์

แต่อาจสร้างบทบาทของตนเองในฐานะจุดเชื่อมระหว่างทรัพยากร การกลั่น ตลาดภายในประเทศ และระบบการเงินของลุ่มน้ำโขง


หมายเหตุสำคัญ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับตลาดทองคำและโครงสร้างทางการเงิน มิได้เป็นคำแนะนำหรือข้อเสนอแนะเพื่อการลงทุน ผู้สนใจผลิตภัณฑ์บัญชีทองคำหรือบริการทางการเงินที่มีทองคำรองรับ ควรตรวจสอบโครงสร้างกรรมสิทธิ์ ค่าธรรมเนียม เงื่อนไขการถอน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องจากผู้ให้บริการโดยตรง

- Advertisement -
Mr.Gold
Mr.Gold
หวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มข้อมูลข่าวสารให้ผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำ
- Advertisement -
- Advertisement -
RELATED ARTICLES
- Advertisement -
- Advertisement -

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ

- Advertisement -