ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวใกล้แนวรับทางจิตวิทยา 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้เงินดอลลาร์และราคาน้ำมันจะอ่อนตัวลงในบางช่วง สะท้อนว่าตลาดกำลังให้น้ำหนักกับทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐมากกว่าปัจจัยระยะสั้น ขณะที่ Commerzbank ปรับลดประมาณการราคาทองคำปลายปีเหลือ 4,500 ดอลลาร์ และนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าตลาดอาจต้องใช้เวลาสร้างฐานอีก 3–6 เดือน
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการประกาศผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ซึ่งตลาดยังมีความเห็นแตกต่างกันว่า คณะกรรมการจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม หรืออาจปรับขึ้นอีก 0.25%
ข้อมูลจาก Reuters ระบุว่า ราคาทองคำ Spot อยู่ที่ประมาณ 4,024.54 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อเวลา 11.48 น. วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ตามเวลาไทย ขณะที่สัญญาทองคำสหรัฐส่งมอบเดือนสิงหาคมอยู่ที่ประมาณ 4,023.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ประเด็นสำคัญของตลาดทองคำ
- ทองคำยังไม่ฟื้น แม้ดอลลาร์และน้ำมันอ่อนตัวลงในบางช่วง
- ตลาดให้น้ำหนัก 68% ที่ Fed จะคงดอกเบี้ย และ 32% ที่อาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25%
- Commerzbank ลดเป้าทองคำปลายปีจาก 4,800 เหลือ 4,500 ดอลลาร์
- นักวิเคราะห์ SIA Wealth Management มองว่าทองอาจพักฐานอีก 3–6 เดือน
- แรงซื้อระยะยาวจากธนาคารกลางยังเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ
ดอลลาร์และน้ำมันอ่อน แต่ทองคำยังไม่ตอบสนอง
ตามกลไกทั่วไป การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์มักช่วยให้ทองคำมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น ขณะที่ราคาน้ำมันที่ลดลงอาจบรรเทาความกังวลด้านเงินเฟ้อและลดแรงกดดันต่อแนวโน้มดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของตลาดในช่วงล่าสุดกลับไม่เป็นไปตามความสัมพันธ์ดังกล่าวอย่างเต็มที่ แม้ดัชนีดอลลาร์และน้ำมันดิบจะปรับลดลงในบางช่วง แต่ราคาทองคำยังอ่อนตัวและกลับเข้าใกล้บริเวณ 4,000 ดอลลาร์
Gary Wagner นักวิเคราะห์ทางเทคนิค ระบุใน บทวิเคราะห์ความคิดเห็นที่เผยแพร่ผ่าน Kitco ว่า ราคาทองคำล่วงหน้าปรับลดลงประมาณ 50 ดอลลาร์ในวันอังคาร มาอยู่ใกล้ 4,029 ดอลลาร์ แม้เงินดอลลาร์และน้ำมันจะอ่อนตัวลง
Wagner ประเมินว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่าผู้ร่วมตลาดกำลังเตรียมรับความเป็นไปได้ที่ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ย หรืออย่างน้อยที่สุดอาจยังคงส่งสัญญาณเข้มงวดต่อเงินเฟ้อ
มุมมองดังกล่าวเป็นบทวิเคราะห์ของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อสรุปอย่างเป็นทางการของ Kitco หรือ Fed แต่สะท้อนพฤติกรรมของตลาดที่กำลังให้น้ำหนักกับดอกเบี้ย อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และทิศทางเงินดอลลาร์มากกว่าการลดลงของราคาน้ำมันเพียงช่วงสั้น
ตลาดยังไม่ตัดโอกาสขึ้นดอกเบี้ย
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ หรือ FOMC จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28–29 กรกฎาคม 2569 โดย ปฏิทินอย่างเป็นทางการของ Federal Reserve กำหนดประกาศผลการประชุมในเวลา 14.00 น. วันที่ 29 กรกฎาคมตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ
เวลาประกาศดังกล่าวตรงกับเวลา 01.00 น. เช้าวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ตามเวลาไทย ส่วนการแถลงข่าวของ Kevin Warsh ประธาน Fed มีกำหนดเริ่มในเวลา 01.30 น. ตามเวลาไทย
Reuters รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจาก CME FedWatch ว่า ตลาดให้น้ำหนักประมาณ 68% ที่ Fed จะคงกรอบอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม และให้น้ำหนักประมาณ 32% ต่อความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ย 0.25%
ขณะเดียวกัน ตลาดให้น้ำหนักประมาณ 77% ที่ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนกันยายน สะท้อนว่าความกังวลเรื่องเงินเฟ้อยังไม่ได้หมดไป แม้ข้อมูลเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนจะชะลอตัวลง
สิ่งที่ตลาดรอจึงไม่ใช่เพียงผลการตัดสินใจว่าจะคงหรือขึ้นดอกเบี้ย แต่รวมถึงถ้อยแถลงของ Fed ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานและความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังอยู่ในระดับน่ากังวลเพียงใด
สงครามกลับกดดันทองผ่านน้ำมันและดอกเบี้ย
โดยปกติ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์มักเพิ่มความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยและเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ แต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรอบนี้กลับสร้างผลกระทบที่ซับซ้อนกว่าเดิม
ด้านหนึ่ง ความไม่แน่นอนจากสงครามยังสนับสนุนความต้องการถือครองทองคำ แต่อีกด้านหนึ่ง ความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานและราคาน้ำมันทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัว ส่งผลให้ Fed ต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงหรือพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ ซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและเงินดอลลาร์อาจได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังเรื่องนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเป็นผู้ผลิตและส่งออกพลังงานรายสำคัญ ทำให้เงินดอลลาร์สามารถได้รับประโยชน์บางส่วนจากวิกฤตพลังงาน แตกต่างจากบางเหตุการณ์ในอดีตที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงพร้อมกับแรงซื้อทองคำที่เพิ่มขึ้น
Commerzbank หั่นเป้าทองปลายปีเหลือ 4,500 ดอลลาร์
Commerzbank ปรับลดประมาณการราคาทองคำสิ้นปี 2569 ลงเหลือประมาณ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากประมาณการเดิมในเดือนมิถุนายนที่ 4,800 ดอลลาร์ นับเป็นการปรับลดประมาณการครั้งที่สองในระยะเวลาประมาณสองเดือน
ธนาคารยังลดเป้าหมายราคาโลหะเงินสิ้นปีเหลือ 67 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากเดิม 80 ดอลลาร์ ตามข้อมูลที่รายงานโดย Kitco News
Thu Lan Nguyen และทีมนักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ของ Commerzbank ระบุว่า การปรับลดประมาณการสะท้อนแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ทำให้ Fed ยังต้องรักษาท่าทีพร้อมใช้นโยบายเข้มงวด
อย่างไรก็ตาม Commerzbank มองว่า ความคาดหวังของตลาดต่อการขึ้นดอกเบี้ยอาจรุนแรงเกินไป และยังมีพื้นที่ให้ราคาทองคำฟื้นตัวจากระดับต่ำในปัจจุบันได้ในช่วงปลายปี
ธนาคารประเมินว่า หากเงินเฟ้อพื้นฐานไม่ได้เร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Fed อาจคงดอกเบี้ยไปจนถึงสิ้นปี และอาจเริ่มลดดอกเบี้ยได้ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2570
ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว Commerzbank ยังคงเห็นเส้นทางที่ราคาทองคำอาจขึ้นไปถึงประมาณ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปี 2570 แสดงให้เห็นว่าการลดเป้าปลายปีเป็นการปรับมุมมองระยะสั้น มากกว่าการยกเลิกมุมมองเชิงบวกในระยะยาวทั้งหมด
เหตุใดดอลลาร์จึงได้แรงหนุนมากกว่าทอง
Commerzbank ระบุว่า นับตั้งแต่ความขัดแย้งกับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น เงินดอลลาร์กลับมาถูกมองว่ามีความปลอดภัยมากกว่าเงินยูโรในสายตาของผู้ร่วมตลาดบางส่วน
ตราบใดที่เงินทุนยังไหลเข้าสู่ดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทองคำอาจไม่ได้รับประโยชน์จากความต้องการหลบความเสี่ยงอย่างเต็มที่ เพราะแรงซื้อทองคำบางส่วนถูกหักล้างด้วยเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ดอลลาร์และพันธบัตรสหรัฐ
Reuters รายงานเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมว่า เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบหนึ่งเดือน และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันราคาทองคำให้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ โดยสามารถอ่านรายละเอียดได้จาก รายงานตลาดทองคำของ Reuters
ทองคำอาจใช้เวลาสร้างฐานอีก 3–6 เดือน
Colin Cieszynski หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ SIA Wealth Management ประเมินว่า ราคาทองคำอาจต้องใช้เวลาประมาณ 3–6 เดือนเพื่อหาจุดสมดุลใหม่ หลังจากตลาดเคยปรับขึ้นอย่างรุนแรงและตามมาด้วยการปรับฐานขนาดใหญ่
เขามองว่า ปัจจัยด้านสงครามถูกสะท้อนเข้าไปในราคาทองคำแล้วบางส่วน แต่ยังไม่ทั้งหมด ขณะที่ความเสี่ยงจากราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และเงินดอลลาร์ทำให้การประเมินทิศทางทองคำมีความไม่แน่นอนสูง
ใน บทสัมภาษณ์กับ Kitco News Cieszynski มองว่าทองคำอาจยังเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 3,960–4,170 ดอลลาร์ในระยะใกล้ และการประชุม Fed รอบเดือนกรกฎาคมอาจยังไม่สร้างแรงผลักดันมากพอให้ราคาหลุดจากกรอบ หาก Fed ไม่ส่งสัญญาณที่สร้างความประหลาดใจแก่ตลาด
กรอบราคาและระยะเวลา 3–6 เดือนดังกล่าวเป็นความเห็นของนักวิเคราะห์รายหนึ่ง ไม่ใช่การรับประกันว่าราคาทองคำจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบดังกล่าวเสมอไป
เงินเฟ้อเดือนมิถุนายนลดลง แต่ความเสี่ยงยังไม่หมด
ข้อมูลจาก สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ หรือ BLS ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐเดือนมิถุนายนลดลง 0.4% จากเดือนก่อน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนพฤษภาคม
ดัชนีพลังงานลดลง 5.7% และราคาน้ำมันเบนซินลดลง 9.7% ขณะที่ดัชนีราคาที่ไม่รวมอาหารและพลังงานทรงตัวจากเดือนก่อน
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เงินเฟ้อทั่วไปยังเพิ่มขึ้น 3.5% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น 2.6% ส่วนดัชนีพลังงานยังสูงกว่าปีก่อน 15.7%
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า แรงกดดันเงินเฟ้อรายเดือนลดลงอย่างชัดเจนจากราคาพลังงาน แต่ระดับราคาพลังงานเมื่อเทียบรายปียังอยู่ในระดับสูง ทำให้ Fed อาจต้องรอดูข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางนโยบาย
แรงหนุนระยะยาวของทองคำยังไม่หายไป
แม้ตลาดทองคำระยะสั้นจะถูกกดดันจากดอกเบี้ย ดอลลาร์ และการลดสถานะหลังราคาปรับขึ้นแรง แต่ปัจจัยสนับสนุนเชิงโครงสร้างบางส่วนยังคงอยู่ โดยเฉพาะการกระจายเงินสำรองของธนาคารกลางและความกังวลต่อความมั่นคงของสินทรัพย์สกุลดอลลาร์
ผลสำรวจเงินสำรองทองคำของธนาคารกลางประจำปี 2569 โดย World Gold Council พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจ 89% คาดว่าปริมาณทองคำสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
ขณะเดียวกัน ผู้ตอบ 45% ระบุว่าสถาบันของตนมีแผนเพิ่มปริมาณทองคำในเงินสำรอง ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดนับตั้งแต่มีการสำรวจ
เหตุผลสำคัญที่ธนาคารกลางยังถือครองทองคำ ได้แก่ บทบาทในช่วงวิกฤต การกระจายความเสี่ยง การรักษามูลค่าในระยะยาว และการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ทองคำกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ภาพรวมตลาดขณะนี้จึงไม่สามารถอธิบายได้เพียงว่า ความขัดแย้งควรทำให้ทองคำขึ้น หรือราคาน้ำมันที่ลดลงควรทำให้ทองคำฟื้น เพราะปัจจัยต่าง ๆ กำลังส่งผลต่อกันผ่านเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และเงินดอลลาร์
ในระยะสั้น Fed ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่สุด หาก Fed คงดอกเบี้ยแต่ส่งสัญญาณเข้มงวด ตลาดอาจยังเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน และจำกัดการฟื้นตัวของทองคำ
แต่หาก Fed แสดงความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจมากขึ้น หรือประเมินว่าแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มอยู่ภายใต้การควบคุม ความคาดหวังด้านดอกเบี้ยอาจผ่อนคลายลงและช่วยลดแรงกดดันต่อราคา
ในระยะยาว การซื้อทองคำของธนาคารกลาง การกระจายเงินสำรอง ระดับหนี้ภาครัฐ และสถานะของทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระ ยังเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงแนวโน้มเชิงโครงสร้าง
สรุป
ราคาทองคำกำลังเผชิญภาวะที่แรงหนุนจากดอลลาร์และน้ำมันซึ่งอ่อนตัวลง ไม่สามารถชดเชยความกังวลต่อดอกเบี้ยและท่าทีของ Fed ได้ทั้งหมด
การลดเป้าราคาทองคำปลายปีของ Commerzbank เหลือ 4,500 ดอลลาร์ และมุมมองว่าตลาดอาจใช้เวลาสร้างฐานอีก 3–6 เดือน สะท้อนข้อจำกัดในระยะสั้น แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าแนวโน้มระยะยาวของทองคำสิ้นสุดลง
ทิศทางหลังจากนี้จะขึ้นอยู่กับว่า Fed ประเมินความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงานอย่างไร ตลาดจะปรับความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนมากน้อยเพียงใด และแรงซื้อเชิงโครงสร้างจากธนาคารกลางจะสามารถช่วยรองรับตลาดได้หรือไม่
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Kitco News: Commerzbank downgrades gold and silver prices
- Kitco News: Gold likely stuck in neutral for 3–6 months
- Kitco Commentary: Gold ignores lower dollar and oil to focus on Fed
- Reuters: Gold holds steady ahead of Fed decision
- Reuters: Gold falls as dollar remains firm
- Federal Reserve: July 2026 calendar
- U.S. Bureau of Labor Statistics: CPI June 2026
- World Gold Council: Central Bank Gold Reserves Survey 2026
หมายเหตุสำคัญ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อรายงานข่าวและนำเสนอข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับตลาดทองคำ เศรษฐกิจ และนโยบายการเงิน มิได้เป็นคำแนะนำหรือข้อเสนอแนะเพื่อการลงทุน ราคาทองคำและตลาดการเงินมีความผันผวน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่งและพิจารณาความเสี่ยงอย่างเหมาะสมก่อนตัดสินใจ


















