ราคาทองคำตลาดโลกประจำวันที่ 4 กันยายน 2569 ฟื้นตัวต่อเนื่องเหนือระดับ 4,470 ดอลลาร์ต่อออนซ์
หลังตลาดลดความกังวลว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน จากถ้อยแถลงของ Christopher Waller หนึ่งในกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ ที่ส่งสัญญาณว่าหากข้อมูลเงินเฟ้อชุดถัดไปยังชะลอลง เฟดอาจพิจารณาคงดอกเบี้ยได้
แรงหนุนดังกล่าวทำให้ดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรย่อตัวลง เปิดทางให้ราคาทองคำและโลหะเงินฟื้นตัวแรง หลังจากก่อนหน้านี้ทองคำถูกกดดันจากน้ำมันที่สูงขึ้น ยีลด์ที่ปรับขึ้น และความกังวลว่าเฟดยังอาจต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดยังไม่ใช่บวกเต็มตัว เพราะข้อมูลภาคบริการสหรัฐยังสะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ยังสูง ขณะที่ตลาดรอรายงาน Nonfarm Payrolls คืนนี้ ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางดอลลาร์ ยีลด์ และราคาทองคำในช่วงถัดไป
3 ก.ย.: ทองและเงินฟื้นแรงหลัง Waller ลดโทนเข้มงวด
ราคาทองคำและโลหะเงินปรับตัวขึ้นแรงในช่วงปลายตลาดสหรัฐวันที่ 3 กันยายน หลัง Christopher Waller ระบุว่าเขาเปิดทางต่อการคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน หากข้อมูลเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมยังออกมาในทิศทางชะลอลง
ถ้อยแถลงดังกล่าวช่วยลดแรงกังวลของตลาด หลังจากก่อนหน้านี้ถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ที่ Jackson Hole เคยทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย
เมื่อมุมมองต่อดอกเบี้ยเริ่มผ่อนลง ดอลลาร์สหรัฐและยีลด์พันธบัตรจึงย่อตัว และช่วยให้แรงซื้อกลับเข้ามาในทองคำ โดยราคาฟื้นจากจุดต่ำช่วงต้นสัปดาห์บริเวณ 4,280 ดอลลาร์ ขึ้นมาทดสอบใกล้โซน 4,500 ดอลลาร์อีกครั้ง
โอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยลดลง แต่ยังไม่หมดความเสี่ยง
หลังถ้อยแถลงของ Waller ตลาดลดน้ำหนักต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนลงอย่างชัดเจน จากระดับกว่า 60% เหลือราวครึ่งหนึ่งของตลาด
ปัจจัยนี้เป็นบวกต่อทองคำในระยะสั้น เพราะเมื่อความคาดหวังดอกเบี้ยลดลง ต้นทุนโอกาสของการถือครองทองคำก็ลดลงตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังไม่ได้ตัดความเสี่ยงเรื่องเฟดขึ้นดอกเบี้ยออกทั้งหมด เพราะการตัดสินใจรอบถัดไปยังขึ้นอยู่กับข้อมูลแรงงานและเงินเฟ้อที่จะประกาศก่อนการประชุมเฟด โดยเฉพาะ Nonfarm Payrolls คืนนี้ และ CPI สหรัฐในสัปดาห์หน้า
ข้อมูลบริการสหรัฐยังเตือนว่าเงินเฟ้อไม่จบง่าย
แม้คำกล่าวของ Waller จะช่วยหนุนทองคำ แต่ข้อมูล ISM Services ของสหรัฐยังให้ภาพที่ซับซ้อน
ดัชนีภาคบริการเดือนสิงหาคมยังอยู่ในระดับขยายตัว ขณะที่ดัชนีราคาที่ธุรกิจจ่าย หรือ Prices Paid ขยับขึ้นสู่ระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2022 สะท้อนว่าแรงกดดันด้านต้นทุนในภาคบริการยังไม่หายไปง่าย
จุดนี้ทำให้ตลาดยังต้องระวัง เพราะหากแรงกดดันด้านราคายังสูงต่อเนื่อง เฟดอาจยังจำเป็นต้องรักษาท่าทีเข้มงวด แม้ข้อมูลแรงงานบางส่วนจะเริ่มอ่อนลง
สำหรับทองคำ ภาพดังกล่าวหมายความว่าแรงฟื้นตัวรอบนี้ยังต้องพิสูจน์ตัวเองผ่านข้อมูลเศรษฐกิจชุดถัดไป ไม่ใช่การกลับเป็นขาขึ้นเต็มตัวโดยอัตโนมัติ
Jobless Claims ยังสะท้อนตลาดแรงงานค่อนข้างทรงตัว
ข้อมูลผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่โดยรวมยังสะท้อนว่าตลาดแรงงานไม่ได้อ่อนตัวรุนแรง
ภาพแรงงานที่ยังค่อนข้างทรงตัวอาจทำให้เฟดยังมีพื้นที่ในการให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันการจ้างงานที่ชะลอบางส่วนก็ทำให้ตลาดเริ่มระวังว่าเศรษฐกิจอาจไม่ได้แข็งแรงเท่าช่วงก่อนหน้า
ดังนั้น รายงาน Nonfarm Payrolls คืนนี้จึงมีน้ำหนักมาก เพราะจะช่วยบอกว่าตลาดแรงงานสหรัฐกำลังชะลอลงจริง หรือยังแข็งแรงพอที่จะเปิดทางให้เฟดใช้นโยบายเข้มงวดต่อไป
น้ำมันและดีเซลยังเป็นตัวแปรเงินเฟ้อ
นอกจากเฟดและข้อมูลแรงงานแล้ว ราคาพลังงานยังเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดทองคำต้องติดตาม
Reuters รายงานผ่าน Kitco ว่าราคาดีเซลเฉลี่ยในสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน และผลกระทบจากการโจมตีโรงกลั่นในรัสเซีย ทำให้ตลาดกังวลต่ออุปทานพลังงาน
ราคาดีเซลที่สูงมีผลต่อเศรษฐกิจวงกว้าง เพราะเกี่ยวข้องกับต้นทุนขนส่ง เกษตรกรรม และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งท้ายที่สุดอาจส่งผ่านไปยังต้นทุนสินค้าและอาหารได้
สำหรับทองคำ ปัจจัยพลังงานมีผลสองทาง ด้านหนึ่งความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ช่วยพยุงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แต่อีกด้านหนึ่ง หากพลังงานดันเงินเฟ้อสูงขึ้น อาจทำให้เฟดยังต้องเข้มงวด และกดดันทองคำผ่านดอลลาร์กับยีลด์
ธนาคารกลางยังซื้อทองสุทธิ หนุนภาพระยะกลาง
ข้อมูลจาก World Gold Council ที่รายงานโดย Kitco ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิ 23 ตันในเดือนกรกฎาคม โดยจีนและโปแลนด์เป็นผู้ซื้อหลัก
จีนซื้อทองเพิ่ม 20 ตันในเดือนกรกฎาคม และนับเป็นการซื้อทองต่อเนื่องเดือนที่ 21 ของธนาคารกลางจีน ขณะที่โปแลนด์ซื้อเพิ่ม 8 ตัน และยังเป็นประเทศที่ซื้อทองสุทธิมากที่สุดในปีนี้
ประเด็นนี้ไม่ได้เป็นตัวกำหนดราคาทองคำรายวันโดยตรง แต่ช่วยสะท้อนว่าแรงซื้อจากธนาคารกลางยังเป็นฐานสำคัญของตลาดทองคำในภาพระยะกลาง โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศต้องการกระจายความเสี่ยงจากดอลลาร์ เงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
SocGen กลับมามองทองเชิงบวก แต่ย้ำว่ายังมีแรงต้าน
Kitco รายงานว่า Société Générale กลับมาให้น้ำหนักเชิงบวกต่อทองคำอีกครั้ง หลังราคาฟื้นกลับเข้าใกล้ 4,500 ดอลลาร์ และมองว่าปัจจัยกดดันจากเฟดที่เข้มงวดอาจถูกสะท้อนในตลาดไปแล้วบางส่วน
SocGen มองว่าทองคำยังมีบทบาทในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความไม่แน่นอนด้านนโยบาย การเงิน และภูมิรัฐศาสตร์ โดยมีแรงหนุนจากการซื้อทองของธนาคารกลาง แนวโน้มลดพึ่งพาดอลลาร์ และความกังวลต่อหนี้รัฐบาล
อย่างไรก็ตาม มุมมองดังกล่าวเป็นภาพระยะกลาง ไม่ใช่การยืนยันว่าราคาจะปรับขึ้นต่อทันที เพราะระยะสั้นราคายังต้องเผชิญตัวแปรสำคัญจาก NFP, CPI, ดอลลาร์, ยีลด์ และราคาน้ำมัน
ประเด็น U.S. Treasury ยังเป็นฉากหลังสำคัญ
อีกประเด็นที่ตลาดยังพูดถึงคือบทบาทของกระทรวงการคลังสหรัฐในการดูแลตลาดพันธบัตรระยะยาว หลังมีการประกาศขยายโครงการซื้อคืนพันธบัตรในช่วงก่อนหน้า
นักลงทุนบางส่วนมองว่าการดำเนินการดังกล่าวสะท้อนความเปราะบางของตลาดพันธบัตรและภาระหนี้สหรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทองคำได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ผูกกับเครดิตของผู้ออกตราสาร
อย่างไรก็ตาม ในเชิงข่าวรายวัน ประเด็นนี้ควรถูกใช้เป็นฉากหลังของภาพตลาด ไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนราคาทองคำทันที เพราะแรงเคลื่อนไหวระยะสั้นยังขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐและการประเมินท่าทีเฟดเป็นหลัก
กรอบราคาจาก gold.in.th: ยืนเหนือ $4,445–4,455 ยังฟื้นได้
จากบทวิเคราะห์ของ gold.in.th วันที่ 4 กันยายน 2569 ราคาทองคำเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,470–4,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังฟื้นตัวต่อเนื่องจากจุดต่ำช่วงต้นสัปดาห์
ราคากลับมายืนเหนือ Pivot บริเวณ 4,445–4,455 ดอลลาร์ ทำให้โมเมนตัมระยะสั้นดีขึ้น แต่ยังต้องผ่านแนวต้านสำคัญ 4,528–4,532 ดอลลาร์ให้ได้ เพื่อยืนยันว่าแรงฟื้นตัวมีโครงสร้างแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่เพียงรีบาวด์หลังการปรับฐาน
แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,528–4,532 ดอลลาร์ ตามด้วย 4,572–4,584 ดอลลาร์ และ 4,602–4,619 ดอลลาร์
ด้านแนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,455–4,445 ดอลลาร์ หากหลุดลงมา แรงฟื้นตัวจะเริ่มชะลอ และอาจกลับไปทดสอบ 4,399–4,394 ดอลลาร์ รวมถึง 4,367–4,364 ดอลลาร์
กรอบราคาดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายทองคำหรือสินทรัพย์ใด ๆ
คืนนี้จับตา Nonfarm Payrolls
ประเด็นสำคัญที่สุดของตลาดทองคำวันนี้คือรายงาน Nonfarm Payrolls เดือนสิงหาคมของสหรัฐ ซึ่งจะประกาศคืนนี้ตามเวลาไทย
ตลาดจะจับตา 3 ตัวเลขหลัก ได้แก่ จำนวนการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราว่างงาน และค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมง เพราะทั้งหมดมีผลต่อการประเมินว่าเฟดควรขึ้นดอกเบี้ย คงดอกเบี้ย หรือรอดูข้อมูลเพิ่มเติม
หากตัวเลขจ้างงานและค่าจ้างออกมาแข็งแรงกว่าคาด อาจทำให้ตลาดกลับมาเพิ่มโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ดอลลาร์และยีลด์ฟื้นตัว และอาจกดดันทองคำอีกครั้ง
แต่หากข้อมูลแรงงานอ่อนกว่าคาด ตลาดอาจลดความกังวลเรื่องดอกเบี้ย และช่วยให้ทองคำมีโอกาสฟื้นตัวต่อ โดยเฉพาะหากราคาสามารถผ่านแนวต้าน 4,528–4,532 ดอลลาร์ได้
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันที่ 4 กันยายน 2569 ฟื้นตัวเหนือ 4,470 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังถ้อยแถลงของ Christopher Waller ทำให้ตลาดลดความกังวลว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน ส่งผลให้ดอลลาร์และยีลด์อ่อนตัวลง และช่วยหนุนแรงซื้อกลับในทองคำ
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังไม่กลับเป็นบวกเต็มตัว เพราะข้อมูลภาคบริการสหรัฐยังสะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่สูง ขณะที่ราคาพลังงาน โดยเฉพาะดีเซล ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อ
ในภาพระยะกลาง ธนาคารกลางยังซื้อทองคำสุทธิต่อเนื่อง โดยจีนและโปแลนด์เป็นผู้ซื้อหลักในเดือนกรกฎาคม ซึ่งช่วยพยุงภาพโครงสร้างของตลาดทองคำ
ระยะสั้น ตลาดจับตาแนวรับ 4,445–4,455 ดอลลาร์ หากยังยืนได้ ราคามีโอกาสทดสอบแนวต้าน 4,528–4,532 ดอลลาร์ แต่หากหลุดฐานดังกล่าว อาจเห็นแรงย่อกลับไปยัง 4,399–4,394 ดอลลาร์
คืนนี้รายงาน Nonfarm Payrolls สหรัฐจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางเฟด ดอลลาร์ ยีลด์ และราคาทองคำในช่วงต้นเดือนกันยายน
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ
แหล่งข้อมูลประกอบ: Reuters, Kitco News, World Gold Council, Trading Economics, FXStreet, Investing.com, GOLD.in.th, Société Générale และข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ


















