ราคาทองคำตลาดโลกประจำวันที่ 2 กันยายน 2569 อ่อนตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังตลาดยังถูกกดดันจากดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับสูงขึ้น และความกังวลว่าเฟดอาจยังต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
แรงกดดันสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นแรง หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้อจากพลังงานอาจกลับมาเป็นปัจจัยที่ทำให้เฟดยังต้องคงท่าทีเข้มงวด
ภาพรวมวันนี้จึงเป็นภาวะ “ทองยังอ่อนตัว แต่เริ่มเข้าใกล้โซนวัดใจ” เพราะราคาลงต่อเป็นวันที่ 4 และเข้าใกล้แนวรับสำคัญบริเวณ 4,288–4,280 ดอลลาร์ ขณะที่ตลาดรอข้อมูลแรงงานสหรัฐชุดสำคัญตลอดสัปดาห์ โดยเริ่มจาก ADP Employment คืนนี้ และปิดท้ายด้วย Nonfarm Payrolls วันศุกร์
1 ก.ย.: ทองถูกขายแรงจากน้ำมัน ยีลด์ และดอลลาร์
ในช่วงปลายตลาดสหรัฐวันที่ 1 กันยายน ราคาทองคำปรับตัวลงแรง หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและตลาดพันธบัตรทั่วโลกเผชิญแรงขาย ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับสูงขึ้น
ยีลด์ที่สูงขึ้นเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อทองคำ เพราะทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น ต้นทุนโอกาสของการถือทองคำจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ขณะเดียวกัน ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นยังทำให้ทองคำซึ่งซื้อขายด้วยดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นในมุมของผู้ถือสกุลเงินอื่น จึงยิ่งจำกัดแรงซื้อในตลาดโลก
ทองหลุดเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญ กระตุ้นแรงขายทางเทคนิค
ราคาทองคำก่อนหน้านี้เคยขึ้นไปใกล้ระดับสูงในรอบหลายเดือน แต่หลังถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ที่ Jackson Hole ตลาดเริ่มปรับความคาดหวังต่อทิศทางดอกเบี้ยของเฟดใหม่
เมื่อราคาหลุดระดับสำคัญทางเทคนิค แรงขายเชิงเทคนิคจึงเข้ามาเพิ่มแรงกดดัน ทำให้การปรับฐานจากโซนสูงกว่า 4,600 ดอลลาร์ ขยายตัวลงมาใกล้ 4,300 ดอลลาร์
ภาพดังกล่าวทำให้ตลาดทองคำระยะสั้นยังอยู่ในโหมดระมัดระวัง แม้ปัจจัยระยะกลางอย่างหนี้สหรัฐ ความไม่แน่นอนของตลาดพันธบัตร และแรงซื้อทองคำจากกองทุนบางส่วนยังเป็นแรงพยุงภาพใหญ่
2 ก.ย.: ทองแตะต่ำสุดกว่า 3 สัปดาห์
เข้าสู่วันที่ 2 กันยายน ราคาทองคำยังอ่อนตัวต่อเนื่อง โดยตลาดให้น้ำหนักกับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่าน ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และความเป็นไปได้ที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
ราคาทองคำเคลื่อนไหวใกล้ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ และเป็นการอ่อนตัวต่อเนื่องหลายวันติดต่อกัน
แม้ทองคำมักถูกมองเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอน แต่ในรอบนี้ตลาดให้น้ำหนักกับผลกระทบของน้ำมันต่อเงินเฟ้อและดอกเบี้ยมากกว่าแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้ราคาทองคำยังฟื้นตัวได้จำกัด
ความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านดันน้ำมันและยีลด์
สถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาเป็นปัจจัยสำคัญอีกครั้ง หลังมีรายงานการโจมตีระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ทำให้ตลาดกังวลต่อเส้นทางพลังงานในภูมิภาค โดยเฉพาะความเสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นแรงเพิ่มความกังวลว่าเงินเฟ้อจากพลังงานอาจกดดันเศรษฐกิจและทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงวดนานขึ้น
สำหรับทองคำ ปัจจัยนี้มีผลสองด้าน ด้านหนึ่ง ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์อาจช่วยพยุงแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่อีกด้านหนึ่ง หากน้ำมันดันเงินเฟ้อและทำให้ยีลด์สูงขึ้น ผลกระทบด้านดอกเบี้ยจะเป็นแรงกดดันต่อทองคำ
ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดยังไม่พอคลายแรงกดดันเฟด
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐล่าสุดยังให้ภาพผสม โดยตลาดยังมองว่าเศรษฐกิจบางส่วนเริ่มชะลอลง แต่ยังไม่อ่อนแรงพอที่จะทำให้ลดความกังวลเรื่องเฟดขึ้นดอกเบี้ยได้อย่างชัดเจน
ตลาดจึงยังประเมินโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนในระดับสูง และรอข้อมูลแรงงานชุดถัดไปเพื่อยืนยันภาพเศรษฐกิจ
ข้อมูลแรงงานในสัปดาห์นี้จึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะอาจเป็นตัวชี้ว่าตลาดควรให้น้ำหนักกับ “เงินเฟ้อยังสูง” หรือ “เศรษฐกิจเริ่มชะลอ” มากกว่ากัน
คืนนี้จับตา ADP Employment
ข้อมูลสำคัญของคืนนี้คือ ADP Employment ซึ่งจะเป็นสัญญาณเบื้องต้นก่อนรายงานแรงงานชุดใหญ่ในวันศุกร์
หาก ADP ออกมาแข็งแรงกว่าคาด อาจทำให้ตลาดมองว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังไม่ชะลอตัวมากพอ และเฟดยังมีพื้นที่ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
แต่หาก ADP อ่อนกว่าคาด ตลาดอาจเริ่มลดความกังวลเรื่องดอกเบี้ย และช่วยให้ทองคำมีแรงรีบาวด์ระยะสั้นจากภาวะขายมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม ADP เป็นเพียงข้อมูลหนึ่งชุด ตลาดยังต้องรอดู Jobless Claims, ISM Services และ Nonfarm Payrolls ก่อนประเมินทิศทางเฟดรอบถัดไปอย่างชัดเจน
Saxo Bank ชี้ภาพยาวยังได้แรงหนุนจากเงินเฟ้อสินค้าโภคภัณฑ์
แม้ราคาทองคำระยะสั้นจะถูกกดดัน แต่ Ole Hansen จาก Saxo Bank ระบุว่าภาพระยะยาวของทองคำยังได้รับแรงสนับสนุนจากเงินเฟ้อที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง รวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์บางกลุ่มที่ปรับสูงขึ้น อาจทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อไม่หายไปง่าย
ประเด็นนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมทองคำยังถูกจับตาในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงระยะกลางถึงยาว แม้ในระยะสั้นราคาจะถูกกดดันจากดอกเบี้ย ยีลด์ และดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม มุมมองระยะยาวควรแยกจากภาวะตลาดรายวัน เพราะในช่วงสั้น ราคายังตอบสนองต่อข้อมูลแรงงาน ดอลลาร์ ยีลด์ ราคาน้ำมัน และถ้อยแถลงเฟดเป็นหลัก
SPDR กลับมาซื้อเข้า 4.280 ตัน หลังช่วงก่อนหน้าผันผวน
ข้อมูล SPDR Gold Shares ล่าสุดตามตารางวันที่ 1 กันยายน 2569 ระบุว่า กองทุนถือครองทองคำอยู่ที่ 1,046.640 ตัน เพิ่มขึ้น 4.280 ตัน จากวันก่อนหน้า ถือเป็นการกลับมาซื้อเข้า หลังจากก่อนหน้านี้วันที่ 28 สิงหาคมมีการขายออก 4.280 ตัน และวันที่ 31 สิงหาคมคงการถือครองไว้ที่ 1,042.360 ตัน
อย่างไรก็ตาม หากดูข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม ซึ่งกองทุนถือครองอยู่ที่ 1,049.490 ตัน จนถึงล่าสุดวันที่ 1 กันยายนที่ 1,046.640 ตัน จะพบว่าการถือครองยังลดลงสุทธิ 2.850 ตัน สะท้อนว่ากระแสเงินทุนในกองทุนทองคำยังมีความผันผวนตามทิศทางราคาทองคำ ดอลลาร์ ยีลด์ และความคาดหวังต่อดอกเบี้ยเฟด
ข้อมูล SPDR จึงควรถูกใช้เป็นข้อมูลประกอบภาวะตลาด ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายเพียงตัวเดียว เพราะราคาทองคำยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งดอลลาร์ ยีลด์ ดอกเบี้ยสหรัฐ ราคาน้ำมัน และข้อมูลเศรษฐกิจ
กรอบราคาจาก gold.in.th: หลุด S1 จับตาฐาน $4,288–4,232
จากบทวิเคราะห์ของ gold.in.th วันที่ 2 กันยายน 2569 ราคาทองคำเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังแรงขายยังคงกดดันตลาดต่อเนื่อง ทำให้ภาพระยะสั้นยังอยู่ในโหมดอ่อนตัว
ภาพทางเทคนิคในกรอบรายวัน 4 ชั่วโมง และ 1 ชั่วโมง ยังอยู่ต่ำกว่า Pivot สำคัญ โดยกรอบ 4 ชั่วโมงและ 1 ชั่วโมงมี Pivot ใกล้ 4,370–4,371 ดอลลาร์
แนวต้านแรกอยู่ที่ 4,371 ดอลลาร์ ตามด้วย 4,391–4,420 ดอลลาร์ และ 4,441–4,451 ดอลลาร์ หากราคาฟื้นตัวแรงขึ้น แนวต้านถัดไปจะอยู่บริเวณ 4,510–4,532 ดอลลาร์
ด้านแนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,288–4,280 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นฐานแรกของวันนี้ หากยังรักษาไว้ได้ อาจเห็นแรงเด้งกลับระยะสั้นได้บ้าง แต่หากหลุดลงอย่างชัดเจน แนวรับถัดไปอยู่ที่ 4,239–4,232 ดอลลาร์ และ 4,210 ดอลลาร์
หลังราคาลงแรง RSI ในกรอบสั้นเริ่มอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ตลาดอาจมีแรงรีบาวด์ระหว่างทางได้ แต่ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถกลับขึ้นเหนือ 4,370–4,420 ดอลลาร์ได้ชัดเจน ภาพระยะสั้นยังควรมองเป็นการรีบาวด์ในแนวโน้มอ่อนตัว
กรอบราคาดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายทองคำหรือสินทรัพย์ใด ๆ
ข่าวที่ตลาดทองคำต้องติดตามต่อ
ประเด็นแรกคือ ADP Employment คืนนี้ ซึ่งจะเป็นข้อมูลแรงงานสำคัญก่อนรายงาน Nonfarm Payrolls
ประเด็นที่สองคือ Jobless Claims และ ISM Services ในวันพฤหัสบดี เพราะข้อมูลภาคบริการมีน้ำหนักต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจสหรัฐ
ประเด็นที่สามคือ Nonfarm Payrolls วันศุกร์ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญที่สุดของสัปดาห์ หากตัวเลขแรงงานแข็งแรง อาจหนุนดอลลาร์และยีลด์ให้กดดันทองคำต่อ แต่หากอ่อนกว่าคาด อาจเปิดทางให้ทองคำฟื้นตัวได้บางส่วน
ประเด็นสุดท้ายคือราคาน้ำมันและสถานการณ์สหรัฐ–อิหร่าน หากราคาน้ำมันยังปรับขึ้นต่อ ความกังวลเงินเฟ้ออาจยังเป็นแรงกดดันต่อทองคำผ่านช่องทางดอกเบี้ยและยีลด์พันธบัตร
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันที่ 2 กันยายน 2569 อ่อนตัวใกล้ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และลงต่อเป็นวันที่ 4 หลังตลาดเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์แข็ง ยีลด์พันธบัตรสูง ราคาน้ำมันพุ่ง และความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่าน
ตลาดยังให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน หลังถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ที่ Jackson Hole และข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดยังไม่อ่อนพอที่จะลดแรงกังวลเรื่องเงินเฟ้อ
ระยะสั้น ตลาดจับตาแนวรับ 4,288–4,280 ดอลลาร์ หากยืนได้อาจเห็นแรงรีบาวด์ แต่หากหลุดลงมา อาจเปิดทางลงสู่ 4,239–4,232 และ 4,210 ดอลลาร์
ด้านบน แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,371 และ 4,391–4,420 ดอลลาร์ หากยังกลับขึ้นเหนือโซนนี้ไม่ได้ ภาพฟื้นตัวจะยังจำกัด
ส่วนข้อมูลกองทุน SPDR ล่าสุดกลับมาซื้อเข้า 4.280 ตัน ทำให้การถือครองเพิ่มขึ้นเป็น 1,046.640 ตัน แต่หากดูจากข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ 24 ส.ค. ถึง 1 ก.ย. การถือครองยังลดลงสุทธิ 2.850 ตัน สะท้อนว่ากระแสเงินทุนในกองทุนทองคำยังผันผวนตามภาวะตลาด
คืนนี้ตลาดรอ ADP Employment ก่อนเข้าสู่ Jobless Claims, ISM Services และ Nonfarm Payrolls วันศุกร์ ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางเฟด ดอลลาร์ ยีลด์ และราคาทองคำในช่วงต้นเดือนกันยายน
เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ
แหล่งข้อมูลประกอบ: Reuters, Kitco News, Trading Economics, FXStreet, Investing.com, GOLD.in.th และข้อมูล SPDR Gold Shares ตามตารางล่าสุด


















