ราคาทองคำโลกเตรียมเข้าสู่สัปดาห์ซื้อขายวันที่ 5–9 ตุลาคม 2569 ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่อยู่ในระดับสูง
หลังข้อมูลการจ้างงานเดือนกันยายนอ่อนกว่าคาดช่วยลดความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม แต่ยังไม่สามารถหยุดแรงขายในตลาดทองคำได้
Gold Spot สิ้นสุดการซื้อขายคืนวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม บริเวณ 4,140.19 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงประมาณ 0.9% จากวันก่อน และลดลงราว 3.1% ตลอดสัปดาห์ ขณะที่สัญญาทองคำ COMEX เดือนใกล้ส่งมอบปิดที่ 4,133.70 ดอลลาร์ ลดลง 3.59% ในรอบสัปดาห์ และเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สอง
ตัวเลขแรงงานอ่อน แต่ทองกลับรักษาแรงบวกไม่ได้
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐรายงานว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ประมาณ 90,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานขยับขึ้นเป็น 4.2%
รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบรายปี ส่วนตัวเลขจ้างงานเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมถูกปรับลดรวมกันอีก 60,000 ตำแหน่ง
หลังการประกาศข้อมูล ราคาทองพุ่งขึ้นเหนือ 4,200 ดอลลาร์ในช่วงแรก และสัญญาทองคำเคยขึ้นไปถึงบริเวณ 4,259 ดอลลาร์ เนื่องจากตลาดลดความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนตุลาคม
อย่างไรก็ตาม แรงซื้อไม่ต่อเนื่อง เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพลิกกลับขึ้นในช่วงหลังของตลาด ส่งผลให้ทองคำคืนช่วงบวกทั้งหมดและปิดตลาดต่ำกว่าระดับก่อนประกาศตัวเลขแรงงาน
ยีลด์ 10 ปีที่ 5.28% ยังเป็นแรงกดดันสำคัญ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีลดลงแตะประมาณ 5.15% ทันทีหลังรายงานการจ้างงาน ก่อนพลิกกลับขึ้นมาปิดใกล้ 5.28% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีอยู่บริเวณ 4.83%
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ตลาดยังไม่เชื่อว่าข้อมูลแรงงานที่อ่อนตัวเพียงชุดเดียวจะทำให้เฟดยุติการคุมเข้มนโยบาย เนื่องจากเงินเฟ้อยังสูงและราคาพลังงานยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ตลาดสัญญาดอกเบี้ยลดความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมเหลือประมาณ 18–22% จากระดับใกล้ 70% ในช่วงต้นสัปดาห์ก่อน แต่ยังให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม
จับตา ISM ภาคบริการเปิดสัปดาห์
ปัจจัยเศรษฐกิจสำคัญรายการแรกของสัปดาห์คือ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐ หรือ ISM Services PMI เดือนกันยายน ซึ่งมีกำหนดประกาศในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ภาคบริการคิดเป็นสัดส่วนส่วนใหญ่ของกิจกรรมเศรษฐกิจสหรัฐ ตลาดจึงติดตามทั้งดัชนีรวม การจ้างงาน และองค์ประกอบด้านราคา เพื่อประเมินว่าเศรษฐกิจชะลอลงตามข้อมูลตลาดแรงงานหรือไม่
หากรายงานยังสะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านราคาที่แข็งแกร่ง ตลาดอาจกลับไปเพิ่มน้ำหนักต่อการใช้นโยบายดอกเบี้ยสูง ขณะที่ข้อมูลที่อ่อนลงจะเป็นหลักฐานเพิ่มเติมว่าการคุมเข้มนโยบายเริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจ
ISM ยืนยันว่ารายงานภาคบริการเผยแพร่ในวันทำการที่สามของเดือน เวลา 10.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ
รายงานประชุมเฟดเป็นเหตุการณ์หลักกลางสัปดาห์
ธนาคารกลางสหรัฐจะเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC วันที่ 15–16 กันยายน ในวันพุธที่ 7 ตุลาคม เวลา 14.00 น. ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 01.00 น. ของเช้าวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม ตามเวลาประเทศไทย
การประชุมครั้งดังกล่าวมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตลาดจะตรวจสอบรายละเอียดว่า กรรมการเฟดมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และภาวะตลาดแรงงานมากน้อยเพียงใด รวมถึงมีการหารือเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเร็วเพียงใด
อย่างไรก็ตาม รายงานประชุมสะท้อนข้อมูลและมุมมองของกรรมการก่อนที่ตัวเลขการจ้างงานเดือนกันยายนจะประกาศออกมา จึงต้องพิจารณาควบคู่กับข้อมูลแรงงานล่าสุดและถ้อยแถลงใหม่ของเจ้าหน้าที่เฟด
ธนาคารกลางสหรัฐระบุว่า รายงานการประชุมตามปกติจะเผยแพร่ประมาณสามสัปดาห์หลังการตัดสินใจด้านนโยบาย
ปลายสัปดาห์ติดตามผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานและความเชื่อมั่นผู้บริโภค
วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย สหรัฐจะประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ซึ่งจะช่วยให้ตลาดประเมินว่า การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนกันยายนเป็นการชะลอตัวชั่วคราวหรือกำลังขยายวงกว้างขึ้น
จากนั้นวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม เวลา 21.00 น. ตลาดจะติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นของมหาวิทยาลัยมิชิแกนประจำเดือนตุลาคม โดยเฉพาะผลสำรวจคาดการณ์เงินเฟ้อระยะหนึ่งปีและระยะยาว
ดัชนีความเชื่อมั่นเดือนกันยายนอยู่ที่ 48.1 จุด ลดลงจาก 51.7 จุดในเดือนสิงหาคม ขณะที่ผู้บริโภคมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับราคาสินค้า เชื้อเพลิง และแนวโน้มเศรษฐกิจ
ราคาน้ำมันและสถานการณ์ตะวันออกกลางยังต้องติดตาม
แม้ราคาน้ำมันจะอ่อนตัวในช่วงปลายสัปดาห์ แต่ระดับราคายังสูง โดย WTI ซื้อขายใกล้ 90.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent อยู่บริเวณ 101.23 ดอลลาร์ในช่วงปลายตลาดวันศุกร์
ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันมีผลต่อทองคำผ่านสองช่องทาง ด้านหนึ่ง ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อและยีลด์พันธบัตร แต่อีกด้านหนึ่ง ความไม่แน่นอนในช่องแคบฮอร์มุซและความขัดแย้งสหรัฐ–อิหร่านยังอาจสร้างความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
หากราคาน้ำมันกลับขึ้นแรง ตลาดอาจเพิ่มความกังวลว่าเงินเฟ้อจะยืดเยื้อ และผลักดันยีลด์กับเงินดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้นอีก ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อทองคำในระยะสั้น
นักวิเคราะห์ Wall Street เริ่มให้น้ำหนักฝั่งขาลง
ผลสำรวจรายสัปดาห์ของ Kitco ซึ่งสำรวจนักวิเคราะห์ Wall Street 13 ราย พบว่า 6 ราย หรือ 46% คาดว่าราคาทองจะลดลงในสัปดาห์หน้า ขณะที่ 3 ราย หรือ 23% คาดว่าจะเพิ่มขึ้น และอีก 4 ราย หรือ 31% มองว่าราคาจะเคลื่อนไหวออกข้าง
ฝั่งนักลงทุนทั่วไปจำนวน 182 ราย มี 47% คาดว่าทองจะปรับขึ้น 33% คาดว่าจะลดลง และอีก 20% คาดว่าจะเคลื่อนไหวทรงตัว โดยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ฝ่ายคาดการณ์ขาขึ้นมีสัดส่วนไม่ถึงครึ่งหนึ่ง
ผลสำรวจดังกล่าวเป็นเพียงความเห็นของผู้ตอบแบบสำรวจ ไม่ใช่การคาดการณ์ของ GOLD.in.th และไม่สามารถรับประกันทิศทางราคาที่จะเกิดขึ้นจริงได้
ปัจจัยที่ตลาดทองคำติดตามในสัปดาห์หน้า
- วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม เวลา 21.00 น. — ISM Services PMI เดือนกันยายน
- วันอังคารที่ 6 ตุลาคม เวลา 19.30 น. — ดุลการค้าสหรัฐเดือนสิงหาคม
- เช้าวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม เวลา 01.00 น. — รายงานการประชุม FOMC เดือนกันยายน
- วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม เวลา 19.30 น. — ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
- วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม เวลา 21.00 น. — ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและคาดการณ์เงินเฟ้อของมหาวิทยาลัยมิชิแกน
- ความเคลื่อนไหวของยีลด์พันธบัตรสหรัฐ ดัชนีดอลลาร์ ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ตะวันออกกลาง
สรุปข่าวทองคำสัปดาห์หน้า
ตลาดทองคำเข้าสู่สัปดาห์ใหม่หลัง Gold Spot ปิดใกล้ 4,140 ดอลลาร์ และลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สอง แม้ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐจะต่ำกว่าคาดและทำให้โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนตุลาคมลดลงอย่างมาก
ปัจจัยสำคัญยังอยู่ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งปิดใกล้ 5.28% รวมถึงรายละเอียดจากรายงานการประชุมเฟด ดัชนีภาคบริการ และผลสำรวจคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภค
นักวิเคราะห์บางส่วนที่ให้ความเห็นกับ Kitco ระบุว่า ราคาบริเวณ 4,000 ดอลลาร์เป็นระดับที่ตลาดอาจกลับไปทดสอบ หากยีลด์และเงินดอลลาร์ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่การกลับขึ้นเหนือ 4,200 ดอลลาร์อย่างต่อเนื่องจะช่วยลดแรงกดดันที่เกิดขึ้นในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นของนักวิเคราะห์ภายนอก ไม่ใช่คำแนะนำหรือข้อสรุปด้านทิศทางราคาจาก GOLD.in.th
หมายเหตุ: ราคาทองคำอ้างอิงจากการซื้อขายสิ้นสุดวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 ตลาดปิดทำการในวันเสาร์–อาทิตย์ และจะเริ่มซื้อขายสัปดาห์ใหม่ในเช้าวันจันทร์ตามเวลาประเทศไทย
ข้อจำกัดความรับผิด: เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่งและพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเอง
แหล่งข้อมูลประกอบ: U.S. Bureau of Labor Statistics, Federal Reserve, Institute for Supply Management, University of Michigan, Kitco, Trading Economics, Associated Press และ Dow Jones Market Data


