ราคาทองคำตลาดโลกประจำวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 อ่อนตัวลงในช่วงเช้า โดยเวลาประมาณ 09.20 น. ตามเวลาประเทศไทย ราคา Gold Spot เคลื่อนไหวใกล้บริเวณ 4,072 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังตลาดกลับมากังวลความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ยกระดับขึ้นอีกครั้ง และทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
แรงกดดันรอบนี้เกิดขึ้นหลังมีรายงานการโจมตีระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งทำให้ตลาดกลับมากังวลต่อเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงาน หากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดประเมินว่าเฟดอาจยังต้องคงนโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป
แม้ทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่รอบนี้ราคาทองคำกลับถูกกดดันจากความกังวลด้านเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรมากกว่าแรงซื้อหลบความเสี่ยงในระยะสั้น
ทองคำหลุดต่ำกว่า 4,100 ดอลลาร์ หลังข่าวสหรัฐ–อิหร่านตึงเครียด
รายงานจาก Trading Economics ระบุว่า ราคาทองคำอ่อนตัวลงต่ำกว่า 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันจันทร์ หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านกลับมารุนแรงจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธรอบใหม่
ตลาดกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจกระทบเส้นทางเดินเรือและการขนส่งพลังงานในภูมิภาค โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดน้ำมันโลก
ผลที่ตามมาคือราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่เอื้อต่อทองคำในช่วงที่ตลาดยังจับตาทิศทางดอกเบี้ยของเฟด
ความเสี่ยงน้ำมันกลับมาเป็นประเด็นหลักของตลาด
ในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน Kitco รายงานว่า ราคาทองคำยังยืนเหนือ 4,100 ดอลลาร์ได้ แต่ยังถูกจำกัดด้วยแรงกดดันจากยีลด์พันธบัตร ความคาดหวังต่อดอกเบี้ยเฟด และความเสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
รายงานดังกล่าวระบุว่า ภาวะในช่องแคบฮอร์มุซยังควรมองเป็น “เส้นทางเดินเรือที่ยังเปิดอยู่ แต่มีความเสี่ยงทางทหารและการขนส่งสูงขึ้น” มากกว่าการปิดเส้นทางเดินเรือโดยตรง
อย่างไรก็ตาม การกลับมาของข่าวโจมตีรอบใหม่ในวันที่ 13 กรกฎาคม ทำให้ตลาดต้องประเมินความเสี่ยงด้านพลังงานอีกครั้ง เพราะหากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ความกังวลเงินเฟ้ออาจกลับมากดดันตลาดการเงินและตลาดทองคำ
ตลาดรอ CPI สหรัฐ และการขึ้นให้การของ Kevin Warsh
นอกจากประเด็นตะวันออกกลางแล้ว ตลาดทองคำยังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐชุดสำคัญในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI เดือนมิถุนายน ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ยของเฟด
หาก CPI ออกมาสูงกว่าคาด ตลาดอาจเพิ่มน้ำหนักความกังวลว่าเฟดต้องคงท่าทีเข้มงวด หรืออาจพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อทองคำ
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังรอการขึ้นให้การของ Kevin Warsh ต่อสภาคองเกรส ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่ตลาดใช้ประเมินท่าทีของเฟดต่อเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และภาวะเศรษฐกิจสหรัฐในระยะถัดไป
ราคาทองคำแท่งสมาคมขายออก 64,400 บาท
สำหรับราคาทองคำในประเทศ สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองประจำวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 โดยทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาทละ 64,200 บาท และขายออกบาทละ 64,400 บาท
ส่วนทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้อฐานภาษีบาทละ 62,914 บาท และขายออกบาทละ 65,200 บาท
ราคาทองคำในประเทศวันนี้ปรับตามทิศทาง Gold Spot ที่อ่อนตัวลงมาใกล้บริเวณ 4,072 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ค่าเงินบาทและปัจจัยในประเทศยังเป็นตัวแปรร่วมที่มีผลต่อราคาทองคำไทยในแต่ละวัน
ภาพรวมจากปลายสัปดาห์ก่อนถึงเช้าวันนี้
ปลายสัปดาห์ก่อน ราคาทองคำยังพยายามยืนเหนือ 4,100 ดอลลาร์ หลังตลาดรอข้อมูล CPI สหรัฐและการให้การของ Kevin Warsh แต่แรงกดดันจากยีลด์พันธบัตรและความคาดหวังดอกเบี้ยเฟดยังคงจำกัดการฟื้นตัวของราคา
เข้าสู่เช้าวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านกลับมาเป็นข่าวหลักอีกครั้ง หลังมีรายงานการโจมตีรอบใหม่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นและตลาดกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาเป็นแรงกดดันต่อเฟด
ผลที่เกิดขึ้นคือราคาทองคำอ่อนตัวลงต่ำกว่า 4,100 ดอลลาร์ และเคลื่อนไหวใกล้ 4,072 ดอลลาร์ในช่วงเช้าตามเวลาประเทศไทย ขณะที่ราคาทองคำไทยปรับลงตามภาพตลาดโลก
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เคลื่อนไหวใกล้ 4,072 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังถูกกดดันจากความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านรอบใหม่ที่ดันราคาน้ำมันสูงขึ้น และทำให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อกับทิศทางดอกเบี้ยเฟด
ราคาทองคำแท่งในประเทศตามประกาศสมาคมค้าทองคำอยู่ที่รับซื้อบาทละ 64,200 บาท และขายออกบาทละ 64,400 บาท ส่วนทองรูปพรรณขายออกบาทละ 65,200 บาท
ตลอดสัปดาห์นี้ ตลาดทองคำจะจับตา CPI สหรัฐ การขึ้นให้การของ Kevin Warsh ต่อสภาคองเกรส และสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อทั้งราคาทองคำตลาดโลกและราคาทองคำในประเทศ
หมายเหตุ:
เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ


















