ราคาทองคำตลาดโลกประจำวันที่ 11 กันยายน 2569 อ่อนตัวลงใกล้ระดับ 4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์
หลังข้อมูลเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตของสหรัฐ หรือ PPI เดือนสิงหาคม ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด และเพิ่มแรงกังวลว่าเงินเฟ้อจากพลังงานอาจยังเป็นปัจจัยกดดันต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด
แรงกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นแรง ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงาน ส่งผลให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
ภาวะดังกล่าวทำให้ดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับสูงขึ้น ขณะที่ทองคำและโลหะเงินถูกขายออกในช่วงปลายตลาดสหรัฐ แม้ยังมีแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์อยู่บางส่วน
PPI สหรัฐเพิ่มขึ้นจากแรงกดดันพลังงาน
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐระบุว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ PPI เดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 5.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน
แรงหนุนสำคัญมาจากราคาสินค้า โดยเฉพาะหมวดพลังงานที่ปรับขึ้น 4.2% ขณะที่ราคาดีเซลเพิ่มขึ้นแรง และกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนฝั่งผู้ผลิตสูงขึ้น
ข้อมูลดังกล่าวทำให้ตลาดกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจยังไม่ผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันและต้นทุนขนส่งยังสูง
ทองและเงินถูกขาย หลังยีลด์และดอลลาร์ฟื้นตัว
หลังข้อมูล PPI ออกมา ราคาทองคำและโลหะเงินปรับตัวลงแรงในช่วงปลายตลาดสหรัฐ โดยตลาดให้น้ำหนักกับความเสี่ยงที่เฟดอาจยังต้องดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป
ทองคำถูกกดดันจากการปรับขึ้นของยีลด์พันธบัตร เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เมื่อยีลด์สูงขึ้น ต้นทุนโอกาสของการถือครองทองคำจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ขณะเดียวกัน ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นทำให้ทองคำซึ่งซื้อขายด้วยดอลลาร์มีต้นทุนสูงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น และเป็นอีกปัจจัยที่จำกัดแรงซื้อในตลาดโลก
ราคาน้ำมันสูงยังเป็นตัวแปรสำคัญ
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแรงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยตลาดยังจับตาความเสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นมีผลต่อมุมมองเงินเฟ้อโดยตรง เพราะอาจส่งผ่านไปยังต้นทุนขนส่ง ต้นทุนการผลิต และราคาสินค้าในระยะต่อไป
สำหรับทองคำ ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์อาจช่วยพยุงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน แต่ในช่วงนี้ตลาดให้น้ำหนักกับผลของราคาน้ำมันต่อเงินเฟ้อ ดอลลาร์ และยีลด์มากกว่า
ข้อมูลบ้านสหรัฐอ่อน แต่ยังไม่พอหนุนทองคำ
อีกข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาในวันเดียวกันคือยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐ ซึ่งลดลง 2% ในเดือนสิงหาคม สะท้อนว่าตลาดที่อยู่อาศัยยังได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนสินเชื่อที่สูง
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำไม่ได้ตอบสนองเชิงบวกต่อข้อมูลดังกล่าวมากนัก เพราะตลาดให้น้ำหนักกับข้อมูล PPI และราคาน้ำมันที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อมากกว่า
ภาพนี้สะท้อนว่าข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนลงบางส่วนอาจช่วยลดแรงกังวลเรื่องดอกเบี้ยได้บ้าง แต่หากเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานยังสูง ตลาดก็ยังอาจประเมินว่าเฟดต้องระมัดระวังต่อไป
ตลาดรอ CPI คืนนี้
จุดสนใจสำคัญของตลาดวันนี้คือดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI เดือนสิงหาคมของสหรัฐ ซึ่งจะประกาศคืนนี้เวลาประมาณ 19.30 น. ตามเวลาไทย
CPI เป็นข้อมูลเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภคที่ตลาดใช้ประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะก่อนการประชุมเฟดกลางเดือนกันยายน
หาก CPI สะท้อนว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ตลาดอาจเพิ่มน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งอาจหนุนดอลลาร์และยีลด์ให้สูงขึ้นต่อ
แต่หาก CPI ชะลอลงมากกว่าที่ตลาดคาด ความกังวลเรื่องดอกเบี้ยอาจลดลงบางส่วน และช่วยให้ตลาดทองคำคลายแรงกดดันจากฝั่งดอลลาร์และยีลด์ได้
ตลาดทองคำยังติดตามท่าทีเฟด
หลังตัวเลขแรงงานสหรัฐในสัปดาห์ก่อนออกมาแข็งแกร่ง และ PPI เดือนสิงหาคมสูงกว่าคาด ตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของเฟดยังขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจหลายชุด โดยเฉพาะ CPI คืนนี้ ซึ่งอาจช่วยยืนยันหรือหักล้างความกังวลเรื่องเงินเฟ้อหลัง PPI
ตลาดจึงยังอยู่ในช่วงประเมินข้อมูลใหม่ ก่อนการประชุมเฟดวันที่ 15–16 กันยายน
ธนาคารกลางเคลื่อนย้ายทองคำ สะท้อนเรื่องสภาพคล่องและความพร้อม
อีกประเด็นที่ตลาดทองคำให้ความสนใจคือการเคลื่อนย้ายทองคำของธนาคารกลางบางประเทศ โดย StoneX ให้มุมมองผ่าน Kitco ว่า การเคลื่อนย้ายทองคำของธนาคารกลางควรถูกมองในมุมการจัดการสถานที่เก็บ การส่งคืนทอง และความพร้อมด้านสภาพคล่อง มากกว่าการขายทองคำออกจากทุนสำรอง
ประเด็นนี้สะท้อนว่าทองคำยังมีบทบาทในฐานะสินทรัพย์สำรองของธนาคารกลาง โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงจากมาตรการคว่ำบาตร ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และความพร้อมในการใช้สินทรัพย์สำรองในภาวะวิกฤต
ข่าวดังกล่าวไม่ได้เป็นตัวขับเคลื่อนราคาทองคำรายวันโดยตรง แต่ช่วยเสริมภาพว่าธนาคารกลางยังให้ความสำคัญกับทองคำในระบบทุนสำรองระหว่างประเทศ
ราคาทองสูงเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ซื้อเครื่องประดับ
Metals Focus ระบุผ่าน Kitco ว่าราคาทองคำที่อยู่ในระดับสูงกำลังเปลี่ยนโครงสร้างอุปสงค์ในตลาดทองคำโลก โดยความต้องการทองคำเพื่อเครื่องประดับลดลง ขณะที่ความต้องการทองคำแท่งและเหรียญเพื่อการลงทุนมีบทบาทมากขึ้น
รายงานระบุว่า การบริโภคเครื่องประดับทองคำทั่วโลกในปี 2569 อาจลดลงมากกว่าหนึ่งในสามเมื่อเทียบกับปี 2566 โดยอินเดียและจีน ซึ่งเป็นตลาดเครื่องประดับทองคำขนาดใหญ่ของโลก มีอุปสงค์ลดลงอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งแรกของปี
ประเด็นนี้สะท้อนว่า แม้ความสนใจต่อทองคำยังอยู่ในระดับสูง แต่รูปแบบความต้องการกำลังเปลี่ยนจากการซื้อเพื่อเครื่องประดับบางส่วน ไปสู่การถือทองคำในรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น
ระดับราคาที่ตลาดติดตาม
ข้อมูลจาก gold.in.th วันที่ 11 กันยายน 2569 ระบุว่าราคาทองคำเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังแรงขายกดราคาลงต่อเนื่องจากโซน 4,400 ดอลลาร์
ระดับราคาด้านบนที่ตลาดติดตามอยู่บริเวณ 4,356 ดอลลาร์, 4,399–4,407 ดอลลาร์ และ 4,477 ดอลลาร์
ส่วนระดับราคาด้านล่างที่ตลาดติดตามอยู่บริเวณ 4,303–4,278 ดอลลาร์, 4,250–4,236 ดอลลาร์ และ 4,179 ดอลลาร์
ระดับราคาดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายทองคำหรือสินทรัพย์ใด ๆ
ข่าวที่ตลาดทองคำติดตามต่อ
ประเด็นแรกคือ CPI สหรัฐคืนนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญก่อนการประชุมเฟดกลางเดือนกันยายน
ประเด็นที่สองคือทิศทางราคาน้ำมัน หากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง อาจทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้อจะลดลงช้ากว่าที่คาด
ประเด็นที่สามคือดอลลาร์และยีลด์พันธบัตรสหรัฐ ซึ่งยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อราคาทองคำในระยะสั้น
ประเด็นสุดท้ายคือท่าทีของเฟดก่อนการประชุมวันที่ 15–16 กันยายน หลังตลาดกลับมาเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ย
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันที่ 11 กันยายน 2569 อ่อนตัวลงใกล้ระดับ 4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังข้อมูล PPI สหรัฐเดือนสิงหาคมออกมาสูงกว่าคาด และราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแรง ทำให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยของเฟด
แรงกดดันจากยีลด์พันธบัตรและดอลลาร์สหรัฐที่ฟื้นตัว ทำให้ทองคำและโลหะเงินถูกขายออกในช่วงปลายตลาดสหรัฐ แม้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังช่วยพยุงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน
ตลาดจะจับตา CPI สหรัฐคืนนี้เวลาประมาณ 19.30 น. ตามเวลาไทย ซึ่งอาจมีผลต่อการประเมินทิศทางเฟด ดอลลาร์ ยีลด์ และราคาทองคำ ก่อนการประชุมเฟดกลางเดือนกันยายน
ในภาพรวมระยะกลาง ทองคำยังได้รับความสนใจจากประเด็นธนาคารกลาง การเคลื่อนย้ายทองคำสำรอง และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุปสงค์จากเครื่องประดับไปสู่การลงทุนมากขึ้น แต่ในระยะสั้น ตลาดยังให้น้ำหนักกับเงินเฟ้อสหรัฐ ราคาน้ำมัน และทิศทางดอกเบี้ยเป็นหลัก
เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ
แหล่งข้อมูลประกอบ: Reuters, Kitco News, U.S. Bureau of Labor Statistics, Trading Economics, FXStreet, Investing.com, StoneX, Metals Focus, TD Securities และ GOLD.in.th


