หน้าแรกEditor’s PicksForex คืออะไร? แยกให้ออกระหว่างตลาดเงินจริง กับการหลอกลงทุนที่ยืมชื่อ Forex

Forex คืออะไร? แยกให้ออกระหว่างตลาดเงินจริง กับการหลอกลงทุนที่ยืมชื่อ Forex

- Advertisement -

Forex คืออะไร? แยกให้ออกระหว่าง “ตลาดเงินจริง” กับ “การหลอกลงทุนที่ยืมชื่อ Forex”

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ข่าวการดำเนินคดีเกี่ยวกับเครือข่าย Forex ทำให้คำว่า “Forex” กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมอีกครั้ง หลายคนที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงการลงทุนอาจเริ่มรู้สึกว่า Forex คือของผิดกฎหมาย Forex คือมิจฉาชีพ หรือคนที่เกี่ยวข้องกับ Forex ล้วนเป็นขบวนการหลอกลวง

แต่ถ้าจะพูดให้ตรงที่สุด ความเข้าใจแบบนั้นอาจทำให้ประชาชนมองภาพผิดไปมาก

Forex ไม่ใช่ชื่อของแชร์ลูกโซ่
Forex ไม่ใช่ชื่อของแก๊งหลอกลงทุน
Forex ไม่ใช่การการันตีกำไร
และ Forex ไม่ใช่การเอาเงินคนใหม่มาจ่ายคนเก่า

Forex คือ “ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ” หรือ Foreign Exchange Market เป็นตลาดที่เกิดจากการซื้อขายค่าเงิน เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร เยน ปอนด์ หรือเงินบาท ตลาดนี้มีอยู่จริงในระบบการเงินโลก และมีบทบาทกับเศรษฐกิจระหว่างประเทศแทบทุกวัน

เวลาเรานำเข้าสินค้า ส่งออกสินค้า ท่องเที่ยวต่างประเทศ โอนเงินข้ามประเทศ หรือบริษัทขนาดใหญ่ต้องป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงิน สิ่งเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับตลาดเงินตราต่างประเทศทั้งสิ้น

ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ หรือ BIS รายงานว่า มูลค่าการซื้อขายในตลาดเงินตราต่างประเทศแบบ OTC ทั่วโลกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9.6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวันในเดือนเมษายน 2025 เพิ่มขึ้นจาก 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวันในปี 2022 สะท้อนว่า Forex เป็นตลาดการเงินจริงขนาดใหญ่มาก ไม่ใช่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงโดยตัวมันเอง

แล้วทำไม Forex ถึงถูกมองว่าเป็นเรื่องหลอกลวง?

คำตอบคือ เพราะมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งนำคำว่า “Forex” ไปใช้เป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือ

ลักษณะที่พบได้บ่อยคือ การชักชวนให้ประชาชนฝากเงินลงทุน อ้างว่ามีผู้เชี่ยวชาญเทรดให้ อ้างว่ามีระบบทำกำไร อ้างว่าถอนเงินได้แน่นอน หรือใช้ภาพชีวิตหรู รถหรู ท่องเที่ยวต่างประเทศ และพอร์ตลงทุนที่ดูมีกำไรสูง มาจูงใจให้คนที่ยังไม่เข้าใจตลาดการเงินตัดสินใจโอนเงิน

นี่คือจุดที่ต้องแยกให้ชัด

Forex ที่แท้จริง คือ ตลาดซื้อขายค่าเงิน มีความเสี่ยงสูง ราคาขึ้นลงได้จริง กำไรได้ ขาดทุนได้ และไม่มีใครสามารถการันตีกำไรได้ตลอดเวลา

แต่ การหลอกลงทุนที่ยืมชื่อ Forex มักมีลักษณะคล้ายการระดมทุน รับฝากเทรด การันตีผลตอบแทน หรือทำให้ผู้ลงทุนเข้าใจว่ามีความปลอดภัยเกินจริง ทั้งที่ในหลายกรณีอาจไม่ได้มีการซื้อขายจริง หรืออาจมีระบบที่ผู้ลงทุนไม่สามารถตรวจสอบได้

สำนักงาน ก.ล.ต. เคยอธิบายรูปแบบแชร์ลูกโซ่ว่า มักอ้างผลตอบแทนสูงในเวลารวดเร็ว จ่ายเงินให้จริงในระยะแรกเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และในความเป็นจริงอาจใช้เงินของผู้ลงทุนรายใหม่มาจ่ายให้ผู้ลงทุนรายเก่า ลักษณะนี้จึงไม่ใช่ “ตลาด Forex” แต่เป็น “พฤติกรรมหลอกลงทุน” ที่หยิบคำว่า Forex มาใช้ประกอบเรื่อง

Forex เหมือนทองคำ หุ้น หรือคริปโตไหม?

ถ้าพูดแบบภาษาชาวบ้าน Forex ก็คล้ายกับการมองว่า “ค่าเงินหนึ่งจะแข็งหรืออ่อนเมื่อเทียบกับอีกค่าเงินหนึ่ง”

เช่น ถ้าเรามองว่าดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโร นักลงทุนก็อาจซื้อดอลลาร์และขายยูโร หรือถ้ามองว่าเงินเยนจะแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ก็อาจซื้อเยนและขายดอลลาร์

สิ่งที่ทำให้ Forex ต่างจากการซื้อทองคำแท่งหรือหุ้นทั่วไป คือ Forex มักซื้อขายเป็น “คู่เงิน” และราคาจะเคลื่อนไหวตามปัจจัยเศรษฐกิจจำนวนมาก เช่น ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ ตัวเลขจ้างงาน นโยบายธนาคารกลาง ภาวะสงคราม ราคาน้ำมัน รวมถึงกระแสเงินทุนระหว่างประเทศ

พูดง่าย ๆ คือ คนที่เทรด Forex ไม่ได้ซื้อ “ของชิ้นหนึ่ง” แบบซื้อทองคำหรือหุ้น แต่กำลังซื้อขาย “ส่วนต่างของค่าเงินสองสกุล” ซึ่งเคลื่อนไหวเร็วและมีความเสี่ยงสูงมาก

ในต่างประเทศ Forex เป็นเรื่องปกติหรือไม่?

ในหลายประเทศ ตลาด Forex และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น CFD หรืออนุพันธ์ที่อ้างอิงค่าเงิน เป็นส่วนหนึ่งของระบบตลาดการเงินที่มีการกำกับดูแล มีหน่วยงานควบคุม มีใบอนุญาต มีการกำหนดเรื่องเงินประกัน ความเสี่ยง เลเวอเรจ การเปิดเผยข้อมูล และการคุ้มครองผู้ลงทุน

ตัวอย่างเช่น ในสหรัฐฯ CFTC ระบุว่าผู้ให้บริการและตัวกลางในตลาด Retail Forex ต้องมีการเปิดเผยความเสี่ยงเฉพาะด้าน Forex และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการเก็บข้อมูลและการรายงาน ขณะที่ CFTC และ NASAA ก็เตือนเช่นกันว่า แม้ Forex จะเป็นกิจกรรมที่ถูกต้องได้สำหรับสถาบันและผู้ลงทุนบางกลุ่ม แต่การซื้อขาย Forex นอกตลาดสำหรับรายย่อยมีความเสี่ยงสูงมาก และบางกรณีอาจเป็นการหลอกลวง

ด้านสหราชอาณาจักร FCA ระบุว่า CFD เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงและไม่เหมาะกับผู้ลงทุนรายย่อยทุกคน พร้อมกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องทำการตลาดและขายผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับผู้บริโภค

ดังนั้น ในประเทศที่เปิดให้ลงทุน Forex หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้แปลว่า “ปล่อยเสรีแบบไม่มีใครดูแล” แต่เป็นการเปิดภายใต้กติกา ใบอนุญาต และมาตรฐานการคุ้มครองผู้ลงทุน

แล้วในประเทศไทยควรมอง Forex อย่างไร?

ในประเทศไทย ประเด็นสำคัญไม่ได้ควรถูกสรุปแบบง่าย ๆ ว่า “Forex คือมิจฉาชีพ” แต่ควรเข้าใจว่า กรอบการกำกับดูแลผู้ให้บริการ Forex สำหรับประชาชนทั่วไปในไทยยังมีข้อจำกัดสูงมาก

ธนาคารแห่งประเทศไทยเคยชี้แจงว่า ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ประชาชนต้องทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศกับผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และปัจจุบันยังไม่เคยให้ใบอนุญาตแก่บุคคลทั่วไปในการซื้อขายเงินตราต่างประเทศเพื่อการลงทุนหรือเก็งกำไรในลักษณะการเทรด Forex บนแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์

นี่คือจุดที่คนทั่วไปต้องเข้าใจให้ตรง

กล่าวคือ Forex เป็นตลาดที่มีอยู่จริงในโลก แต่การเข้ามา “ประกอบธุรกิจ ให้บริการ ชักชวน รับส่งเงิน หรือโฆษณาให้ประชาชนเข้ามาซื้อขาย Forex ในประเทศไทย” เป็นเรื่องที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง หากไม่มีใบอนุญาตหรือมีพฤติการณ์ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายได้

ข่าว DSI ครั้งนี้สะท้อนอะไร?

กรณีข่าวล่าสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI แถลงเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ว่ามีการตรวจค้นเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการชักชวนลงทุนและซื้อขายเงินตราต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีการตรวจค้น 24 จุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และตรวจยึดทรัพย์สินหลายรายการ

DSI ระบุด้วยว่า พฤติการณ์ที่ตรวจพบมีทั้งการแอบอ้างเป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาต การใช้เว็บไซต์สร้างความน่าเชื่อถือ การแสดงภาพไลฟ์สไตล์หรูหรา การจูงใจด้วยผลกำไรสูง รวมถึงกรณีที่ผู้เสียหายถอนเงินไม่ได้หรือได้รับเงินล่าช้า

หากมองอย่างเป็นธรรม ข่าวลักษณะนี้ไม่ได้แปลว่า “ตลาด Forex ทั้งหมดคือการหลอกลวง” แต่สะท้อนว่า เมื่อคำว่า Forex ถูกนำไปใช้ประกอบการชักชวนโดยขาดใบอนุญาต ขาดการกำกับดูแล หรือมีพฤติการณ์ทำให้ผู้ลงทุนเข้าใจผิด ความเสียหายสามารถเกิดขึ้นเป็นวงกว้างได้

IB คืออะไร และทำไมถูกพูดถึงมาก?

IB หรือ Introducing Broker โดยทั่วไปหมายถึงผู้แนะนำลูกค้าให้รู้จักกับโบรกเกอร์หรือแพลตฟอร์มซื้อขาย รายได้ของ IB มักมาจากค่าคอมมิชชั่นหรือส่วนแบ่งจากปริมาณการซื้อขายของลูกค้าที่แนะนำเข้าไป

ในเชิงหลักการ IB ไม่ได้แปลว่าเป็นมิจฉาชีพโดยอัตโนมัติ เพราะในหลายประเทศมีรูปแบบตัวกลางทางการเงินที่อยู่ภายใต้ใบอนุญาตและกติกาชัดเจน

แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อผู้แนะนำใช้วิธีโฆษณาเกินจริง ชักชวนให้ลงทุนโดยไม่อธิบายความเสี่ยง กระตุ้นให้เทรดบ่อยเกินจำเป็น อ้างว่ากำไรแน่นอน หรือชวนให้ฝากเงินผ่านช่องทางที่ตรวจสอบยาก

DSI ระบุในข่าวล่าสุดว่า รายได้ของ IB ในกรณีที่ตรวจสอบมาจากส่วนแบ่งค่าคอมมิชชั่นจากธุรกรรมซื้อขาย และอาจมีแรงจูงใจให้ผู้ลงทุนทำธุรกรรมบ่อยขึ้นเพื่อเพิ่มยอดซื้อขายโดยรวม

ดังนั้น ประเด็นสำคัญไม่ใช่การเหมารวมว่า “IB ทุกคนคือคนผิด” แต่ควรตั้งคำถามว่า ผู้แนะนำนั้นมีใบอนุญาตหรือไม่ อยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับดูแลใด อธิบายความเสี่ยงครบหรือไม่ และมีการชักชวนในลักษณะที่ทำให้เข้าใจผิดหรือไม่

สัญญาณอันตรายที่ประชาชนควรระวัง

คนทั่วไปไม่จำเป็นต้องรู้ศัพท์เทคนิคทั้งหมดของตลาด Forex แต่ควรรู้ “สัญญาณอันตราย” ให้มากพอที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อ

ถ้ามีใครชวนลงทุน Forex แล้วพูดว่า “กำไรแน่นอน” “ไม่ต้องมีความรู้ก็ได้” “มีทีมเทรดให้” “ถอนเงินได้ทุกวัน” “ขาดทุนยาก” “ฝากเงินวันนี้รับโบนัส” หรือ “ชวนคนเพิ่มแล้วได้ผลตอบแทนเพิ่ม” ต้องระวังทันที

เพราะการลงทุนจริงไม่มีคำว่ากำไรแน่นอน ตลาดจริงมีทั้งขาขึ้นและขาลง คนเก่งก็ขาดทุนได้ และระบบที่ดีควรให้ผู้ลงทุนเห็นความเสี่ยงก่อนเห็นผลตอบแทน

สำนักงาน ก.ล.ต. แนะนำให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัว ไม่โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา และหากพบเรื่องหลอกลงทุนให้ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น ก.ล.ต. โทร 1207 หรือศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. โทร 1213

แล้วคนไทยควรปิดใจจาก Forex ไปเลยไหม?

ไม่จำเป็นต้องปิดใจ แต่ต้องไม่ประมาท

Forex เป็นความรู้ทางการเงินที่ควรศึกษาได้ เพราะค่าเงินมีผลต่อทองคำ น้ำมัน เงินเฟ้อ การนำเข้า ส่งออก และตลาดทุนทั่วโลก คนที่ติดตามราคาทองคำยิ่งควรเข้าใจค่าเงินดอลลาร์ เพราะราคาทองคำโลกมักเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับดอลลาร์ อัตราดอกเบี้ย และความคาดหวังต่อนโยบายธนาคารกลาง

แต่การ “ศึกษา Forex” กับการ “เอาเงินไปฝากให้ใครเทรด” เป็นคนละเรื่องกัน

การรู้จัก Forex ช่วยให้เข้าใจโลกการเงินดีขึ้น
แต่การลงทุนโดยไม่รู้ความเสี่ยง อาจทำให้เสียหายหนักได้

การเรียนรู้เรื่องค่าเงินจึงไม่ผิด และมีประโยชน์ แต่การเชื่อคำชวนที่ง่ายเกินจริง คือสิ่งที่อันตรายที่สุด

บทสรุป: ปัญหาไม่ใช่คำว่า Forex แต่คือการใช้ Forex เป็นฉากหน้า

สังคมไทยควรแยกให้ออกระหว่าง “ตลาดการเงินจริง” กับ “การหลอกลงทุนที่หยิบชื่อสินทรัพย์นั้นมาใช้”

เหมือนทองคำไม่ใช่มิจฉาชีพ แม้จะมีคนแอบอ้างขายทองปลอม
หุ้นไม่ใช่มิจฉาชีพ แม้จะมีคนปั่นหุ้นหรือหลอกลงทุน
คริปโตไม่ใช่มิจฉาชีพโดยตัวมันเอง แม้จะมีเหรียญหลอกลวง
และ Forex ก็เช่นกัน

Forex คือเครื่องมือทางการเงินที่มีอยู่จริงในโลก แต่เป็นเครื่องมือที่ซับซ้อน เสี่ยงสูง และในประเทศไทยยังมีข้อจำกัดด้านการกำกับดูแลผู้ให้บริการสำหรับประชาชนทั่วไป

สิ่งที่ประชาชนควรทำจึงไม่ใช่การกลัวคำว่า Forex จนไม่กล้าเรียนรู้ แต่คือการรู้เท่าทันว่า อะไรคือการศึกษา อะไรคือการลงทุนด้วยความรับผิดชอบ และอะไรคือการชักชวนที่อาจพาไปสู่ความเสียหาย

จำไว้สั้น ๆ ว่า

Forex ไม่ใช่มิจฉาชีพ
แต่คนที่เอาคำว่า Forex ไปใช้หลอกลวง คือสิ่งที่ต้องระวัง

และก่อนเกี่ยวข้องกับการลงทุนใด ๆ โดยเฉพาะสินค้าที่ซับซ้อนและอยู่ต่างประเทศ สิ่งแรกที่ควรตรวจสอบเสมอคือ ใบอนุญาต ความเสี่ยง ช่องทางรับเงิน ผู้ให้บริการ และสิทธิของเราหากเกิดปัญหา

เพราะในโลกการเงิน ความรู้ไม่เคยทำร้ายใคร
แต่ความเชื่อใจโดยไม่ตรวจสอบ อาจทำให้เสียหายได้มากกว่าที่คิด


Disclaimer

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดเงินตราต่างประเทศ ไม่ได้เป็นคำแนะนำการลงทุน ไม่ได้ชักชวนให้ลงทุน Forex และไม่ได้รับรองผู้ให้บริการรายใด ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของผู้ให้บริการ และประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

- Advertisement -
Mr.Gold
Mr.Gold
หวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มข้อมูลข่าวสารให้ผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำ
- Advertisement -
RELATED ARTICLES
- Advertisement -
- Advertisement -

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ

- Advertisement -