หน้าแรกข่าวทองคำแนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์หน้า 7–11 ก.ย. 2569 CPI ชี้ชะตาดอกเบี้ย Fed หลัง NFP แข็งแกร่ง

แนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์หน้า 7–11 ก.ย. 2569 CPI ชี้ชะตาดอกเบี้ย Fed หลัง NFP แข็งแกร่ง

- Advertisement -

ราคาทองคำเข้าสู่สัปดาห์วันที่ 7–11 กันยายน 2569 ภายใต้แรงกดดันระยะสั้น หลังรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ หรือ Nonfarm Payrolls เดือนสิงหาคมออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ทำให้ตลาดกลับมาเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15–16 กันยายน

อย่างไรก็ตาม ทิศทางดอกเบี้ยยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะตลาดกำลังรอข้อมูลเงินเฟ้อชุดสำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ในวันที่ 10 กันยายน และดัชนีราคาผู้บริโภค CPI ในวันที่ 11 กันยายน

คำถามสำคัญของสัปดาห์นี้จึงอยู่ที่ว่า เงินเฟ้อจะชะลอลงมากพอให้ Fed คงดอกเบี้ย หรือแรงกดดันจากราคาพลังงานและตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งจะผลักให้ Fed ต้องดำเนินนโยบายเข้มงวดขึ้น

NFP แข็งแกร่งกว่าคาด กดดันราคาทองปลายสัปดาห์

รายงานตลาดแรงงานสหรัฐเดือนสิงหาคมระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ประมาณ 65,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1%

นอกจากนี้ ตัวเลขการจ้างงานของเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมยังถูกปรับเพิ่มรวมกันอีก 55,000 ตำแหน่ง สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐแข็งแรงกว่าที่เคยประเมินไว้

ข้อมูลดังกล่าวทำให้ตลาดมองว่า Fed ยังมีพื้นที่ในการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลให้ดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐขยับขึ้น โดยยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปีขึ้นมาใกล้ 4.78% และยีลด์อายุ 2 ปีอยู่ใกล้ 4.37%

Reuters รายงานว่า ราคาทองคำ Spot ลดลงประมาณ 1.2% มาอยู่บริเวณ 4,419 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาด หลังร่วงลงมากกว่า 2% และทำจุดต่ำระหว่างวันใกล้ 4,365 ดอลลาร์

ตลาดยังประเมินความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนมากกว่า 50% แต่ระดับความน่าจะเป็นเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็วตามข้อมูลและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed

CPI จะเป็นบททดสอบสำคัญก่อนประชุม Fed

หลังตัวเลขแรงงานออกมาแข็งแกร่ง จุดสนใจของตลาดจะเปลี่ยนไปอยู่ที่ข้อมูลเงินเฟ้อทันที โดยเฉพาะ CPI เดือนสิงหาคม ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญชุดสุดท้ายก่อนการประชุม Fed วันที่ 15–16 กันยายน

Reuters ระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า CPI ทั่วไปอาจเพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อน ขณะที่ Core CPI ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานอาจเพิ่มขึ้น 0.2%

ตัวเลขทั้งสองส่วนมีความสำคัญแตกต่างกัน โดย CPI ทั่วไปอาจได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น ส่วน Core CPI จะช่วยสะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคาภายในระบบเศรษฐกิจยังคงต่อเนื่องเพียงใด

หาก CPI สูงกว่าคาด โดยเฉพาะในส่วนของเงินเฟ้อพื้นฐาน ตลาดอาจเพิ่มความเชื่อว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ย และอาจส่งผลให้ดอลลาร์กับบอนด์ยีลด์แข็งค่าขึ้นอีก

ในทางกลับกัน หาก CPI แสดงให้เห็นว่าเงินเฟ้อพื้นฐานยังชะลอตัว ตลาดอาจลดความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันต่อราคาทองคำ

น้ำมันพุ่ง ทำให้การประเมินเงินเฟ้อซับซ้อนขึ้น

อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือราคาน้ำมัน หลังราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นอย่างมากจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและข้อจำกัดด้านอุปทาน

ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดสัปดาห์ใกล้ 96.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นประมาณ 9.2% ในรอบสัปดาห์ ส่วน WTI อยู่ใกล้ 91.48 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 9.7% ตามรายงานของ Associated Press

ราคาพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลต่อทองคำได้สองทาง

ด้านแรก ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลเรื่องเงินเฟ้ออาจเพิ่มความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์สำหรับกระจายความเสี่ยง

แต่อีกด้านหนึ่ง หากน้ำมันผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น ตลาดอาจเพิ่มความคาดหวังว่า Fed ต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงวด ซึ่งจะหนุนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ และกดดันทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

ระยะสั้นตลาดจึงอาจตอบสนองต่อ “ช่องทางดอกเบี้ย” มากกว่าบทบาทป้องกันเงินเฟ้อของทองคำ โดยเฉพาะหากข้อมูล CPI ออกมาสูงกว่าคาดอย่างชัดเจน

ปฏิทินเศรษฐกิจสำคัญ 7–11 กันยายน 2569

วันและเวลาไทยเหตุการณ์สำคัญผลที่ต้องติดตาม
จันทร์ 7 ก.ย.วันหยุด Labor Day สหรัฐสภาพคล่องในตลาดการเงินบางช่วงอาจต่ำกว่าปกติ
พฤหัสบดี 10 ก.ย. 19:30 น.ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI เดือนสิงหาคมสะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนก่อนส่งผ่านถึงผู้บริโภค
พฤหัสบดี 10 ก.ย. 19:30 น.ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานประเมินภาวะตลาดแรงงานล่าสุด
ศุกร์ 11 ก.ย. 19:30 น.CPI และ Core CPI เดือนสิงหาคมตัวแปรสำคัญต่อการตัดสินใจดอกเบี้ย Fed
ศุกร์ 11 ก.ย. 19:30 น.รายได้ที่แท้จริงของแรงงานประเมินกำลังซื้อหลังหักผลกระทบจากเงินเฟ้อ
ศุกร์ 11 ก.ย. 21:00 น.ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและคาดการณ์เงินเฟ้อสะท้อนมุมมองเงินเฟ้อของภาคครัวเรือน

กำหนดการ PPI และ CPI ได้รับการยืนยันจาก สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ และแปลงเป็นเวลาไทยแล้ว ทั้งนี้ เวลาเผยแพร่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ผู้ติดตามตลาดสามารถตรวจสอบเพิ่มเติมจาก ปฏิทินเศรษฐกิจ GOLD.in.th

3 ฉากทัศน์สำคัญต่อราคาทองคำ

1. PPI และ CPI สูงกว่าคาด

หากเงินเฟ้อทั้งฝั่งผู้ผลิตและผู้บริโภคออกมาสูงกว่าคาด โดยเฉพาะ Core CPI ตลาดอาจเพิ่มน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน

สถานการณ์นี้อาจหนุนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ ขณะที่ราคาทองคำมีโอกาสกลับลงไปทดสอบแนวรับจากแรงกดดันด้านต้นทุนการถือครอง

2. เงินเฟ้อชะลอตัวกว่าคาด

หาก CPI และ Core CPI แสดงสัญญาณชะลอลง ตลาดอาจมองว่า Fed ยังไม่จำเป็นต้องรีบขึ้นดอกเบี้ย แม้รายงานการจ้างงานจะแข็งแกร่ง

ความคาดหวังดังกล่าวอาจกดดันดอลลาร์และยีลด์ และเปิดโอกาสให้ทองคำฟื้นตัวกลับไปทดสอบแนวต้านสำคัญอีกครั้ง

3. เงินเฟ้อทั่วไปสูง แต่ Core CPI ชะลอ

นี่อาจเป็นสถานการณ์ที่ตีความยากที่สุด เพราะราคาพลังงานสามารถผลัก CPI ทั่วไปให้สูงขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานอาจยังชะลอตัว

ตลาดอาจแกว่งตัวแรงและเปลี่ยนทิศทางหลายครั้ง เนื่องจากต้องประเมินว่า Fed จะให้น้ำหนักกับผลกระทบชั่วคราวจากพลังงาน หรือความเคลื่อนไหวของเงินเฟ้อพื้นฐานมากกว่ากัน

กรอบราคาทองคำที่ต้องติดตาม

หลังราคาทองคำฟื้นจากจุดต่ำใกล้ 4,365 ดอลลาร์มาปิดบริเวณ 4,419 ดอลลาร์ พื้นที่ 4,415–4,435 ดอลลาร์จะเป็นจุดวัดสมดุลในช่วงต้นสัปดาห์

ระดับกรอบราคาที่ติดตาม
แนวต้านแรก4,450–4,475 ดอลลาร์
แนวต้านถัดไป4,488–4,500 ดอลลาร์
แนวต้านสำคัญ4,529–4,550 ดอลลาร์
แนวรับแรก4,400 ดอลลาร์
แนวรับถัดไป4,365–4,350 ดอลลาร์
แนวรับลึก4,325–4,300 ดอลลาร์

หากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นเหนือ 4,450–4,475 ดอลลาร์ได้ ภาพระยะสั้นจะยังอยู่ภายใต้แรงกดดัน แต่หากยืนเหนือ 4,488–4,500 ดอลลาร์ได้ต่อเนื่อง ภาพการฟื้นตัวจะเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น

ในทางกลับกัน หากราคาหลุดจุดต่ำเดิมบริเวณ 4,365–4,350 ดอลลาร์ ต้องติดตามแรงรับในพื้นที่ 4,325–4,300 ดอลลาร์ โดยเฉพาะในช่วงประกาศ CPI ซึ่งราคาอาจเคลื่อนไหวรวดเร็วและมีความผันผวนสูง

กรอบราคาดังกล่าวใช้สำหรับติดตามภาวะตลาดจากการเคลื่อนไหวรอบล่าสุด มิใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขาย

ราคาทองไทยต้องติดตามค่าเงินบาทประกอบ

ทิศทางราคาทองคำในประเทศจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Gold Spot เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีค่าเงินบาทเป็นตัวแปรสำคัญ

หากทองโลกอ่อนตัวพร้อมกับเงินบาทแข็งค่า ราคาทองไทยอาจได้รับแรงกดดันมากขึ้น แต่หากเงินบาทอ่อนค่า ผลกระทบจากการลดลงของ Gold Spot อาจถูกชดเชยบางส่วน

ในทางกลับกัน หากทองโลกฟื้นและเงินบาทอ่อนค่าลงพร้อมกัน ราคาทองไทยอาจตอบสนองในเชิงบวกมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของ Gold Spot เพียงปัจจัยเดียว

ผู้ติดตามตลาดจึงควรพิจารณาทั้งราคาทองโลก ดัชนีดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และ USD/THB ควบคู่กัน โดยสามารถตรวจสอบปัจจัยที่กำลังหนุนหรือกดดันทองได้จาก Gold Correlation Dashboard

ปัจจัยที่ต้องติดตามตลอดสัปดาห์

  1. การเคลื่อนไหวของความน่าจะเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยจาก CME FedWatch
  2. ผล PPI และองค์ประกอบต้นทุนด้านพลังงาน
  3. CPI ทั่วไปเทียบกับ Core CPI
  4. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 2 ปีและ 10 ปี
  5. ดัชนีดอลลาร์และค่าเงินบาท
  6. ราคาน้ำมันและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

สรุปแนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์หน้า

ราคาทองคำเข้าสู่สัปดาห์วันที่ 7–11 กันยายน 2569 ด้วยภาพระยะสั้นที่ยังถูกกดดัน หลังรายงาน NFP แข็งแกร่งกว่าคาดและทำให้ตลาดกลับมาเพิ่มความเป็นไปได้ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจยังขึ้นอยู่กับข้อมูลเงินเฟ้อ โดย PPI ในคืนวันพฤหัสบดีจะเป็นสัญญาณเบื้องต้น ก่อนที่ CPI ในคืนวันศุกร์จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และราคาทองคำ

หากเงินเฟ้อสูงกว่าคาด ทองอาจเผชิญแรงกดดันต่อและกลับไปทดสอบบริเวณ 4,365–4,350 ดอลลาร์ แต่หากเงินเฟ้อชะลอตัว ราคามีโอกาสฟื้นกลับไปทดสอบ 4,450–4,500 ดอลลาร์

สัปดาห์นี้จึงเป็นช่วงที่ตลาดต้องประเมินแรงสองด้าน ระหว่างตลาดแรงงานและราคาพลังงานที่สนับสนุนการใช้นโยบายเข้มงวด กับความเป็นไปได้ที่เงินเฟ้อพื้นฐานจะชะลอลงมากพอให้ Fed ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน


หมายเหตุ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข่าวสารและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ มิใช่คำแนะนำในการลงทุน มิใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่งและพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ


แหล่งข้อมูลประกอบ

- Advertisement -
Mr.Gold
Mr.Gold
หวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มข้อมูลข่าวสารให้ผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำ
- Advertisement -
- Advertisement -
RELATED ARTICLES
- Advertisement -

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ

- Advertisement -