ราคาทองคำตลาดโลกประจำวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 อ่อนตัวลงอีกครั้งในช่วงต้นสัปดาห์ โดย Gold Spot กลับมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยกระดับขึ้นต่อเนื่อง และราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงทำให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยของเฟด
บรรยากาศตลาดทองคำวันนี้ยังเป็นภาวะระมัดระวัง หลังสัปดาห์ก่อนราคาทองคำปิดลบ แม้ช่วงท้ายตลาดสหรัฐวันศุกร์จะมีแรงซื้อคืนช่วยให้ราคากลับขึ้นมาใกล้ 4,015 ดอลลาร์ แต่แรงกดดันจากน้ำมัน ดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังไม่หมดไป
ภาพรวมจึงยังเป็นข่าวเชิงกดดันต่อทองคำมากกว่าข่าวฟื้นตัว เพราะตลาดมองว่าความเสี่ยงด้านพลังงานอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาเป็นแรงกดดัน และทำให้เฟดยังต้องคงท่าทีเข้มงวดต่อดอกเบี้ย
ทองคำกลับมาต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ หลังสหรัฐ–อิหร่านตึงเครียด
Trading Economics รายงานว่า ราคาทองคำปรับตัวลงกลับมาต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันจันทร์ หลังการโจมตีระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยกระดับขึ้น และผลักดันให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น
รายงานระบุว่า สหรัฐเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเพิ่มเติมในวันอาทิตย์ หลังการเสียชีวิตของทหารสหรัฐ ขณะที่อิหร่านระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐล้มเหลวในทางปฏิบัติ และมีรายงานการสกัดเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงสุดสัปดาห์
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดกลับมากังวลต่อความเสี่ยงด้านการขนส่งพลังงาน โดยเฉพาะเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดน้ำมันโลก
ราคาน้ำมันสูง เพิ่มความกังวลเงินเฟ้อและดอกเบี้ย
แรงกดดันสำคัญของทองคำในช่วงนี้ไม่ได้มาจากข่าวภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากผลกระทบของข่าวดังกล่าวต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ
Trading Economics ระบุว่า ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นราว 30% จากระดับต่ำสุดของเดือนกรกฎาคม ทำให้ตลาดกังวลว่าธนาคารกลางอาจต้องคงนโยบายการเงินเข้มงวด หรือใช้นโยบายที่เข้มขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
Reuters รายงานด้วยว่า ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงช่วยเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อมุมมองดอกเบี้ยสูงนานขึ้น แม้ทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันเงินเฟ้อ แต่ในภาวะที่ดอกเบี้ยสูงขึ้น ทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยจะถูกกดดันจากต้นทุนโอกาสในการถือครอง
เฟดกลับมาเป็นแรงกดดันสำคัญ
อีกประเด็นที่กดดันทองคำคือถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด โดย Cleveland Fed President Beth Hammack เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ส่งสัญญาณกังวลต่อเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
Trading Economics ระบุว่า ตลาดประเมินโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 53% จาก 47% ในวันก่อนหน้า ขณะที่ Reuters ระบุว่าตลาดกำลังเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีเช่นกัน
ประเด็นนี้ทำให้ทองคำยังถูกจำกัดแรงฟื้นตัว เพราะหากตลาดยังคาดว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ดอลลาร์และยีลด์พันธบัตรมีโอกาสแข็งแรงต่อ ซึ่งเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อราคาทองคำ
ภาพต่อเนื่องจากปลายสัปดาห์ก่อน: ทองดีดกลับ แต่ยังไม่พ้นแรงกดดัน
Kitco PM Report ระบุว่า ช่วงปลายตลาดสหรัฐวันศุกร์ที่ผ่านมา Spot Gold ดีดกลับมาใกล้ 4,015 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังมีแรงซื้อคืนเข้ามาช่วยพยุงราคา จากระดับต่ำสุดระหว่างวันใกล้ 3,959 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม Kitco ระบุว่าแรงดีดดังกล่าวยังเป็นเพียงการซื้อคืนหลังแรงขาย ไม่ใช่การเปลี่ยนภาพตลาดอย่างชัดเจน เพราะยีลด์พันธบัตร ดอลลาร์ และราคาน้ำมันยังเป็นแรงกดดันหลัก
สถานการณ์ดังกล่าวต่อเนื่องมาถึงต้นสัปดาห์นี้ เมื่อทองคำกลับมาอ่อนตัวใกล้ 4,000 ดอลลาร์อีกครั้ง หลังข่าวสหรัฐ–อิหร่านและราคาน้ำมันกลับมาเป็นปัจจัยกดดันตลาด
ตลาดหุ้นอ่อนช่วยพยุงทองบางส่วน แต่แรงหนุนยังจำกัด
ในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปอ่อนตัวจากแรงขายในกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ส่งผลให้มีแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วนกลับเข้ามาในทองคำ
แต่แรงหนุนจากฝั่งตลาดหุ้นยังไม่มากพอที่จะเปลี่ยนภาพรวมของทองคำ เพราะตลาดยังให้น้ำหนักกับเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย น้ำมัน และดอลลาร์มากกว่า
ดังนั้น แม้ทองคำจะยังมีแรงซื้อรับเมื่อราคาหลุดลงต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์เป็นระยะ แต่การฟื้นตัวกลับยังถูกจำกัดเมื่อไม่มีปัจจัยใหม่มาช่วยลดแรงกังวลเรื่องเฟดและน้ำมัน
มุมมองตลาดยังระมัดระวัง หลัง Wall Street เอนลบ
ผลสำรวจ Kitco News Weekly Gold Survey ล่าสุดสะท้อนว่า นักวิเคราะห์ฝั่ง Wall Street ส่วนใหญ่ยังมองราคาทองคำในสัปดาห์นี้อย่างระมัดระวัง หลังทองคำไม่สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐที่อ่อนลงได้เต็มที่
Kitco ระบุว่า จากนักวิเคราะห์ 14 ราย มีเพียง 1 รายที่คาดว่าทองคำจะปรับขึ้นในสัปดาห์ถัดไป ขณะที่ 11 รายคาดว่าราคาจะลดลง และอีก 2 รายมองว่าราคาจะเคลื่อนไหวทรงตัว
ฝั่งนักลงทุนรายย่อย Main Street ยังมีมุมมองแตกต่างกัน โดยมีทั้งกลุ่มที่มองบวก มองลบ และมองว่าราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ ทำให้ภาพรวมตลาดยังไม่ได้มีฉันทามติชัดเจน
ข่าวที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้
สัปดาห์นี้ตลาดทองคำอาจอ่อนไหวต่อข่าวรายวันมากเป็นพิเศษ เพราะปฏิทินเศรษฐกิจไม่ได้หนาแน่นเท่าช่วงสัปดาห์ก่อน ทำให้ข่าวตะวันออกกลาง น้ำมัน และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดมีน้ำหนักมากขึ้น
ประเด็นสำคัญที่ตลาดจับตา ได้แก่
- สถานการณ์สหรัฐ–อิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ
หากความตึงเครียดยกระดับขึ้นอีก หรือมีข่าวกระทบเส้นทางขนส่งพลังงาน ราคาน้ำมันอาจปรับสูงขึ้นต่อ และเพิ่มแรงกดดันต่อทองคำผ่านช่องทางเงินเฟ้อและดอกเบี้ย - ทิศทางราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันที่ยังสูงเป็นตัวแปรหลักของตลาดทองคำในช่วงนี้ เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับมุมมองเงินเฟ้อ และอาจมีผลต่อการประเมินท่าทีของเฟด - ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด
ตลาดจะจับตาว่าเจ้าหน้าที่เฟดจะส่งสัญญาณอย่างไรต่อเงินเฟ้อและความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ย โดยเฉพาะหลังราคาน้ำมันปรับขึ้นจากความเสี่ยงตะวันออกกลาง - การประชุมธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB
การตัดสินใจนโยบายการเงินของ ECB และถ้อยแถลงของ Christine Lagarde อาจมีผลต่อค่าเงินยูโร ดอลลาร์ และบรรยากาศตลาดโลก - ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ
ตลาดยังรอตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, S&P Global Flash PMI เดือนกรกฎาคม และยอดขายบ้านใหม่เดือนมิถุนายน ซึ่งอาจช่วยสะท้อนความแข็งแรงของเศรษฐกิจสหรัฐ และมีผลต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ย
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 กลับมาอ่อนตัวใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านยกระดับขึ้น และราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยของเฟด
แม้ปลายสัปดาห์ก่อนทองคำจะมีแรงซื้อคืนกลับมาใกล้ 4,015 ดอลลาร์ แต่ภาพรวมยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน เพราะยีลด์พันธบัตร ดอลลาร์ และราคาน้ำมันยังเป็นแรงกดดันหลัก
สัปดาห์นี้ ตลาดจะจับตาสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมัน ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด การประชุม ECB และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ โดยปัจจัยเหล่านี้อาจกำหนดว่าทองคำจะสามารถยืนประคองแถว 4,000 ดอลลาร์ได้หรือจะกลับมาเผชิญแรงขายอีกครั้ง
หมายเหตุ:
เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ


















