ราคาทองคำตลาดโลกประจำวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เคลื่อนไหวใกล้บริเวณ 4,120 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังปิดสัปดาห์ด้วยการยืนเหนือระดับ 4,100 ดอลลาร์ได้
แม้ตลอดสัปดาห์ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันจากยีลด์พันธบัตรสหรัฐ ดอลลาร์ และความกังวลว่าเฟดอาจยังต้องคงท่าทีเข้มงวดต่อเงินเฟ้อ
ขณะที่ราคาทองคำในประเทศ ตามประกาศสมาคมค้าทองคำประจำวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาทละ 64,800 บาท และขายออกบาทละ 65,000 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 200 บาทจากวันก่อนหน้า ส่วนทองรูปพรรณ 96.5% ขายออกบาทละ 65,800 บาท
ภาพรวมตลาดทองคำสัปดาห์นี้ยังผันผวนจากหลายปัจจัย ทั้งรายงานประชุมเฟด ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมัน ความเคลื่อนไหวของดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ โดยตลาดกำลังรอข้อมูลเงินเฟ้อ CPI สหรัฐในสัปดาห์หน้า รวมถึงการขึ้นให้การครั้งแรกต่อสภาคองเกรสของ Kevin Warsh ในฐานะประธานเฟดคนใหม่
ทองคำยังยืนเหนือ 4,100 ดอลลาร์ แต่แรงฟื้นตัวยังจำกัด
รายงานจาก Kitco ระบุว่า ราคาทองคำยังพยายามทรงตัวเหนือระดับ 4,100 ดอลลาร์ หลังเผชิญแรงขายในช่วงกลางสัปดาห์ โดยช่วงปลายตลาดสหรัฐวันศุกร์ Spot Gold เคลื่อนไหวใกล้ 4,118.66 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงเล็กน้อยในวันเดียวกัน
แม้ทองคำยังยืนเหนือโซน 4,000 ดอลลาร์ได้ แต่ราคายังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือโซนแนวต้าน 4,180–4,200 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง ทำให้ตลาดยังอยู่ในภาวะระมัดระวัง
ปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาทองคำยังมาจากข้อมูลแรงงานสหรัฐที่อ่อนกว่าคาดในสัปดาห์ก่อน ซึ่งทำให้ตลาดลดความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้บางส่วน แต่แรงกดดันจากยีลด์พันธบัตรและท่าทีของเฟดยังจำกัดการฟื้นตัวของทองคำ
ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นความเสี่ยง แต่ราคาน้ำมันยังไม่พุ่งรุนแรง
ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นประเด็นสำคัญของตลาด หลังมีเหตุโจมตีและความเสี่ยงด้านการเดินเรือในภูมิภาค โดยตลาดยังติดตามว่าความเสี่ยงดังกล่าวจะกระทบการขนส่งพลังงานของโลกมากน้อยเพียงใด
Kitco ระบุว่า สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังควรมองเป็นภาวะ “เส้นทางเดินเรือยังเปิดอยู่ แต่มีความเสี่ยงทางทหารและการขนส่งสูงขึ้น” มากกว่าการปิดเส้นทางเดินเรือโดยตรง
สำหรับทองคำ ปัจจัยนี้ส่งผลสองทาง ด้านหนึ่งความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ช่วยหนุนความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัย แต่อีกด้านหนึ่ง หากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นมาก อาจทำให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อ และเพิ่มแรงกดดันให้เฟดยังคงใช้นโยบายการเงินเข้มงวด
ยีลด์พันธบัตรยังเป็นแรงกดดัน
ช่วงปลายสัปดาห์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง โดยยีลด์อายุ 10 ปีเคลื่อนไหวใกล้ 4.55% ขณะที่ยีลด์อายุ 2 ปียังอยู่เหนือ 4.20%
ภาวะดังกล่าวกดดันทองคำ เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เมื่อยีลด์พันธบัตรอยู่ในระดับสูง นักลงทุนบางส่วนจึงยังเลือกถือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า
ดอลลาร์สหรัฐก็ยังเป็นอีกตัวแปรที่ตลาดจับตา โดยดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้ 100.87 ในช่วงปลายสัปดาห์ แม้ไม่ได้แข็งขึ้นรุนแรง แต่ยังเพียงพอที่จะจำกัดแรงซื้อทองคำในระยะสั้น
ตลาดรอ CPI สหรัฐและการขึ้นให้การของ Warsh
ประเด็นใหญ่ของสัปดาห์หน้าคือข้อมูลเงินเฟ้อ CPI สหรัฐเดือนมิถุนายน ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ยของเฟด
หากตัวเลข CPI ออกมาต่ำกว่าคาด ตลาดอาจลดแรงกดดันเรื่องดอกเบี้ยและยีลด์ลงบางส่วน ซึ่งอาจช่วยให้ทองคำมีโอกาสฟื้นตัวกลับไปทดสอบโซน 4,180–4,200 ดอลลาร์อีกครั้ง
แต่หาก CPI ออกมาสูงกว่าคาด ตลาดอาจกลับมากังวลว่าเฟดต้องคงท่าทีเข้มงวด หรืออาจพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำ
นอกจากนี้ ตลาดยังรอการขึ้นให้การของ Kevin Warsh ต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะช่วยให้ตลาดเห็นท่าทีของเฟดชัดขึ้น โดยเฉพาะมุมมองต่อเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และการสื่อสารนโยบายการเงินในระยะต่อไป
ราคาทองไทยเปิดวันเสาร์เพิ่ม 200 บาท
ในประเทศ ราคาทองคำตามประกาศสมาคมค้าทองคำประจำวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ปรับเพิ่มขึ้น 200 บาทจากวันก่อนหน้า
ราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาทละ 64,800 บาท และขายออกบาทละ 65,000 บาท ส่วนทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้อฐานภาษีบาทละ 63,505.24 บาท และขายออกบาทละ 65,800 บาท
การปรับขึ้นของราคาทองคำในประเทศสอดคล้องกับ Gold Spot ที่ยังยืนเหนือ 4,100 ดอลลาร์ และเงินบาท รวมถึงค่าพรีเมียมในประเทศที่เป็นตัวแปรร่วมต่อราคาทองคำไทย
สรุปภาพรวมทองคำรอบสัปดาห์
ภาพรวมสัปดาห์นี้ ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวผันผวน โดยช่วงต้นสัปดาห์ Gold Spot เปิดแถว 4,175 ดอลลาร์ และขึ้นไปแตะจุดสูงสุดใกล้ 4,203 ดอลลาร์ ก่อนถูกแรงขายกดลงในช่วงกลางสัปดาห์ หลังรายงานประชุมเฟดยังสะท้อนความกังวลต่อเงินเฟ้อ
ราคาทองคำอ่อนตัวลงแตะจุดต่ำสุดรายสัปดาห์แถว 4,022 ดอลลาร์ ก่อนดีดกลับขึ้นมายืนเหนือ 4,100 ดอลลาร์ได้ในช่วงปลายสัปดาห์ แต่ยังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือโซน 4,150–4,200 ดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน
ปัจจัยกดดันหลักของสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยีลด์พันธบัตรที่ยังอยู่ในระดับสูง ดอลลาร์ที่ยังประคองตัว ความกังวลเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันและตะวันออกกลาง รวมถึงท่าทีของเฟดที่ยังไม่ส่งสัญญาณผ่อนคลายชัดเจน
ด้านปัจจัยพยุงราคา ได้แก่ แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ข้อมูลแรงงานสหรัฐที่อ่อนกว่าคาดในช่วงก่อนหน้า และแรงซื้อบางส่วนเมื่อราคาทองคำย่อลงใกล้โซน 4,000 ดอลลาร์
โดยรวม ทองคำปิดสัปดาห์ในภาวะ “ยืนได้ แต่ยังไม่แข็งแรง” ตลาดยังรอปัจจัยใหม่จาก CPI สหรัฐและถ้อยแถลงของประธานเฟด เพื่อประเมินว่าราคาทองคำจะกลับไปทดสอบโซนบนได้หรือยังต้องแกว่งตัวในกรอบต่อไป
มุมมอง sentiment ตลาดยังแตกต่างกัน
ผลสำรวจ Kitco News Weekly Gold Survey สะท้อนว่า มุมมองของนักวิเคราะห์และนักลงทุนรายย่อยยังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หลังทองคำไม่สามารถหลุดออกจากกรอบการแกว่งตัวได้ชัดเจน
ฝั่ง Wall Street มีความเห็นแตกเป็นสามกลุ่ม โดยมีทั้งผู้ที่มองบวก มองลบ และมองว่าราคาจะเคลื่อนไหว sideways ขณะที่ฝั่งนักลงทุนรายย่อย Main Street ยังมีสัดส่วนผู้มองบวกมากกว่าเล็กน้อย แต่ความเชื่อมั่นลดลงจากช่วงก่อนหน้า
ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดทองคำยังอยู่ในช่วงรอปัจจัยใหม่ โดยเฉพาะข้อมูลเงินเฟ้อและท่าทีของเฟด ซึ่งอาจกำหนดทิศทางตลาดในสัปดาห์หน้า
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เคลื่อนไหวใกล้ 4,120 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังปิดสัปดาห์ด้วยการยืนเหนือ 4,100 ดอลลาร์ แต่ยังถูกจำกัดด้วยยีลด์พันธบัตรที่สูง ความคาดหวังดอกเบี้ยเฟด และความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
ราคาทองคำแท่งในประเทศตามประกาศสมาคมค้าทองคำเปิดวันเสาร์เพิ่มขึ้น 200 บาท โดยทองคำแท่งขายออกบาทละ 65,000 บาท และรับซื้อบาทละ 64,800 บาท
สัปดาห์หน้า ตลาดจะจับตา CPI สหรัฐ การขึ้นให้การของ Kevin Warsh ต่อสภาคองเกรส และสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อราคาทองคำทั้งในตลาดโลกและราคาทองคำในประเทศ
หมายเหตุ:
เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ


















