ธนาคารกลางยังไม่ถอยจากทองคำ โปแลนด์เร่งซื้อ ขณะ StoneX มองปลายปีใกล้ 4,000 ดอลลาร์
ราคาทองคำในตลาดโลกอาจเผชิญแรงขายจากนักลงทุนระยะสั้น รวมถึงแรงกดดันจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง แต่ผู้ซื้อรายสำคัญอย่างธนาคารกลางยังไม่ได้ถอนตัวออกจากตลาด
ข้อมูลและบทความล่าสุดจาก Kitco News สะท้อนภาพที่น่าสนใจว่า ขณะที่นักลงทุนบางส่วนลดสถานะจากความกังวลเรื่องดอกเบี้ยและต้นทุนค่าเสียโอกาส ธนาคารกลางหลายแห่งกลับมองการปรับตัวลงของราคาเป็นโอกาสในการเพิ่มทองคำเข้าสู่ทุนสำรองระหว่างประเทศ
โปแลนด์ซื้อทองคำเพิ่ม 82 ตันในปีนี้
ธนาคารกลางโปแลนด์ หรือ National Bank of Poland ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก โดย Adam Glapiński ผู้ว่าการธนาคารกลางโปแลนด์เปิดเผยว่า ธนาคารกลางได้ซื้อทองคำเพิ่มแล้วประมาณ 82 ตันนับตั้งแต่ต้นปี 2569
เฉพาะเดือนมิถุนายน คาดว่าโปแลนด์ซื้อทองคำเพิ่มอีกราว 19 ตัน หลังจากซื้อสุทธิประมาณ 18 ตันในเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้ทองคำสำรองของประเทศเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 632.4 ตัน และเข้าใกล้เป้าหมายระยะยาวที่ธนาคารกลางกำหนดไว้ที่ 700 ตัน
ผู้ว่าการธนาคารกลางโปแลนด์ระบุว่า การซื้อทองคำไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อแข่งขันกับประเทศอื่น แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอน รวมถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของระบบการเงินโลก
ทองคำประมาณ 100 ตันของโปแลนด์ถูกเก็บรักษาไว้ภายในประเทศ ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในศูนย์รับฝากสำคัญ เช่น ลอนดอนและนิวยอร์ก ตามรายงานของ Kitco News
ธนาคารกลางไม่ได้เพียง “พูดถึงทองคำ” แต่กำลังซื้อจริง
ภาพรวมดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจธนาคารกลางประจำปี 2569 ของ World Gold Council ซึ่งสำรวจผู้บริหารทุนสำรองจากธนาคารกลาง 76 แห่งทั่วโลก
ผลสำรวจพบว่า
- 89% คาดว่าทองคำสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
- 45% คาดว่าธนาคารกลางของตนเองจะเพิ่มการถือครองทองคำ
- มีเพียงประมาณ 1% ที่คาดว่าทองคำสำรองของสถาบันตนเองจะลดลง
เหตุผลสำคัญของการถือครองทองคำ ได้แก่ ความสามารถในการรับมือกับภาวะวิกฤต การกระจายความเสี่ยง การรักษามูลค่าในระยะยาว และการป้องกันความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ข้อมูลการซื้อขายจริงยังสนับสนุนผลสำรวจดังกล่าว โดยธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิรวมประมาณ 41 ตันในเดือนพฤษภาคม 2569 ผู้ซื้อรายสำคัญประกอบด้วยโปแลนด์ จีน อุซเบกิสถาน คาซัคสถาน และสิงคโปร์
ในเดือนมิถุนายน Kitco รายงานโดยอ้างข้อมูลทุนสำรองล่าสุดว่า ธนาคารกลางจีนซื้อทองคำเพิ่มอีกประมาณ 15 ตัน นับเป็นการซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 ขณะที่โปแลนด์ยังคงเร่งสะสมทองคำในช่วงที่ราคาปรับตัวลง
เหตุใดธนาคารกลางจึงยังให้ความสำคัญกับทองคำ
พฤติกรรมของธนาคารกลางแตกต่างจากนักลงทุนระยะสั้น เนื่องจากการบริหารทุนสำรองไม่ได้พิจารณาเพียงแนวโน้มราคาในระยะไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่ไตรมาส แต่ต้องคำนึงถึงความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
คุณสมบัติสำคัญที่ทำให้ทองคำยังมีบทบาทในทุนสำรอง ได้แก่
ไม่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญา
ทองคำที่ถือครองโดยตรงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาล บริษัท หรือสถาบันการเงินรายใดรายหนึ่ง
ได้รับการยอมรับในระดับสากล
ทองคำมีตลาดซื้อขายขนาดใหญ่และสามารถนำมาใช้เสริมสภาพคล่องหรือปรับโครงสร้างทุนสำรองได้ในหลายประเทศ
ช่วยกระจายความเสี่ยงด้านสกุลเงิน
การถือทองคำช่วยลดการพึ่งพาสินทรัพย์ที่ผูกกับสกุลเงินหรือระบบการเงินของประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ระบบเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มแบ่งออกเป็นหลายขั้วมากขึ้น
ใช้รับมือความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
ความขัดแย้งระหว่างประเทศ มาตรการคว่ำบาตร และความผันผวนของค่าเงิน เป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้บริหารทุนสำรองกลับมาให้ความสำคัญกับสินทรัพย์ที่ไม่ขึ้นกับนโยบายของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง
StoneX มองทองคำปลายปีอาจอยู่ใกล้ 4,000 ดอลลาร์
แม้แรงซื้อของธนาคารกลางจะยังแข็งแกร่ง แต่แนวโน้มราคาทองคำในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังคงมีความไม่แน่นอน
Rhona O’Connell หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ตลาดประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียของ StoneX ประเมินในรายงานแนวโน้มสินค้าโภคภัณฑ์ไตรมาส 3 ว่า ราคาทองคำอาจปิดปีใกล้ระดับที่ตลาดซื้อขายอยู่ในปัจจุบัน หรือบริเวณประมาณ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
StoneX ไม่ได้คาดว่าจะเกิดการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงในทิศทางใดทิศทางหนึ่งในทันที แต่ราคามีโอกาสผันผวนรอบระดับ 4,000 ดอลลาร์ โดยทิศทางจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แนวโน้มเงินเฟ้อ และนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ดอกเบี้ยและเงินเฟ้อยังเป็นแรงกดดันระยะสั้น
StoneX ระบุว่า ราคาทองคำยังคงตอบสนองต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเป็นสำคัญ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ ซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากราคาพลังงานและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ อาจทำให้ธนาคารกลางต้องระมัดระวังในการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น
นอกจากนี้ ในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงรุนแรง นักลงทุนบางส่วนอาจจำเป็นต้องขายทองคำเพื่อเพิ่มเงินสดหรือรองรับภาระหลักประกัน ส่งผลให้ทองคำไม่ได้ปรับตัวขึ้นทุกครั้งที่ความเสี่ยงในตลาดเพิ่มสูงขึ้น
ระดับ 4,000 ดอลลาร์อาจดึงผู้ซื้อทองคำจริงกลับมา
StoneX มองว่า นักลงทุนเชิงเก็งกำไรและผู้ถือสถานะที่ไม่มั่นคงจำนวนหนึ่งอาจถูกลดออกจากตลาดไปแล้วในช่วงการปรับฐานที่ผ่านมา
หากราคาทองคำสามารถทรงตัวใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์ได้ในช่วงต่อไป ระดับดังกล่าวอาจเริ่มดึงดูดความต้องการทองคำจริงกลับมา ขณะเดียวกันแรงซื้อจากธนาคารกลางยังอาจช่วยสร้างฐานรองรับให้แก่ตลาด
อย่างไรก็ตาม มุมมองนี้เป็นเพียงการคาดการณ์ภายใต้ข้อมูลในปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าระดับ 4,000 ดอลลาร์จะเป็นแนวรับที่ไม่สามารถปรับตัวหลุดลงได้
ปัจจัยที่อาจสนับสนุนราคาทองคำ
ปัจจัยที่ตลาดยังต้องติดตาม ได้แก่
- การกลับมารุนแรงขึ้นของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซและราคาพลังงาน
- ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน
- การซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลาง
- การกลับเข้าซื้อของตลาดทองคำจริงหลังราคาปรับฐาน
ปัจจัยที่อาจกดดันราคาทองคำ
ในอีกด้านหนึ่ง ปัจจัยเสี่ยงต่อราคาทองคำประกอบด้วย
- ข้อตกลงหยุดยิงที่มีความยั่งยืนมากขึ้น
- เงินเฟ้อที่ทำให้ธนาคารกลางต้องใช้นโยบายเข้มงวด
- แนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยหรือการส่งสัญญาณเชิงเข้มงวดจาก Fed
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์ที่สูงขึ้น
- แรงขายทองคำเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในช่วงตลาดหุ้นผันผวน
StoneX มองราคาเงินเคลื่อนไหวบริเวณ 55–60 ดอลลาร์
รายงานของ StoneX ยังประเมินว่า ราคาโลหะเงินในระยะใกล้อาจเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 55–60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังคงอ้างอิงทิศทางจากราคาทองคำเป็นสำคัญ แต่มีโอกาสผันผวนมากกว่า
ในระยะยาว ความต้องการใช้โลหะเงินในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะชิปประมวลผล ปัญญาประดิษฐ์ รถยนต์ไฟฟ้า และเซลล์แสงอาทิตย์ อาจมีบทบาทต่อการกำหนดราคาเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณการผลิตจากเหมืองไม่สามารถเพิ่มขึ้นตามราคาได้ทั้งหมด เพราะโลหะเงินส่วนใหญ่เป็นผลผลิตพลอยได้จากการทำเหมืองโลหะชนิดอื่น
ภาพใหญ่ของตลาดทองคำยังมีสองด้าน
ข้อมูลทั้งสามส่วนสะท้อนภาพตลาดทองคำที่แตกต่างกันระหว่างระยะสั้นและระยะยาว
ในระยะสั้น ราคายังคงเผชิญแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ ค่าเงินดอลลาร์ และความต้องการสภาพคล่องของนักลงทุน ขณะที่ระดับใกล้ 4,000 ดอลลาร์ยังเป็นพื้นที่สำคัญที่ตลาดกำลังประเมินทิศทาง
แต่ในระยะยาว ธนาคารกลางหลายแห่งยังคงเพิ่มทองคำเข้าสู่ทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง เพราะให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยง ความมั่นคงทางการเงิน และการรับมือกับระบบเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น
กรณีของโปแลนด์แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ราคาที่ปรับตัวลงไม่ได้ทำให้ผู้ซื้อภาครัฐรายใหญ่เปลี่ยนเป้าหมาย แต่กลับเปิดโอกาสให้เดินหน้าเพิ่มปริมาณทองคำได้รวดเร็วขึ้น
ผู้ติดตามตลาดจึงควรพิจารณาทั้งแรงกดดันจากนโยบายการเงินในระยะสั้น และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทุนสำรองของธนาคารกลางในระยะยาวควบคู่กันไป
ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดได้ที่ ราคาทองคำวันนี้ และ กราฟราคาทองคำโลก
แหล่งข่าวและเครดิต
บทความนี้เรียบเรียงและวิเคราะห์ข้อมูลใหม่โดย gold.in.th จากรายงานและบทความต้นทางดังต่อไปนี้
- Kitco News — Neils Christensen:
Poland’s central bank is buying the dip as gold’s biggest buyers aren’t backing down - Kitco News — Ernest Hoffman:
Gold likely finishes 2026 near $4,000/oz, silver between $55–60/oz – StoneX Q3 Outlook - Kitco News — Neils Christensen:
Central banks are voting for gold with their balance sheets
ข้อมูลประกอบเพิ่มเติม:
- World Gold Council: Central Bank Gold Reserves Survey 2026
- World Gold Council: Central banks remain committed to gold
หมายเหตุด้านลิขสิทธิ์: บทความนี้เป็นการนำข้อเท็จจริงและข้อมูลสาธารณะจากแหล่งข่าวมาสรุป วิเคราะห์ และเรียบเรียงขึ้นใหม่ ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำบทความต้นฉบับ เนื้อหาและบทความต้นทางเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของผลงานแต่ละราย
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและใช้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือข้อเสนอแนะเพื่อการลงทุน ผู้อ่านควรตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่งและพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ


















