ในช่วงเวลาที่เอเชียกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดทองคำโลก ฮ่องกงกำลังพยายามทำมากกว่าการเป็นเพียงจุดซื้อขายหรือทางผ่านของทองคำ
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 รัฐบาลฮ่องกงได้เปิดทดลองระบบเคลียร์ริ่งและชำระราคาทองคำส่วนกลาง พร้อมเปิดตัวราคาอ้างอิงใหม่ในชื่อ HAU และเริ่มต้นโครงการ Delivery Connect เพื่อเชื่อมการส่งมอบทองคำกับ Shanghai Gold Exchange
ทั้งสามส่วนถูกเปิดตัวในวันเดียวกัน และสะท้อนภาพที่ค่อนข้างชัดว่า ฮ่องกงไม่ได้ต้องการสร้างเพียง “ราคาทองคำอีกหนึ่งราคา”
แต่กำลังพยายามสร้างระบบที่เชื่อมตั้งแต่
- การค้นหาราคา
- การซื้อขายระหว่างสถาบัน
- การเคลียร์ริ่งและชำระราคา
- การฝากและถอนทองคำ
- คลังทอง
- การส่งมอบทองคำจริง
- การเชื่อมตลาดจีนแผ่นดินใหญ่
เข้าด้วยกันภายในฮ่องกง
HAU คืออะไร
HAU เป็นสัญลักษณ์ราคาใหม่สำหรับตลาดทองคำ Spot แบบ Over-the-Counter หรือ OTC ในฮ่องกง
ราคานี้ถูกออกแบบให้สะท้อนราคาเสนอซื้อและเสนอขายจากผู้ร่วมตลาด โดยมุ่งสร้างราคาอ้างอิงที่เหมาะกับช่วงเวลาซื้อขายของเอเชีย และช่วยให้ธนาคาร กองทุน บริษัท โรงกลั่นทองคำ และสถาบันต่าง ๆ มองเห็นภาวะราคาและสภาพคล่องของตลาดฮ่องกงได้ชัดขึ้น
HAU สามารถเข้าถึงได้ผ่านระบบของ Bloomberg และ London Stock Exchange Group หรือ LSEG ขณะที่ LSEG ระบุว่า ผู้ร่วมตลาดสามารถใช้ข้อมูล HAU และขอราคาแบบ Request for Quote จากธนาคารที่เข้าร่วมผ่านระบบ FXall ได้
กล่าวอย่างง่ายที่สุด
HAU คือราคาอ้างอิงทองคำที่เกิดจากตลาดฮ่องกง และออกแบบมาเพื่อใช้กับการซื้อขายและเคลียร์ริ่งในฮ่องกงช่วงเวลาเอเชีย
HAU ไม่ใช่ทองคำชนิดใหม่
ชื่อ HAU อาจสร้างความสับสน เพราะมีรูปแบบคล้าย XAU ซึ่งเป็นรหัสสากลที่ใช้แทนทองคำหนึ่งทรอยออนซ์ในตลาดการเงิน
แต่สองคำนี้ไม่ได้มีความหมายเหมือนกัน
XAU เป็นรหัสสากลที่ใช้แสดงมูลค่าทองคำเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่าง ๆ เช่น XAU/USD โดยตัวรหัสไม่ได้ระบุว่าทองคำต้องถูกเคลียร์ริ่งหรือส่งมอบที่ใด
ส่วน HAU ถูกสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนตลาดทองคำ OTC ของฮ่องกงโดยเฉพาะ จึงมีความเชื่อมโยงกับผู้เสนอราคา ระบบเคลียร์ริ่ง และโครงสร้างการส่งมอบในฮ่องกง
HAU จึงไม่ใช่
- ทองคำชนิดใหม่
- สกุลเงินดิจิทัล
- Gold Token
- สัญญา Gold Futures
- ราคาใหม่ที่จะเข้ามาแทน XAU ทั่วโลกทันที
สิ่งที่ฮ่องกงกำลังสร้างคือ ราคาอ้างอิงระดับภูมิภาค ไม่ใช่การเปลี่ยนหน่วยหรือสร้างทองคำรูปแบบใหม่
ราคา HAU เกิดจากตลาดอย่างไร
รัฐบาลฮ่องกงอธิบายว่า HAU สะท้อนราคาเสนอซื้อและเสนอขายเชิงบ่งชี้ที่ผู้ร่วมตลาดส่งเข้ามา
คำว่า “เชิงบ่งชี้” มีความสำคัญ เพราะราคาที่ปรากฏบนหน้าจอไม่ได้หมายความว่า ผู้ใช้ทุกคนจะสามารถซื้อหรือขายทองคำได้ในราคาเดียวกันโดยไม่มีเงื่อนไข
ราคาที่เกิดขึ้นจริงยังขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น
- ปริมาณทองคำ
- คู่สัญญา
- เครดิตของผู้ซื้อและผู้ขาย
- สกุลเงินที่ชำระ
- ส่วนต่างราคาเสนอซื้อ–เสนอขาย
- เวลาในการทำธุรกรรม
- เงื่อนไขด้านคลังและการส่งมอบ
HAU จึงทำหน้าที่เป็นจุดอ้างอิงให้ตลาดมองเห็นทิศทางราคา ก่อนที่คู่สัญญาจะเจรจาและตกลงราคาซื้อขายจริงกันอีกครั้ง
ในวันเปิดตัว Bank of China (Hong Kong) และ China Construction Bank (Asia) ได้ดำเนินธุรกรรม HAU รายการแรกผ่าน FXall แสดงให้เห็นว่า HAU ไม่ได้ถูกสร้างไว้เพื่อแสดงราคาบนหน้าจอเท่านั้น แต่เริ่มถูกนำเข้าสู่กระบวนการซื้อขายระหว่างสถาบันแล้ว
ราคาอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีระบบหลังบ้านรองรับ
หากฮ่องกงเปิดตัวเฉพาะ HAU โดยไม่มีระบบชำระราคาและส่งมอบทองคำ ความสำคัญของโครงการอาจจำกัดอยู่เพียงการสร้างข้อมูลราคาอีกหนึ่งชุด
ชิ้นส่วนที่ทำให้ข่าวนี้น่าสนใจกว่าการเปิดตัวรหัสราคาทั่วไปคือ Hong Kong Precious Metals Central Clearing Company Limited หรือ HKPMCC
HKPMCC เป็นหน่วยงานที่รัฐบาลฮ่องกงเป็นเจ้าของทั้งหมด ทำหน้าที่ดูแลระบบเคลียร์ริ่งและชำระราคาสำหรับธุรกรรมทองคำแบบทวิภาคีและ OTC
ระบบทดลองมีบัญชีกลางสำหรับบันทึก
- ยอดทองคำของธนาคารที่เข้าร่วม
- การโอนทองคำระหว่างสมาชิก
- รายการเคลียร์ริ่งและชำระราคา
- การนำทองเข้าคลัง
- การถอนและส่งมอบทองคำจริง
ระบบดังกล่าวเริ่มทดลองใช้งานพร้อมกับการรับฝากทองคำและการทำธุรกรรมชุดแรกแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างติดตามผลและปรับปรุงก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ
ทองคำในระบบอยู่ในรูปแบบ Unallocated Gold
ยอดทองคำที่เคลียร์ริ่งผ่านระบบ HKPMCC ในระยะเริ่มต้นถูกถือในรูปแบบ Unallocated Gold
รูปแบบนี้หมายถึง สมาชิกมีสิทธิในยอดทองคำภายในบัญชีรวม แต่ไม่ได้ระบุว่าทองคำแท่งหมายเลขใดเป็นของสมาชิกรายใดโดยเฉพาะ
ข้อดีคือ การโอนยอดและการชำระราคาทำได้ง่ายและรวดเร็ว เหมาะกับตลาดระหว่างธนาคารที่มีธุรกรรมจำนวนมาก
แต่แตกต่างจาก Allocated Gold ซึ่งผู้ถือเป็นเจ้าของทองคำแท่งที่ถูกระบุหมายเลขและแยกไว้ให้ชัดเจน
ทองคำที่มีสิทธิเข้าสู่ระบบเคลียร์ริ่งในระยะแรกเป็นทองแท่งขนาดประมาณ 400 Fine Troy Ounces ที่ผ่านมาตรฐานสากล โดย Bank of China (Hong Kong) ได้รับแต่งตั้งเป็นทั้งสถาบันชำระราคาและคลังทองที่กำหนดของระบบ
จากการโอนยอดทอง สู่การจ่ายเงินพร้อมส่งมอบ
อีกขั้นหนึ่งที่ HKPMCC วางไว้คือการเชื่อมระบบทองคำเข้ากับระบบชำระเงินแบบ Real Time Gross Settlement หรือ RTGS เพื่อรองรับกระบวนการ Delivery versus Payment — DvP
DvP หมายถึง การส่งมอบสินทรัพย์และการชำระเงินเกิดขึ้นควบคู่กัน
ตัวอย่างเช่น เมื่อธนาคารหนึ่งขายทองคำให้ธนาคารอีกแห่ง ระบบจะออกแบบให้การโอนทองและการจ่ายเงินสัมพันธ์กัน เพื่อลดความเสี่ยงที่ฝ่ายหนึ่งส่งมอบทองไปแล้วไม่ได้รับเงิน หรืออีกฝ่ายจ่ายเงินแล้วไม่ได้ทองตามข้อตกลง
นี่เป็นงานหลังบ้านที่ผู้ซื้อทองทั่วไปอาจมองไม่เห็น แต่มีความสำคัญต่อความเชื่อมั่นของตลาดระดับสถาบัน เพราะช่วยลดทั้งความเสี่ยงของคู่สัญญาและความผิดพลาดจากการกระทบยอด
Delivery Connect เชื่อมทองคำฮ่องกงกับเซี่ยงไฮ้
องค์ประกอบที่ทำให้ฮ่องกงแตกต่างจากศูนย์กลางทองคำแห่งอื่น คือความสามารถในการเชื่อมตลาดการเงินระหว่างประเทศเข้ากับจีนแผ่นดินใหญ่
ภายใต้โครงการ Delivery Connect ระบบ HKPMCC ได้เปิดเส้นทางเชื่อมกับ Shanghai Gold Exchange หรือ SGE
ผู้ร่วมตลาดสามารถนำทองคำจริงไปฝากไว้ในคลังของ Shanghai Gold Exchange International Board ที่ตั้งอยู่ในฮ่องกง และโอนทองคำระหว่างตลาด OTC ของฮ่องกงกับตลาดซื้อขายของ SGE ได้
ธนาคารกลุ่มแรกที่เข้าร่วมประกอบด้วย
- Industrial and Commercial Bank of China (Asia)
- HSBC
- Bank of China (Hong Kong)
โดยทั้งสามแห่งได้ทดลองโอนทองคำสองทิศทางสำเร็จในวันเปิดตัว
Delivery Connect ไม่ได้ทำให้ราคาทองคำของฮ่องกงกับเซี่ยงไฮ้กลายเป็นราคาเดียวกัน
สิ่งที่เกิดขึ้นคือการสร้าง “สะพานส่งมอบ” เพื่อให้ทองคำจริงสามารถเคลื่อนระหว่างสองระบบได้สะดวกขึ้น
ทำไมการเชื่อมเซี่ยงไฮ้จึงสำคัญ
จีนเป็นหนึ่งในตลาดทองคำขนาดใหญ่ของโลก แต่ตลาดภายในประเทศมีระบบ กฎเกณฑ์ และโครงสร้างราคาของตนเอง
ขณะที่ฮ่องกงมีจุดแข็งด้าน
- ระบบการเงินระหว่างประเทศ
- เงินทุนจากต่างชาติ
- ธนาคารระดับโลก
- กฎหมายและบริการวิชาชีพ
- การเชื่อมโยงกับจีนแผ่นดินใหญ่
การนำสองส่วนนี้มาเชื่อมกัน ทำให้ฮ่องกงมีโอกาสทำหน้าที่เป็นประตูระหว่างสภาพคล่องจากตลาดโลกกับอุปสงค์ทองคำของจีน
หาก Delivery Connect มีปริมาณใช้งานมากขึ้น ตลาดอาจมองเห็นการไหลของทองคำ ค่าพรีเมียม และความต้องการส่งมอบจากจีนได้ชัดและรวดเร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้งาน ปริมาณทองคำที่โอนจริง และข้อกำหนดของทั้งสองตลาดในระยะต่อไป
ฮ่องกงไม่ได้สร้างแค่ HAU
HAU เป็นส่วนที่มองเห็นได้ง่ายที่สุด แต่แผนของรัฐบาลฮ่องกงมีขอบเขตกว้างกว่าราคาอ้างอิงมาก
ฮ่องกงตั้งเป้าเพิ่มความจุคลังทองรวมเป็นมากกว่า 2,000 ตันภายในสามปี ขณะที่ Airport Authority Hong Kong ได้เริ่มโครงการคลังทองขนาดประมาณ 1,000 ตัน
นอกจากนี้ยังมีแผน
- ดึงดูดผู้ประกอบการโรงกลั่นทองคำมาตรฐานสากล
- เพิ่มผลิตภัณฑ์ Gold ETF
- ฟื้นสภาพคล่องสัญญา Gold Futures สกุลดอลลาร์
- ศึกษาสัญญา Gold Futures สกุลหยวน
- พิจารณาสิทธิประโยชน์ด้านภาษี
- พัฒนาบริการประกันภัยสำหรับโลหะมีค่า
- เพิ่มความยืดหยุ่นให้กองทุน MPF ลงทุนใน Gold ETF
- สนับสนุนการตั้งสมาคมอุตสาหกรรมทองคำ
ภาพรวมจึงเป็นความพยายามสร้างห่วงโซ่ตั้งแต่ราคา การซื้อขาย คลังทอง โรงกลั่นทองคำ ประกันภัย การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่เพียงโครงการ HAU โครงการเดียว
HAU จะเข้ามาแทนราคาลอนดอนหรือไม่
ในระยะใกล้ คำตอบคือ ยังไม่ใช่
ตลาดทองคำโลกมีโครงสร้างเดิมที่ใช้งานมานาน ทั้งตลาด OTC ในลอนดอน LBMA Gold Price และสัญญา Futures ที่นิวยอร์ก
HAU เพิ่งเริ่มต้นสร้างฐานผู้เสนอราคา ผู้ซื้อขาย และสภาพคล่อง
ความสำเร็จจะไม่ได้ตัดสินจากการมีรหัสปรากฏบนหน้าจอ แต่ขึ้นอยู่กับว่า
- มีธนาคารส่งราคาอย่างต่อเนื่องกี่แห่ง
- ราคาเสนอซื้อ–ขายมีส่วนต่างแคบเพียงใด
- มีธุรกรรมจริงเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด
- ผู้ค้า โรงกลั่นทองคำ และกองทุนนำ HAU ไปใช้อ้างอิงหรือไม่
- ระบบ HKPMCC ทำงานได้ราบรื่นเพียงใด
- Delivery Connect มีทองคำเคลื่อนผ่านมากแค่ไหน
- HAU ถูกนำไปใช้ในสัญญาและผลิตภัณฑ์ทางการเงินหรือไม่
ดังนั้น HAU ควรถูกมองว่าเป็น ราคาอ้างอิงใหม่ที่กำลังสร้างตลาด มากกว่าจะเป็นคู่แข่งที่สามารถแทนศูนย์กลางเดิมของโลกได้ทันที
ความสำคัญต่อตลาดทองคำเอเชีย
ตลาดทองคำมีการซื้อขายต่อเนื่องข้ามเขตเวลา แต่โครงสร้างราคาและสภาพคล่องหลักจำนวนมากยังผูกอยู่กับลอนดอนและนิวยอร์ก
เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญในช่วงเช้าของเอเชีย เช่น การเปลี่ยนนโยบายของจีน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือแรงซื้อทองคำจริงเพิ่มขึ้น ตลาดอาจต้องอาศัยราคาและสภาพคล่องจากศูนย์กลางที่อยู่อีกเขตเวลา
HAU พยายามเติมช่องว่างนี้ด้วยองค์ประกอบสามส่วน
- ราคาอ้างอิงในช่วงเวลาเอเชีย
- ระบบเคลียร์ริ่งและชำระราคาในฮ่องกง
- เส้นทางส่งมอบทองคำที่เชื่อมตลาดจีน
หากองค์ประกอบเหล่านี้มีผู้ใช้งานมากพอ ฮ่องกงอาจช่วยให้ตลาดมองเห็นภาวะอุปสงค์ อุปทาน และค่าพรีเมียมของเอเชียได้ชัดขึ้น
แต่หากมีผู้เสนอราคาและปริมาณซื้อขายจำกัด HAU ก็อาจเป็นเพียงข้อมูลราคาเสริมที่ยังไม่สามารถสร้างอิทธิพลต่อโครงสร้างตลาดได้มากนัก
HAU จะกระทบราคาทองคำไทยหรือไม่
การเปิดตัว HAU ไม่ได้เปลี่ยนวิธีคำนวณหรือการประกาศราคาทองคำไทยโดยอัตโนมัติ
ราคาทองคำในประเทศไทยยังเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ได้แก่
- ราคาทองคำในตลาดโลก
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท
- ความบริสุทธิ์และหน่วยน้ำหนัก
- ต้นทุนการนำเข้าและส่งออก
- อุปสงค์และอุปทานภายในประเทศ
- ต้นทุนและส่วนต่างของผู้ประกอบการ
HAU จึงไม่ควรถูกนำมาแปลงเป็นราคาทองคำ 96.5% ของไทยโดยตรง โดยไม่พิจารณาความแตกต่างเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม หาก HAU มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น ราคานี้อาจกลายเป็นข้อมูลเสริมที่มีประโยชน์ในช่วงเวลาตลาดเอเชีย โดยเฉพาะสำหรับติดตาม
- ภาวะซื้อขายในฮ่องกง
- ค่าพรีเมียมทองคำในภูมิภาค
- ความต้องการทองคำจากจีน
- ส่วนต่างระหว่างฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และตลาด Spot สากล
- สัญญาณด้านการส่งมอบทองคำจริง
ผลต่อไทยจึงอาจเริ่มจากการเป็น ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับติดตามตลาด มากกว่าการเข้ามาเปลี่ยนระบบราคาทองคำไทยทันที
ฮ่องกงกำลังสร้างบทบาทของตนเอง
เมื่อเปรียบเทียบกับความเคลื่อนไหวของประเทศอื่น จะเห็นว่าแต่ละแห่งกำลังเลือกจุดแข็งที่แตกต่างกัน
สิงคโปร์เน้นคลังทอง ระบบเคลียร์ริ่ง และบริการสำหรับสถาบันระหว่างประเทศ
ลาวเริ่มจาก Bullion Bank โรงกลั่นทองคำ และการนำทองเข้าสู่ระบบการเงินภายในประเทศ
ส่วนฮ่องกงเลือกสร้างบทบาทจากการเป็นประตูเชื่อมตลาดจีนกับระบบการเงินโลก
HAU จึงไม่ใช่โครงการที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นชิ้นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่ต้องการให้ฮ่องกงมีทั้ง
ราคา การซื้อขาย การเคลียร์ริ่ง คลังทอง การส่งมอบ และเส้นทางเชื่อมจีนอยู่ภายในระบบเดียวกัน
สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้
หลังการเปิดทดลองระบบ ประเด็นที่สำคัญกว่าพิธีเปิดคือการใช้งานจริง
ตลาดต้องติดตามว่า HKPMCC จะเปิดเต็มรูปแบบเมื่อใด จำนวนธนาคารที่ส่งราคา HAU จะเพิ่มขึ้นหรือไม่ และปริมาณซื้อขายกับการส่งมอบผ่าน Delivery Connect จะเติบโตเพียงใด
อีกเรื่องหนึ่งคือ HAU จะถูกนำไปใช้เป็นราคาอ้างอิงในสัญญา กองทุน ผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ หรือธุรกรรมของบริษัทในอุตสาหกรรมทองคำหรือไม่
เพราะราคาอ้างอิงจะมีความหมายต่อเมื่อมีผู้ใช้งานต่อเนื่อง
ไม่ใช่เพียงมีชื่ออยู่บนหน้าจอข้อมูล
สรุป
HAU คือราคาอ้างอิงใหม่สำหรับตลาดทองคำ Spot แบบ OTC ในฮ่องกง ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มการค้นหาราคาและสภาพคล่องในช่วงเวลาซื้อขายของเอเชีย
ความสำคัญของข่าวนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวอักษร HAU เพียงสามตัว
แต่อยู่ที่ฮ่องกงเปิดตัวราคาดังกล่าวพร้อมกับระบบเคลียร์ริ่ง HKPMCC และ Delivery Connect ซึ่งทำให้ราคา การโอนยอดทอง การชำระเงิน คลัง และการส่งมอบทองคำจริงเริ่มถูกเชื่อมเข้าด้วยกัน
HAU ยังไม่ใช่ราคาที่เข้ามาแทน XAU หรือศูนย์กลางเดิมของตลาดทองคำโลก
โครงการยังต้องพิสูจน์ทั้งจำนวนผู้เสนอราคา สภาพคล่อง ปริมาณธุรกรรม และการยอมรับจากผู้เล่นในตลาด
แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ฮ่องกงกำลังสร้างมากกว่าราคาอ้างอิง
ฮ่องกงกำลังวางโครงสร้างเพื่อเป็นจุดเชื่อมระหว่าง
ตลาดทองคำโลก ตลาดการเงินระหว่างประเทศ และอุปสงค์ทองคำจากจีน
หากระบบนี้ได้รับการใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง HAU อาจกลายเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญสำหรับติดตามตลาดทองคำช่วงเวลาเอเชีย และช่วยเพิ่มน้ำหนักของภูมิภาคในกระบวนการค้นหาราคาทองคำโลก
หมายเหตุสำคัญ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับตลาดทองคำ มิได้เป็นคำแนะนำหรือข้อเสนอแนะเพื่อการลงทุน การใช้ข้อมูลราคาอ้างอิงควรพิจารณาร่วมกับสภาพคล่อง อัตราแลกเปลี่ยน เงื่อนไขการส่งมอบ และปัจจัยเสี่ยงอื่นที่เกี่ยวข้อง


















