หน้าแรกข่าวทองคำแนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์หน้า 21–25 ก.ย. 2569 Fed คุมเข้ม ปะทะความเสี่ยงน้ำมันรอบใหม่

แนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์หน้า 21–25 ก.ย. 2569 Fed คุมเข้ม ปะทะความเสี่ยงน้ำมันรอบใหม่

- Advertisement -

ราคาทองคำเข้าสู่สัปดาห์วันที่ 21–25 กันยายน 2569 ท่ามกลางแรงกระทบสองด้าน หลังทองคำโลกฟื้นตัวปิดสัปดาห์ใกล้ 4,383 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะขึ้นดอกเบี้ยและส่งสัญญาณว่าอาจต้องดำเนินนโยบายคุมเข้มต่อไป

ด้านหนึ่ง ราคาน้ำมันที่ลดลงในช่วงปลายสัปดาห์ช่วยบรรเทาความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและหนุนให้ทองคำฟื้นตัว แต่อีกด้านหนึ่ง การโจมตีในซาอุดีอาระเบียช่วงสุดสัปดาห์อาจทำให้ตลาดน้ำมันกลับมาเพิ่มค่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้งเมื่อตลาดเปิดวันจันทร์

ภาพรวมสัปดาห์นี้จึงมีแนวโน้มผันผวนสูง โดยตลาดต้องชั่งน้ำหนักระหว่างแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย กับแรงกดดันจากดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และความเป็นไปได้ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม

ทองฟื้นปิดสัปดาห์ใกล้ 4,383 ดอลลาร์

Gold Spot ปิดตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมาใกล้ 4,383 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังลงไปทำจุดต่ำของสัปดาห์บริเวณ 4,262 ดอลลาร์ ก่อนฟื้นขึ้นทดสอบเหนือ 4,400 ดอลลาร์ในวันศุกร์

Reuters รายงานว่า ราคาทองคำระหว่างช่วงท้ายตลาดวันศุกร์เพิ่มขึ้นประมาณ 1.2% มาอยู่บริเวณ 4,390 ดอลลาร์ และกลับมาปรับขึ้นเป็นสัปดาห์แรกในรอบ 4 สัปดาห์ เนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยคลายความกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจะยืดเยื้อ

อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 7 สัปดาห์ ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปีกลับมาเคลื่อนไหวใกล้ 5% จึงยังเป็นแรงต้านต่อการฟื้นตัวของทองคำ

อ่านรายละเอียดการเคลื่อนไหวในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ที่ ทองปิดสัปดาห์ใกล้ $4,383 น้ำมันลด หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย

Fed ขึ้นดอกเบี้ย และมีโอกาสขึ้นต่อ

คณะกรรมการนโยบายการเงินของ Fed มีมติเป็นเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่กรอบ 3.75–4.00% เมื่อวันที่ 16 กันยายน

Fed ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังขยายตัวในระดับแข็งแกร่ง การใช้จ่ายภายในประเทศยังมีความยืดหยุ่น ตลาดแรงงานไม่ได้อ่อนแอลงอย่างชัดเจน และเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

ประมาณการเศรษฐกิจชุดใหม่ของ Fed กำหนดค่ากลางของอัตราดอกเบี้ยสิ้นปี 2569 ไว้ที่ 4.1% สูงกว่าค่ากลางของกรอบดอกเบี้ยปัจจุบันที่ 3.875% สะท้อนว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอย่างน้อยอีกหนึ่งครั้งอาจมีความเหมาะสม

จุดที่ตลาดทองให้ความสำคัญ ได้แก่

  • Fed คาดเงินเฟ้อ PCE ปี 2569 ที่ 3.7%
  • Core PCE หรือเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 3.4%
  • เจ้าหน้าที่ 16 จาก 18 คนประเมินดอกเบี้ยสิ้นปีสูงกว่าระดับปัจจุบัน
  • ตลาดสัญญาล่วงหน้ายังให้น้ำหนักมากกว่าครึ่งต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม

ดังนั้น ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ในสัปดาห์นี้จะมีความสำคัญ เพราะตลาดต้องการทราบว่าการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนเป็นเพียงครั้งเดียว หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการคุมเข้มรอบใหม่

ความเสี่ยงน้ำมันกลับมา หลังเกิดเหตุโจมตีช่วงสุดสัปดาห์

ราคาน้ำมันปิดลดลงเมื่อวันศุกร์ โดยเบรนท์ปิดที่ 104.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ปิดที่ 100.30 ดอลลาร์ หลังจีนเรียกร้องให้อิหร่านช่วยลดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอีกครั้งในวันเสาร์ เมื่อกลุ่มฮูตีอ้างว่าได้ใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายในกรุงริยาด รวมถึงกล่าวอ้างว่าโจมตีสถานที่ของ Saudi Aramco ที่เมืองยานบู ซึ่งเป็นศูนย์กลางส่งออกน้ำมันบริเวณทะเลแดง

ฝ่ายซาอุดีอาระเบียระบุว่าสามารถสกัดขีปนาวุธที่มุ่งหน้าไปยังกรุงริยาดและขัดขวางการโจมตีพื้นที่อื่น รวมถึงยานบูได้ แต่ยังไม่มีการยืนยันความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ข่าวช่วงสุดสัปดาห์จึงสร้างความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะกลับมาผันผวนเมื่อตลาดเปิด โดยเฉพาะหลังท่อส่งน้ำมัน East–West ของซาอุดีอาระเบียได้รับความเสียหายจากการโจมตีก่อนหน้านี้ และการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ

น้ำมันแพงส่งผลต่อทองสองทาง

ความเสี่ยงด้านพลังงานสามารถส่งผลต่อทองคำได้สองทิศทางพร้อมกัน

ด้านบวก ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นอาจเพิ่มความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะหากตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงเผชิญแรงขาย

ด้านลบ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนการผลิตและแรงกดดันเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดคาดว่า Fed จะต้องคงดอกเบี้ยสูงหรือขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งอาจหนุนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์จนกลับมากดดันทองคำ

ดังนั้น การปรับขึ้นของน้ำมันไม่ได้หมายความว่าทองคำจะต้องปรับขึ้นเสมอไป ตลาดจะพิจารณาว่าแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหรือแรงกดดันจากดอกเบี้ยเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักมากกว่าในแต่ละช่วงเวลา

ปฏิทินเศรษฐกิจ 21–25 กันยายน 2569

สัปดาห์นี้ไม่มีการประกาศ CPI, PPI หรือ PCE รอบใหม่ แต่มีเจ้าหน้าที่ Fed กล่าวถ้อยแถลงหลายราย รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจที่อาจเปลี่ยนมุมมองต่อเงินเฟ้อและดอกเบี้ย

วันเหตุการณ์สำคัญเวลาไทยโดยประมาณความสำคัญต่อทอง
จันทร์ 21 ก.ย.ประธาน Fed สาขาชิคาโกกล่าวถ้อยแถลง17.30 น.ประเมินท่าทีหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย
อังคาร 22 ก.ย.เจ้าหน้าที่ Fed หลายรายกล่าวถ้อยแถลงตั้งแต่ 21.05 น.จับตาสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเดือนตุลาคม
พุธ 23 ก.ย.Flash Manufacturing และ Services PMI20.45 น.วัดกิจกรรมเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านต้นทุน
พฤหัสบดี 24 ก.ย.ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์19.30 น.สะท้อนภาวะตลาดแรงงาน
พฤหัสบดี 24 ก.ย.ยอดขายบ้านใหม่21.00 น.ประเมินผลกระทบจากดอกเบี้ยสูง
ศุกร์ 25 ก.ย.ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน19.30 น.วัดแนวโน้มการลงทุนและการผลิต
ศุกร์ 25 ก.ย.ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ฉบับปรับปรุง21.00 น.จับตาการคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภค

ตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนกันยายนลดลง 7.5% จากเดือนก่อนมาอยู่ที่ 47.8 ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อหนึ่งปีข้างหน้าเพิ่มขึ้นเป็น 4.6% ตัวเลขฉบับปรับปรุงในวันศุกร์จึงอาจส่งผลต่อดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และราคาทองคำ

สำหรับข้อมูล PCE เดือนสิงหาคม มีกำหนดประกาศวันที่ 30 กันยายน จึงยังไม่ใช่เหตุการณ์ของสัปดาห์นี้

ติดตามกำหนดการล่าสุดได้ที่ ปฏิทินเศรษฐกิจ GOLD.in.th

จีนคงดอกเบี้ย อาจเพิ่มแรงหนุนดอลลาร์

ธนาคารกลางจีนคง Loan Prime Rate อายุหนึ่งปีที่ 3.00% และอายุห้าปีที่ 3.50% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 16 ตามที่ตลาดคาดการณ์

การคงดอกเบี้ยของจีนเกิดขึ้นท่ามกลางท่าทีคุมเข้มของ Fed และธนาคารกลางขนาดใหญ่อื่น ทำให้ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ กับจีนยังอยู่ในระดับสูง

ผลกระทบต่อทองคำอาจเกิดผ่านค่าเงินและกระแสเงินทุน หากส่วนต่างดอกเบี้ยช่วยหนุนดอลลาร์ต่อเนื่อง ก็อาจจำกัดการปรับขึ้นของทองคำ แม้ความต้องการลงทุนในทองคำจากจีนยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง

แนวรับ–แนวต้านที่ต้องติดตาม

หลังทองคำขึ้นทดสอบบริเวณ 4,400 ดอลลาร์ในวันศุกร์ พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นแนวต้านสำคัญช่วงต้นสัปดาห์

แนวต้าน

  • 4,396–4,406 ดอลลาร์
  • 4,422–4,450 ดอลลาร์
  • 4,500–4,512 ดอลลาร์

แนวรับ

  • 4,331–4,326 ดอลลาร์
  • 4,300 ดอลลาร์
  • 4,282–4,262 ดอลลาร์
  • 4,218–4,203 ดอลลาร์

หากราคายืนเหนือ 4,406 ดอลลาร์ได้ต่อเนื่อง ตลาดอาจเปิดพื้นที่ทดสอบ 4,422–4,450 ดอลลาร์ แต่หากหลุดพื้นที่ 4,331–4,326 ดอลลาร์ ความเสี่ยงของการพักฐานกลับไปหา 4,300 และ 4,282–4,262 ดอลลาร์จะเพิ่มขึ้น

ระดับดังกล่าวเป็นเพียงจุดอ้างอิงทางเทคนิคสำหรับติดตามภาวะตลาด ไม่ใช่การรับรองทิศทางราคาในอนาคต

3 ฉากทัศน์ราคาทองคำสัปดาห์นี้

ฉากทัศน์บวก

หากสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้น ขณะที่ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ไม่ได้ปรับสูงตามราคาน้ำมัน แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอาจช่วยให้ทองผ่านพื้นที่ 4,396–4,406 ดอลลาร์ และทดสอบแนวต้านถัดไปบริเวณ 4,422–4,450 ดอลลาร์

ฉากทัศน์แกว่งตัว

หากสถานการณ์พลังงานไม่รุนแรงขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ Fed ยังส่งสัญญาณคุมเข้ม ราคาทองอาจแกว่งอยู่ระหว่างแนวรับ 4,326 ดอลลาร์กับแนวต้านประมาณ 4,406 ดอลลาร์ เพื่อรอข้อมูลเศรษฐกิจชุดใหม่

ฉากทัศน์กดดัน

หากราคาน้ำมันเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ จนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ปรับขึ้นตาม รวมถึงเจ้าหน้าที่ Fed สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ราคาทองอาจเผชิญแรงกดดัน หากหลุด 4,326 ดอลลาร์ ตลาดอาจกลับไปติดตาม 4,300 และ 4,282–4,262 ดอลลาร์ตามลำดับ

แนวโน้มราคาทองไทย

ราคาทองคำในประเทศยังต้องติดตามค่าเงินบาทควบคู่กับราคาทองโลก โดยความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจทำให้เงินทุนเคลื่อนเข้าสู่ดอลลาร์และส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่า

หากทองคำโลกปรับขึ้นพร้อมเงินบาทอ่อน ราคาทองไทยอาจได้รับแรงหนุนมากกว่าทองโลก แต่หากทองโลกอ่อนตัว ขณะที่เงินบาทยังอ่อนค่า ผลกระทบต่อราคาทองไทยอาจถูกชดเชยบางส่วน

สามารถทดลองประเมินผลของ Gold Spot และ USD/THB ต่อราคาทองไทยได้ที่ เครื่องคำนวณราคาทองคำ และติดตามความสัมพันธ์ของตัวแปรตลาดได้จาก Gold Correlation Dashboard

สรุปแนวโน้มทองคำ 21–25 กันยายน 2569

ราคาทองคำเข้าสู่สัปดาห์ใหม่ด้วยแรงฟื้นตัว แต่ยังอยู่ในสมดุลที่เปราะบางระหว่างความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กับแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นของสหรัฐฯ

ปัจจัยสำคัญช่วงต้นสัปดาห์คือปฏิกิริยาของราคาน้ำมันต่อเหตุโจมตีในซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ช่วงกลางถึงปลายสัปดาห์ ตลาดจะให้น้ำหนักกับถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed, Flash PMI, ตลาดแรงงาน ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และการคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภค

ในเชิงระดับราคา พื้นที่ 4,396–4,406 ดอลลาร์เป็นด่านสำคัญด้านบน ส่วน 4,331–4,326 ดอลลาร์เป็นแนวรับที่ต้องติดตาม หากราคาหลุดออกจากกรอบดังกล่าว อาจทำให้ความผันผวนเพิ่มขึ้นในทิศทางที่เลือก

คำถาม

ทำไมทองคำฟื้นได้ แม้ Fed ขึ้นดอกเบี้ย?

ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยคลายความกังวลเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนบางส่วนปิดสถานะที่เคยคาดว่าทองจะลดลงหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยยังช่วยพยุงตลาด

เหตุโจมตีซาอุดีอาระเบียจะทำให้ทองขึ้นหรือไม่?

ไม่สามารถสรุปได้จากเหตุการณ์เพียงปัจจัยเดียว ความขัดแย้งอาจหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หากราคาน้ำมันสูงขึ้นจนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ปรับขึ้น ก็อาจกลับมากดดันทองได้

ตัวเลขเศรษฐกิจใดสำคัญที่สุดในสัปดาห์นี้?

ตลาดน่าจะให้ความสำคัญกับ Flash PMI วันพุธ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และการคาดการณ์เงินเฟ้อจากผลสำรวจผู้บริโภคในวันศุกร์ รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ตลอดสัปดาห์

สัปดาห์นี้มีประกาศ PCE หรือไม่?

ไม่มี ข้อมูล Personal Income and Outlays และดัชนีราคา PCE เดือนสิงหาคมมีกำหนดเผยแพร่วันที่ 30 กันยายน 2569


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและวิเคราะห์ปัจจัยทางเศรษฐกิจโดยทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อ ขาย หรือลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเอง


แหล่งข้อมูล: Federal Reserve: แถลงการณ์ FOMC, Federal Reserve: ประมาณการเศรษฐกิจเดือนกันยายน, Reuters: ราคาทองคำปิดสัปดาห์, Reuters: ราคาน้ำมันและความเสี่ยงซาอุดีอาระเบีย, Reuters: เหตุโจมตีกรุงริยาดและยานบู, Federal Reserve Calendar, U.S. BEA

- Advertisement -
Mr.Gold
Mr.Gold
หวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มข้อมูลข่าวสารให้ผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำ
- Advertisement -
- Advertisement -
RELATED ARTICLES
- Advertisement -

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ

- Advertisement -