ราคาทองคำกำลังเผชิญสถานการณ์ที่ดูขัดแย้งกันอย่างชัดเจน แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังทวีความรุนแรงและเพิ่มความเสี่ยงต่อราคาพลังงาน การขนส่ง และเงินเฟ้อ แต่แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยกลับยังไม่มากพอที่จะผลักดันราคาให้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
มุมมองจากนักวิเคราะห์ของ StoneX และ Sprott ซึ่งเผยแพร่ผ่าน Kitco News เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ช่วยอธิบายสถานการณ์ดังกล่าวจากคนละกรอบเวลา โดย StoneX ให้น้ำหนักกับแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในระยะสั้น ขณะที่ Paul Wong จาก Sprott มองว่า การปรับฐานของทองคำเริ่มเข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป หรือ Oversold และแรงขายส่วนใหญ่อาจผ่านพ้นไปแล้ว แม้ตลาดยังต้องรอปัจจัยกระตุ้นก่อนเกิดการฟื้นตัวที่ชัดเจน
ตะวันออกกลางตึงเครียด แต่เหตุใดทองคำยังไม่พุ่ง
Rhona O’Connell หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ตลาดประจำยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชียของ StoneX ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยยังเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางของโลหะมีค่า แม้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะทวีความรุนแรงขึ้นก็ตาม
ในตลาดทองคำจริงเริ่มปรากฏแรงซื้อบางส่วนจากภูมิภาคตะวันออกไกล แต่ยังถูกหักล้างด้วยแรงขายจากตลาดอื่น ขณะที่กิจกรรมซื้อขายในตะวันออกกลางยังค่อนข้างเบาบาง และทองคำในบางพื้นที่ยังซื้อขายด้วยส่วนลด
ตลาดอินเดียเริ่มมีความสนใจในทองคำและโลหะเงินมากขึ้น แต่ StoneX ประเมินว่าแรงซื้อดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนทิศทางราคา ภาพรวมจึงยังเป็นการเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด โดยความเสี่ยงด้านลบยังคงมีอยู่ตราบใดที่อัตราดอกเบี้ยและยีลด์พันธบัตรอยู่ในระดับสูง
สถานการณ์นี้สะท้อนว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการผลักดันทองคำ หากปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ย ดอลลาร์ และผลตอบแทนพันธบัตรยังเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ย
ราคาน้ำมันอาจส่งแรงกดดันกลับไปยังเงินเฟ้อ
StoneX ยังให้ความสำคัญกับราคาพลังงาน เนื่องจากพลังงานมีผลต่อเงินเฟ้อทั้งทางตรงและทางอ้อม ผ่านต้นทุนการขนส่ง การผลิต และระบบโลจิสติกส์
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากความเสี่ยงในตะวันออกกลางอาจทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะหากความขัดแย้งส่งผลต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันหรือทำให้ค่าความเสี่ยงในตลาดพลังงานเพิ่มสูงขึ้นเป็นเวลานาน
หากสถานการณ์คลี่คลาย ราคาน้ำมันอาจค่อย ๆ ลดลงเมื่อค่าความเสี่ยงจากสงครามจางหายไป แต่ผลกระทบจากความติดขัดของห่วงโซ่อุปทานอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะหมดไป ทำให้แรงกดดันด้านต้นทุนและเงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็นที่ธนาคารกลางสหรัฐต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ยีลด์พันธบัตรสหรัฐคือแรงต้านสำคัญของทองคำ
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FOMC รอบถัดไป มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28–29 กรกฎาคม 2569 โดยตลาดกำลังจับตาว่า Fed จะให้น้ำหนักกับความเสี่ยงเงินเฟ้อหรือความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมากกว่ากัน
กรรมการ Fed บางส่วนเห็นว่า หากข้อมูลเงินเฟ้อยังแข็งแกร่ง อาจจำเป็นต้องคงนโยบายการเงินในระดับเข้มงวด หรือพิจารณามาตรการเพิ่มเติม ขณะที่อีกส่วนหนึ่งต้องการรอดูผลกระทบทางเศรษฐกิจเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้นโยบายที่ตึงตัวมากเกินไป
StoneX ชี้ว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นมาอยู่ใกล้ระดับ 4.6% การปรับขึ้นดังกล่าวกลายเป็นแรงต้านที่เห็นได้ชัดต่อทองคำ เพราะทำให้นักลงทุนมีทางเลือกในการถือครองสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยมากขึ้น
เมื่อยีลด์อยู่ในระดับสูง ทองคำจึงต้องเผชิญต้นทุนค่าเสียโอกาสที่เพิ่มขึ้น แม้ตลาดยังมีความกังวลต่อสงคราม เงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจก็ตาม
สถานะในตลาดล่วงหน้ายังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
ข้อมูลสถานะซื้อขายทองคำล่วงหน้าของ CFTC ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 14 กรกฎาคม สะท้อนน้ำเสียงเชิงบวกเล็กน้อย โดยสถานะซื้อของกลุ่ม Managed Money เพิ่มขึ้น พร้อมกับมีการปิดสถานะขายบางส่วน
อย่างไรก็ตาม สถานะซื้อรวมยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 12 เดือน แสดงให้เห็นว่านักลงทุนมืออาชีพยังไม่ได้กลับเข้าสู่ตลาดอย่างเต็มที่
ในส่วนของกองทุน ETF ทองคำ กระแสเงินทุนทั่วโลกยังไม่ได้ฟื้นตัวอย่างเด่นชัด ขณะที่ปริมาณการถือครองลดลงจากจุดสูงสุดในช่วงกลางเดือนเมษายน กระแสเงินทุนที่ยังไม่ชัดเจนจึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ทองคำไม่สามารถตอบสนองต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างเต็มที่
Sprott มองทองคำเข้าสู่ภาวะ Oversold
ในอีกด้านหนึ่ง Paul Wong หุ้นส่วนผู้จัดการและนักกลยุทธ์ตลาดของ Sprott ประเมินว่า การปรับตัวลงของทองคำในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ตลาดเข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป เมื่อพิจารณาจากตัวชี้วัดสำคัญหลายชุด
หนึ่งในตัวชี้วัดที่ Wong ให้ความสำคัญคือระยะห่างระหว่างราคาทองคำกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน โดยในอดีตทองคำมักเริ่มพบแรงพยุงเมื่อราคาปรับลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาวมากเกินไป แต่การปรับฐานรอบนี้มีความรุนแรงกว่าหลายช่วงที่ผ่านมา
นอกจากเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันแล้ว ตัวชี้วัดภายในหลายรายการยังลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าแรงขายในตลาดมีความรุนแรงมาก และการผลักดันราคาให้ลดลงต่ออาจเริ่มทำได้ยากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
สถานะของผู้เล่นตามระบบซื้อขายลดลงมาใกล้ระดับเป็นกลาง ขณะที่สถานะซื้อในข้อมูล CFTC ลดลงกลับไปใกล้ระดับต่ำในอดีต ส่วนกองทุน ETF ในยุโรปและอเมริกาเหนือมีแรงขายออกบางส่วน แต่กระแสเงินทุนเข้าสู่กองทุนทองคำในจีนช่วยดูดซับแรงขายดังกล่าวไว้ได้
อย่างไรก็ตาม ภาวะ Oversold ไม่ได้หมายความว่าราคาทองคำได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แต่เป็นเพียงสัญญาณว่าแรงขายส่วนใหญ่อาจเกิดขึ้นไปแล้ว และตลาดอาจกำลังเปลี่ยนจากช่วงเร่งขายเข้าสู่ช่วงรอปัจจัยใหม่เพื่อกำหนดทิศทาง
ทองคำยังต้องรอปัจจัยกระตุ้น
แม้ตัวชี้วัดหลายด้านจะเข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป แต่ Wong ยอมรับว่า ทองคำยังต้องการปัจจัยกระตุ้นก่อนที่จะสามารถฟื้นตัวได้อย่างจริงจัง
ปัจจัยดังกล่าวอาจมาจากการเปลี่ยนแปลงท่าทีของ Fed ความผันผวนรุนแรงในตลาดพันธบัตร เหตุการณ์ใหม่ในตะวันออกกลาง หรือสัญญาณว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและหนี้รัฐบาลกำลังทำให้ทางเลือกด้านนโยบายของธนาคารกลางลดน้อยลง
ในเชิงฤดูกาล ทองคำมักพบจุดต่ำในช่วงฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ แต่รูปแบบตามฤดูกาลเป็นเพียงข้อมูลประกอบ และไม่สามารถใช้ยืนยันได้ว่าราคาจะกลับตัวในช่วงเวลาเดียวกันทุกปี
ตลาดพันธบัตรคือจุดเชื่อมของสองมุมมอง
แม้ StoneX และ Sprott จะให้ภาพราคาทองคำแตกต่างกันในระยะสั้น แต่ทั้งสองมุมมองมีจุดร่วมสำคัญ คือ ตลาดพันธบัตรกำลังเป็นตัวแปรหลักต่อทิศทางทองคำ
ในมุมของ StoneX ยีลด์พันธบัตรที่เพิ่มขึ้นเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อทองคำ เพราะทำให้การถือครองพันธบัตรมีความน่าสนใจมากขึ้น และเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของทองคำ
แต่ในมุมของ Wong การเพิ่มขึ้นของยีลด์ทั่วโลกอาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลต่าง ๆ มีภาระหนี้และงบประมาณขาดดุลอยู่ในระดับสูง
เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการชำระดอกเบี้ยของรัฐบาลจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้ธนาคารกลางและฝ่ายนโยบายต้องเผชิญทางเลือกที่ยากขึ้นระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อ การรักษาเสถียรภาพของตลาดพันธบัตร และการสนับสนุนความสามารถของรัฐบาลในการจัดหาเงินทุน
Debasement Trade ยังเป็นแรงหนุนระยะยาวหรือไม่
แนวคิดที่เรียกว่า debasement trade หมายถึงการถือครองสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดหรือไม่สามารถเพิ่มปริมาณได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เงินตราจะสูญเสียอำนาจซื้อจากการขยายตัวของหนี้ เงินเฟ้อ หรือการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเกินไป
Wong มองว่า เมื่อรัฐบาลต้องพึ่งพาการก่อหนี้มากขึ้น ขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น ธนาคารกลางอาจถูกกดดันให้รักษาสภาพคล่องและเสถียรภาพของตลาดพันธบัตร แม้นโยบายดังกล่าวอาจส่งผลต่อมูลค่าของเงินตราในระยะยาว
ภายใต้กรอบคิดนี้ ความกังวลเรื่องหนี้และการลดทอนอำนาจซื้อของเงินอาจยังเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนบทบาทของทองคำ แม้ในระยะสั้นราคาจะยังถูกกดดันจากดอกเบี้ยและยีลด์ที่อยู่ในระดับสูง
สองแรงที่ตลาดทองคำต้องเผชิญ
- ระยะสั้น: อัตราดอกเบี้ย ยีลด์พันธบัตร ดอลลาร์ และท่าทีของ Fed ยังเป็นตัวแปรหลักที่จำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ
- ระยะกลาง: ภาวะ Oversold และสถานะการลงทุนที่ลดลงมากอาจทำให้แรงขายเริ่มชะลอตัว แต่ยังต้องรอปัจจัยกระตุ้นและสัญญาณยืนยันจากราคา
- ระยะยาว: หนี้รัฐบาล การขาดดุลงบประมาณ เงินเฟ้อ และความเสี่ยงจากการลดทอนมูลค่าเงินยังเป็นปัจจัยที่สนับสนุนบทบาทของทองคำในระบบการเงินโลก
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะรุนแรงขึ้นเพียงใด แต่ตลาดกำลังประเมินด้วยว่า ผลกระทบต่อราคาพลังงาน เงินเฟ้อ นโยบายของ Fed และตลาดพันธบัตรจะพัฒนาไปในทิศทางใด
ตราบใดที่ยีลด์พันธบัตรยังอยู่ในระดับสูงและตลาดยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงท่าทีของ Fed อย่างชัดเจน การฟื้นตัวของทองคำอาจยังถูกจำกัด แต่หากแรงขายลดลงพร้อมกับเกิดปัจจัยกระตุ้นจากตลาดพันธบัตร นโยบายการเงิน หรือความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดอาจกลับมาให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานระยะยาวของทองคำมากขึ้นอีกครั้ง
ปัจจัยที่ต้องติดตามต่อ
- ทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี
- ผลการประชุม FOMC วันที่ 28–29 กรกฎาคม 2569
- ถ้อยแถลงของ Fed ต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ย
- ราคาน้ำมันและผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- กระแสเงินทุนของกองทุน ETF ทองคำในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย
- การเคลื่อนไหวของราคาทองคำเมื่อเทียบกับเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน
- สถานะซื้อขายของกองทุนและนักลงทุนสถาบันในข้อมูล CFTC
สรุป
สถานการณ์ตลาดทองคำในขณะนี้ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างปัจจัยบวกและลบแบบง่าย ๆ แต่เป็นความแตกต่างระหว่างแรงกดดันระยะสั้นกับปัจจัยสนับสนุนเชิงโครงสร้างในระยะยาว
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความเสี่ยงเงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แต่แรงหนุนดังกล่าวถูกหักล้างด้วยยีลด์พันธบัตรและความเป็นไปได้ที่ Fed จะคงนโยบายการเงินในระดับเข้มงวด หากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง
ขณะเดียวกัน ตัวชี้วัดทางเทคนิคและสถานะการลงทุนบางส่วนเริ่มสะท้อนภาวะ Oversold ซึ่งอาจหมายความว่าแรงขายกำลังลดความรุนแรงลง แต่ยังไม่ถือเป็นหลักยืนยันว่าราคาทองคำได้ผ่านจุดต่ำสุดหรือเริ่มต้นแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่แล้ว
ตลาดจึงยังต้องติดตามทั้งยีลด์ นโยบายของ Fed ราคาพลังงาน กระแสเงินทุน และเสถียรภาพของตลาดพันธบัตรควบคู่กันไป เพราะตัวแปรเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่า ทองคำจะยังคงถูกกดดันด้วยดอกเบี้ยในระยะสั้น หรือเริ่มกลับมาได้รับแรงสนับสนุนจากความกังวลเรื่องหนี้ เงินเฟ้อ และการลดทอนมูลค่าเงินในระยะถัดไป
แหล่งข้อมูลประกอบการเรียบเรียง
- Despite Middle East escalation, interest rates remain the key price driver for gold and silver – StoneX, Kitco News
- Gold is oversold, the debasement trade is still on, and the pressure is building – Sprott’s Paul Wong, Kitco News
- กำหนดการประชุม FOMC — Board of Governors of the Federal Reserve System
หมายเหตุสำคัญ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อรายงานข่าวสารและนำเสนอมุมมองเชิงข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับตลาดทองคำเท่านั้น มิได้มีวัตถุประสงค์เป็นคำแนะนำหรือข้อเสนอแนะในการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่งและพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใด ๆ


















