ราคาทองคำวันนี้ 10 มิ.ย. 2569 ร่วงใกล้ 4,175 ดอลลาร์ ตลาดกังวลดอกเบี้ยหลังน้ำมันพุ่งจากตะวันออกกลาง
ราคาทองคำในตลาดโลกประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ปรับตัวลงต่อเนื่อง โดยราคาล่าสุดเคลื่อนไหวบริเวณ 4,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังแรงขายกดดันตลาดทองคำตลอดช่วงที่ผ่านมา จากความกังวลเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่อาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด หรือมีความเสี่ยงกลับมาขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อเร่งตัวจากราคาพลังงานและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
บรรยากาศตลาดเปลี่ยนเร็วจากช่วงต้นสัปดาห์ที่ทองคำยังพยายามประคองตัวเหนือ 4,300 ดอลลาร์จากความหวังหยุดยิงในตะวันออกกลาง แต่เมื่อความขัดแย้งกลับมาปะทุ และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น นักลงทุนเริ่มให้น้ำหนักกับความเสี่ยงเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยมากกว่าแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
รายงานจาก Trading Economics ผ่าน TradingView ระบุว่า ราคาทองคำอ่อนตัวลงใกล้ 4,200 ดอลลาร์ หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ภายหลังเหตุเฮลิคอปเตอร์ Apache ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจยืดเยื้อ
ด้าน Reuters รายงานว่า ราคาทองคำลดลงมากกว่า 1% ในวันพุธ โดย Spot Gold อ่อนลงแถว 4,203 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นจากความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน ทำให้ตลาดเพิ่มความกังวลต่อเงินเฟ้อและโอกาสที่ Fed อาจต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป
ไทม์ไลน์ตลาดทองคำ: จากแรงประคองสู่แรงขายรอบใหม่
การเคลื่อนไหวของทองคำรอบนี้ควรมองเป็นลำดับเหตุการณ์ต่อเนื่อง เพราะในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ปัจจัยที่ตลาดให้น้ำหนักเปลี่ยนอย่างรวดเร็วจากความหวังหยุดยิง ไปสู่ความกังวลว่าเงินเฟ้อจากราคาพลังงานอาจทำให้ Fed ต้องแข็งกร้าวมากขึ้น
ช่วงแรก: ทองคำพยายามประคองตัวจากความหวังหยุดยิง
ก่อนหน้านี้ ราคาทองคำยังได้รับแรงพยุงบางส่วนจากความหวังว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจคลี่คลาย หลังมีสัญญาณเกี่ยวกับการหยุดยิงและการเจรจาในภูมิภาค ทำให้แรงขายทองคำชะลอลงชั่วคราว ขณะที่นักลงทุนยังจับตาว่าความเสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซจะกระทบต่อราคาน้ำมันมากน้อยเพียงใด
ช่วงต่อมา: ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ทำให้ตลาดกลับมากังวลดอกเบี้ย
แรงกดดันต่อทองคำเริ่มชัดขึ้นหลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ทำให้ตลาดลดความหวังต่อการลดดอกเบี้ย และเริ่มประเมินว่า Fed อาจต้องคงดอกเบี้ยสูงต่อไปนานขึ้น ทองคำจึงถูกกดดันผ่านดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย
ช่วงล่าสุด: ความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่านกดดันทองผ่านเงินเฟ้อ
แม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โดยทั่วไปมักช่วยหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่รอบนี้ตลาดกลับตีความว่าความขัดแย้งอาจดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อให้สูงขึ้น ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันให้ Fed ต้องระมัดระวังต่อการลดดอกเบี้ย หรืออาจมีความเสี่ยงใช้นโยบายเข้มงวดมากขึ้น
ทำไมทองคำจึงไม่เด้งแรงในฐานะ Safe Haven?
เหตุผลสำคัญคือแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยถูกหักล้างด้วยความกังวลเรื่องดอกเบี้ย หากราคาน้ำมันพุ่งและเงินเฟ้อสูงขึ้น ตลาดจะคาดว่า Fed อาจต้องคงดอกเบี้ยสูงหรือขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อทองคำ เพราะทองคำไม่มีดอกเบี้ยและมักอ่อนไหวต่อบอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้น
น้ำมันพุ่ง หุ้นเอเชียอ่อน ตลาดกังวลเงินเฟ้อจากตะวันออกกลาง
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางไม่ได้กระทบเฉพาะตลาดทองคำ แต่ยังส่งผลต่อตลาดหุ้นและพลังงาน โดย Reuters รายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลง ขณะที่ราคาน้ำมันปรับขึ้น หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดจากการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ราคาน้ำมัน Brent และ WTI ที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าเงินเฟ้ออาจไม่ชะลอลงตามที่คาด โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนรอรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคม ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางดอกเบี้ยของ Fed
ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นจุดเสี่ยงของตลาดพลังงาน
ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นจุดที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือกระทบต่อการขนส่งน้ำมันมากขึ้น อาจทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้นต่อ และส่งผลต่อเงินเฟ้อทั่วโลก
แรงกดดันจึงย้อนกลับมาที่ทองคำผ่านดอกเบี้ย
เมื่อความเสี่ยงตะวันออกกลางถูกตีความผ่านราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ ทองคำจึงไม่ได้รับแรงหนุนเต็มที่จากสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่กลับถูกกดดันจากความเสี่ยงดอกเบี้ยสูง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสำคัญมากกว่าในระยะสั้น
Kitco ชี้ความเสี่ยงดอกเบี้ยกลบแรงซื้อทองคำ
รายงานจาก Kitco ระบุว่า ทองคำและเงินปรับตัวลงแรง หลังความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยและภาพเทคนิคที่อ่อนแอมีน้ำหนักมากกว่าแรงซื้อจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย โดยในรายงานดังกล่าว Spot Gold เคลื่อนไหวใกล้ 4,259.50 ดอลลาร์ และทำจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ 4,236.40 ดอลลาร์ ก่อนที่ตลาดจะรอข้อมูล CPI และ PPI ของสหรัฐฯ
Kitco ยังระบุว่า ฝั่งขาขึ้นจำเป็นต้องดันราคากลับเหนือโซน 4,350–4,370 ดอลลาร์ เพื่อทำให้ภาพทางเทคนิคดูดีขึ้น ขณะที่ฝั่งขาลงจับตาการหลุด 4,250 ดอลลาร์ ซึ่งอาจเปิดทางไปยังโซน 4,180–4,200 ดอลลาร์ และ 4,097 ดอลลาร์
แรงขาย ETF อาจเพิ่มความเปราะบางให้ตลาดทองคำ
อีกปัจจัยที่ตลาดจับตาคือแรงไถ่ถอนจากกองทุน ETF ทองคำ โดย Kitco อ้างมุมมองของ Standard Chartered ว่า ตลาดทองคำอาจเผชิญแรงกดดันจากการไถ่ถอน ETF เพิ่มขึ้น หากราคายังอ่อนตัวและทำให้นักลงทุนบางส่วนอยู่ในสถานะขาดทุน
รายงานดังกล่าวระบุว่า ราคาทองคำเริ่มกลับมาติดลบเมื่อเทียบตั้งแต่ต้นปี และการปรับตัวลงมากกว่า 5% หลังหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ทำให้ตลาดเสี่ยงเผชิญแรงขายจากสถานะลงทุนระยะสั้นมากขึ้น โดยแนวรับถัดไปที่นักวิเคราะห์จับตาอยู่บริเวณ 4,100 ดอลลาร์
ETF ทำให้แรงขายอาจลึกกว่าปกติ
หากนักลงทุนในกองทุนทองคำทยอยลดสถานะพร้อมกัน อาจทำให้แรงขายในตลาดทองคำขยายตัวมากกว่าการปรับฐานทั่วไป โดยเฉพาะในช่วงที่ภาพเทคนิคอ่อนแอ ดอลลาร์แข็งค่า และบอนด์ยีลด์ยังเป็นแรงกดดันหลัก
CPI สหรัฐฯ เป็นจุดตัดสินสำคัญของตลาดทองคำ
บทวิเคราะห์จาก Kitco Commentary ระบุว่า ตลาดทองคำกำลังเข้าสู่จุดสำคัญก่อนรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคม โดยราคาทองคำที่เคลื่อนไหวใกล้ 4,300 ดอลลาร์ก่อนหน้านี้อยู่ในภาวะเปราะบาง เพราะตัวเลข CPI อาจเป็นตัวกำหนดว่าแรงขายจะยืดเยื้อต่อ หรือเกิดแรงรีบาวด์จากการคลายความกังวลดอกเบี้ย
หาก CPI ออกมาสูงกว่าคาด ตลาดอาจเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่ Fed จะคงดอกเบี้ยสูง หรือกลับมาขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อทองคำผ่านบอนด์ยีลด์และดอลลาร์ แต่หากตัวเลขเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด อาจช่วยลดแรงกดดันและเปิดโอกาสให้ทองคำเกิดแรงดีดกลับระยะสั้นได้
ตลาดรอ CPI ก่อน PPI และ FOMC
หลัง CPI ตลาดยังต้องติดตามตัวเลข PPI ซึ่งสะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนผู้ผลิต ก่อนเข้าสู่การประชุม FOMC ในสัปดาห์ถัดไป โดยข้อมูลทั้ง 3 ส่วนนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อมุมมองดอกเบี้ย และจะส่งผลโดยตรงต่อดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และราคาทองคำ
แรงขายรอบนี้จึงยังไม่จบจนกว่าตลาดเห็นข้อมูลเงินเฟ้อ
แม้ทองคำจะลงมาแรงและมีโอกาสเกิดแรงเด้งทางเทคนิคจากภาวะขายมากเกินไป แต่ตลาดยังต้องการข้อมูลเงินเฟ้อเป็นตัวชี้นำ หาก CPI ออกมาสูงกว่าคาด แรงขายอาจกลับมากดดันตลาดต่อ แต่หากออกมาต่ำกว่าคาด อาจช่วยให้แรงกดดันผ่อนลงชั่วคราว
ภาพเทคนิคทองคำวันนี้: หลุด 4,275 ดอลลาร์ เป้าหมายล่างเปิดต่อ
มุมมองจาก บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 10 มิถุนายน 2569 ของ gold.in.th ระบุว่า ราคาทองคำยังเผชิญแรงขายต่อเนื่อง หลังหลุดแนวรับสำคัญหลายระดับ และเคลื่อนไหวลงมาใกล้ 4,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้ภาพรวมระยะสั้นยังอยู่ในโหมดอ่อนแรงชัดเจน
จุดสำคัญของวันนี้อยู่ที่ 4,275 ดอลลาร์ หลังราคาหลุดระดับดังกล่าวลงมา ทำให้แนวรับเดิมเปลี่ยนเป็นแนวต้านสำคัญของวัน หากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 4,275 ดอลลาร์ได้ ภาพรวมยังมีความเสี่ยงอ่อนตัวลงต่อ
ราคาปัจจุบัน 4,175 ดอลลาร์ ใกล้โซนเป้าหมายแรก 4,155 ดอลลาร์
เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบันบริเวณ 4,175 ดอลลาร์ ทองคำอยู่ไม่ไกลจากแนวรับเป้าหมายแรกที่ gold.in.th ประเมินไว้บริเวณ 4,160–4,155 ดอลลาร์ หากแรงขายยังต่อเนื่องและราคาหลุดโซนดังกล่าวลงมา เป้าหมายถัดไปจะอยู่บริเวณ 4,095 ดอลลาร์ และแนวรับจิตวิทยาที่ 4,000 ดอลลาร์
รีบาวด์ต้องผ่าน 4,210 และ 4,275 ดอลลาร์
ในกรณีที่ราคาทองคำเกิดแรงเด้งกลับจากภาวะขายมากเกินไป ระดับที่ต้องจับตาคือ 4,210 ดอลลาร์ หากราคากลับขึ้นมายืนเหนือระดับนี้ได้ อาจช่วยลดแรงขายระยะสั้นบางส่วน และเปิดโอกาสให้ราคากลับไปทดสอบ 4,275 ดอลลาร์ แต่ตราบใดที่ยังผ่าน 4,275 ดอลลาร์ไม่ได้ ภาพรวมยังเป็นเพียงการรีบาวด์ในแนวโน้มอ่อนตัว
แนวรับ–แนวต้านสำคัญที่ต้องติดตาม
แนวต้าน: 4,210 / 4,275–4,286 / 4,310 / 4,337 / 4,395 / 4,413 ดอลลาร์
แนวรับ: 4,160–4,155 / 4,095 / 4,000 ดอลลาร์
มุมมอง gold.in.th: ทองคำยังอยู่ในโหมดขายกดดันต่อเนื่อง
มุมมองของ gold.in.th ประเมินว่า ราคาทองคำประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ยังอยู่ในภาวะอ่อนแรงอย่างชัดเจน หลังหลุดแนวรับสำคัญและเคลื่อนไหวต่ำกว่า Pivot หลาย Timeframe
การที่ราคาปัจจุบันลงมาแถว 4,175 ดอลลาร์ ทำให้ตลาดเข้าใกล้โซนแนวรับเป้าหมายแรก 4,160–4,155 ดอลลาร์มากขึ้น นักลงทุนจึงต้องติดตามว่าราคาจะเริ่มสร้างฐานในบริเวณนี้ได้หรือไม่ หรือจะหลุดต่อไปยัง 4,095 ดอลลาร์
สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามราคาทองคำไทยแบบอัปเดต สามารถดูได้ที่หน้า ราคาทองคำวันนี้ และติดตามข้อมูลกองทุนทองคำเพิ่มเติมได้ที่หน้า SPDR Gold Shares ของ gold.in.th
สรุปภาพรวมราคาทองคำประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2569
โดยสรุป ราคาทองคำวันนี้ร่วงลงต่อใกล้ 4,175 ดอลลาร์ หลังตลาดกังวลว่าความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่านจะดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อให้สูงขึ้น จนเพิ่มแรงกดดันต่อ Fed ให้คงดอกเบี้ยสูงหรือต้องกลับมาขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยยังไม่สามารถต้านแรงขายจากดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และความเสี่ยง ETF ไหลออกได้
มุมมองของ gold.in.th: ทองคำยังอยู่ในโหมดขายกดดันต่อเนื่อง ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 4,210–4,275 ดอลลาร์ได้ ภาพระยะสั้นยังเสี่ยงอ่อนตัวลงต่อ โดยโซนที่ต้องจับตาคือ 4,160–4,155 ดอลลาร์ และ 4,095 ดอลลาร์ ขณะที่ข้อมูล CPI สหรัฐฯ จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางต่อไปของตลาดทองคำ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อประกอบการติดตามภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ






















