ราคาทองคำโลกอ่อนตัวลงในการซื้อขายช่วงเช้าวันอังคาร หลังข้อมูลภาคบริการของสหรัฐสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ยังขยายตัว
ขณะที่ต้นทุนของภาคธุรกิจพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวปรับสูงขึ้นและจำกัดแรงซื้อทองคำ
ข้อมูลจาก Kitco ณ เวลา 10.10 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย ระบุว่า Gold Spot เคลื่อนไหวบริเวณ 4,130.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 9.60 ดอลลาร์ หรือ 0.23% ส่วน Trading Economics รายงานราคาใกล้เคียงกันที่ประมาณ 4,129 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงราว 0.25%
ราคาช่วงเช้าลดลงต่อจากปลายตลาดสหรัฐคืนวันจันทร์ ซึ่ง Gold Spot ซื้อขายใกล้ 4,137.70 ดอลลาร์ และแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อน หลังความคาดหวังว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมช่วยพยุงตลาด แต่ถูกหักล้างด้วยเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและยีลด์พันธบัตรที่ขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 24 ปี
ISM ภาคบริการต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ หรือ ISM รายงานว่า ดัชนีภาคบริการเดือนกันยายนลดลงมาอยู่ที่ 54.9 จุด จาก 55.4 จุดในเดือนสิงหาคม และต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ประมาณ 55.0–55.1 จุด
แม้ดัชนีชะลอลง แต่ยังอยู่เหนือระดับ 50 จุด ซึ่งหมายถึงกิจกรรมภาคบริการของสหรัฐยังคงขยายตัว ขณะที่ดัชนีการจ้างงานภาคบริการเพิ่มขึ้นเป็น 50.1 จุด กลับเข้าสู่ระดับขยายตัวเล็กน้อย
หลังการประกาศข้อมูล Gold Spot อ่อนลงมาบริเวณ 4,141 ดอลลาร์ เนื่องจากรายละเอียดด้านราคาสร้างความกังวลว่า แรงกดดันเงินเฟ้อในภาคบริการยังไม่คลี่คลาย
ราคาจ่ายพุ่ง 74.0 สูงสุดตั้งแต่ปี 2565
ดัชนีราคาที่ภาคบริการจ่ายให้ผู้ผลิต หรือ Prices Paid Index เพิ่มขึ้นจาก 72.6 จุด เป็น 74.0 จุด สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ประมาณ 73.3 จุด และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565
รายงานของ ISM ระบุว่า ดัชนีราคาจ่ายอยู่เหนือ 70 จุดเป็นครั้งที่หกในรอบเจ็ดเดือน สะท้อนว่าธุรกิจภาคบริการยังเผชิญต้นทุนสินค้า วัตถุดิบ พลังงาน และค่าดำเนินงานในระดับสูง
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ตลาดยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปี แม้รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายนจะเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานขยับขึ้นเป็น 4.2%
ยีลด์ 10 ปีแตะระดับสูงสุดตั้งแต่เมษายน 2545
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นประมาณ 7 เบสพอยต์ แตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 5.349% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2545 ก่อนลดลงมาบริเวณ 5.30%
ด้านยีลด์พันธบัตรอายุ 30 ปีขึ้นไปแตะประมาณ 5.703% ในระหว่างวัน ก่อนเคลื่อนไหวบริเวณ 5.66% ขณะที่ข้อมูลช่วงเช้าวันอังคารจาก Trading Economics ระบุว่า ยีลด์อายุ 10 ปีอยู่ใกล้ 5.32%
ยีลด์ที่อยู่ในระดับสูงเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลซึ่งให้ผลตอบแทนสูงขึ้น
ดอลลาร์ขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เมษายน 2568
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐปรับขึ้นแตะประมาณ 102.535 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากยีลด์พันธบัตรสหรัฐ ความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม และความกังวลเกี่ยวกับฐานะการคลังของยุโรปที่กดดันเงินยูโร
เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าทำให้ทองคำซึ่งซื้อขายด้วยสกุลดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น จึงเป็นอีกปัจจัยที่จำกัดการฟื้นตัวของ Gold Spot
โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนตุลาคมยังต่ำ
ตลาดสัญญาดอกเบี้ยประเมินความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนตุลาคมไว้เพียงประมาณ 22–24% ลดลงจากราว 70% ในสัปดาห์ก่อน หลังรายงานจ้างงานเดือนกันยายนออกมาต่ำกว่าคาด
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมยังไม่หมดไป เพราะดัชนีราคาจ่ายภาคบริการที่ 74.0 จุดส่งสัญญาณว่าแรงกดดันด้านต้นทุนยังสูง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานยังมีความผันผวน
ตลาดจึงอยู่ระหว่างข้อมูลสองด้าน ได้แก่ การจ้างงานที่ชะลอลงซึ่งลดความจำเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยทันที และต้นทุนภาคบริการที่สูงซึ่งยังสนับสนุนการคงนโยบายการเงินเข้มงวด
น้ำมันลดลง แต่ Brent ยังยืนเหนือ $100
ราคาน้ำมันปรับตัวลงในตลาดวันจันทร์ หลังมีสัญญาณว่าปริมาณส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางฟื้นตัว การประกาศปล่อยน้ำมันและดีเซลจากคลังสำรองฉุกเฉินของกลุ่ม G7 รวมถึงการลดราคาน้ำมันส่งออกเดือนพฤศจิกายนสำหรับลูกค้าเอเชียของ Saudi Aramco
น้ำมันดิบ WTI ปิดใกล้ 89.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.8% ส่วน Brent ปิดบริเวณ 100.32 ดอลลาร์ ลดลง 1.9%
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการโจมตีเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังไม่สิ้นสุด ทำให้ตลาดพลังงานยังมีความเสี่ยงที่จะผันผวนต่อไป
การลดลงของราคาน้ำมันช่วยบรรเทาความกังวลเงินเฟ้อบางส่วน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะหักล้างดัชนีราคาจ่ายภาคบริการที่พุ่งขึ้นและแรงกดดันจากยีลด์พันธบัตรระยะยาว
เวที LBMA จับตาหนี้รัฐบาลและกำลังซื้อของเงิน
ในการประชุม Global Precious Metals Conference ประจำปีของ London Bullion Market Association หรือ LBMA ผู้จัดการกองทุนและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมทองคำกล่าวถึงการที่ราคาทองยังรักษาระดับเหนือ 4,000 ดอลลาร์ได้ แม้ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลหลายประเทศปรับสูงขึ้น
ผู้ร่วมเสวนาบางรายมองว่า ความกังวลเรื่องหนี้รัฐบาล เงินเฟ้อ และกำลังซื้อของสกุลเงินในระยะยาว มีส่วนสนับสนุนความต้องการทองคำจากนักลงทุนสถาบันและเอเชีย ขณะที่ความสัมพันธ์เชิงลบระหว่างทองคำกับยีลด์อาจอ่อนลงเมื่อพิจารณาในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมเสวนาเตือนว่า ปัจจัยดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าราคาทองจะปรับขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการทองรูปพรรณและความต้องการซื้อที่อ่อนไหวต่อราคาได้ลดลงเมื่อทองคำมีราคาสูง ซึ่งอาจทำให้ตลาดยังผันผวนหรือเคลื่อนไหวในกรอบ
เนื้อหาส่วนนี้เป็นความคิดเห็นของผู้ร่วมประชุม LBMA ที่ Kitco นำเสนอ ไม่ใช่การคาดการณ์หรือข้อสรุปของ GOLD.in.th
คืนนี้ติดตามดุลการค้าสหรัฐ
คืนนี้เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ตลาดจะติดตามรายงานการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งจัดทำร่วมกันโดยสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐและสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์สำคัญกว่าสำหรับตลาดดอกเบี้ยคือรายงานการประชุม FOMC เดือนกันยายน ซึ่งจะเผยแพร่เวลา 01.00 น. ของเช้าวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม ตามเวลาประเทศไทย
ตลาดจะตรวจสอบรายละเอียดว่า กรรมการเฟดให้ความสำคัญกับเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และตลาดแรงงานมากเพียงใด ในการลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เมื่อวันที่ 16 กันยายน
สรุปข่าวทองคำวันนี้
Gold Spot อ่อนตัวลงมาใกล้ 4,130 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันอังคาร ต่อเนื่องจากระดับประมาณ 4,137.70 ดอลลาร์ในช่วงปลายตลาดสหรัฐ หลังดัชนีราคาจ่ายภาคบริการพุ่งแตะ 74.0 จุด สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565
ข้อมูลดังกล่าวผลักดันยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปีขึ้นแตะ 5.349% ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ส่งผลให้แรงสนับสนุนจากโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนตุลาคมที่ลดลงไม่สามารถผลักดันให้ทองคำฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง
ตลาดจะติดตามดุลการค้าสหรัฐคืนนี้ ก่อนรอรายงานการประชุมเฟดในคืนวันพุธต่อเนื่องถึงเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาประเทศไทย
หมายเหตุ: ราคาทองคำเป็นข้อมูล ณ เวลา 10.10 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามภาวะตลาด
ข้อจำกัดความรับผิด: เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่งและพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเอง
แหล่งข้อมูลประกอบ: Kitco, FXStreet, Trading Economics, Investing.com, Institute for Supply Management, U.S. Bureau of Economic Analysis, U.S. Census Bureau, LBMA และ GOLD.in.th


