ราคาทองคำโลกฟื้นตัวขึ้นในช่วงเช้าวันพุธ หลังร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 8 สัปดาห์
โดย Gold Spot ณ เวลาประมาณ 08.30 น. วันที่ 30 กันยายน 2569 ตามเวลาประเทศไทย เคลื่อนไหวบริเวณ 4,170–4,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แรงซื้อกลับเกิดขึ้นหลังข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคและข้อมูลตลาดแรงงานของสหรัฐออกมาอ่อนกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้นักลงทุนลดน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนตุลาคม
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของทองคำยังถูกจำกัดจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวที่อยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายปี เงินดอลลาร์ที่ยังแข็งค่า และความกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานอาจทำให้เฟดยังคงนโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป
ทองฟื้นจากจุดต่ำรอบ 8 สัปดาห์
FXStreet รายงานว่า Gold Spot ฟื้นขึ้นมาใกล้ 4,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงต้นตลาดเอเชียวันพุธ หลังราคาลงไปเคลื่อนไหวต่ำกว่า 4,100 ดอลลาร์ระหว่างการซื้อขายก่อนหน้า และแตะระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 8 สัปดาห์
ด้าน Trading Economics รายงานราคาทองคำบริเวณ 4,169 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าวันนี้ หลังตลาดฟื้นตัวในวันอังคาร โดยการอ่อนตัวของราคาน้ำมันช่วยลดแรงกังวลเรื่องเงินเฟ้อลงบางส่วน แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง
สำหรับตลาดซื้อขายล่วงหน้า สัญญาทองคำ COMEX เดือนตุลาคมปิดตลาดวันที่ 29 กันยายนที่ 4,147.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 11.30 ดอลลาร์ หรือประมาณ 0.27% จากวันก่อนหน้า แต่ยังลดลงประมาณ 6.4% นับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน
ราคาสปอตและราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอาจแตกต่างกัน เนื่องจากเป็นคนละตลาดและมีช่วงเวลาบันทึกราคาไม่ตรงกัน
ข้อมูลเศรษฐกิจอ่อน ลดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนตุลาคม
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ทองคำฟื้นตัวคือดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐของ Conference Board ซึ่งลดลงเหลือ 81.9 ในเดือนกันยายน จาก 88.6 ในเดือนสิงหาคม และต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2557
ดัชนีประเมินสถานการณ์ปัจจุบันลดลง 7.9 จุดมาอยู่ที่ 109.3 ขณะที่ดัชนีคาดการณ์ในช่วง 6 เดือนข้างหน้าลดลง 5.9 จุดมาอยู่ที่ 63.6 สะท้อนว่าครัวเรือนสหรัฐมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับค่าครองชีพ เงินเฟ้อ และภาวะตลาดแรงงาน
Gold Spot ปรับขึ้นสู่บริเวณ 4,170.90 ดอลลาร์ หลังมีการเปิดเผยข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 1.36% ในขณะรายงาน
ข้อมูลตำแหน่งงานว่าง JOLTS และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง ทำให้ตลาดลดการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28 ตุลาคม โดยความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ลดลงจากประมาณ 70.9% ในวันจันทร์ เหลือประมาณ 51.5% ในวันอังคาร
จอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์ก ส่งสัญญาณว่าเฟดไม่จำเป็นต้องรีบปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง และอาจรอประเมินข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจในช่วงปลายปี
ยีลด์ระยะยาวยังสูง จำกัดแรงฟื้นของทอง
แม้ความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมจะลดลง แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวยังอยู่ในระดับสูง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีปรับขึ้นใกล้ 5.26% ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2545 ขณะที่ยีลด์พันธบัตรอายุ 30 ปีขึ้นไปใกล้ 5.59% และระหว่างวันแตะประมาณ 5.61–5.62%
ยีลด์ระยะยาวที่สูงเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย จึงทำให้แรงฟื้นของราคาทองคำยังมีข้อจำกัด แม้ตลาดจะลดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยในระยะสั้นก็ตาม
เงินดอลลาร์สหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดติดตาม เนื่องจากดอลลาร์ที่แข็งค่าทำให้ทองคำมีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น
น้ำมันอ่อนตัว ช่วยลดแรงกังวลเงินเฟ้อบางส่วน
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อด้านพลังงาน หลังมีสัญญาณว่าการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางเริ่มดีขึ้น และสหรัฐมีการนำน้ำมันสำรองฉุกเฉินออกสู่ตลาดเพิ่มเติม
อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ หากการขนส่งพลังงานหยุดชะงักและราคาน้ำมันกลับมาพุ่งสูง อาจเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อและผลักดันให้เฟดต้องรักษาดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น
Trading Economics ระบุว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มลดลงเกือบ 6% ตลอดเดือนกันยายน ท่ามกลางยีลด์พันธบัตรที่สูงขึ้นและความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากพลังงาน
Natixis ปรับประมาณการทองปลายปีเหลือ $4,100
Natixis เปิดเผยรายงานล่าสุดโดยปรับลดประมาณการราคาทองคำในกรณีฐานลงมาอยู่ที่ประมาณ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในสิ้นปี 2569 จากเดิมที่เคยประเมินไว้ 5,000 ดอลลาร์
ธนาคารฝรั่งเศสให้เหตุผลว่า ราคาน้ำมันที่สูง เงินเฟ้อที่ยังยืดเยื้อ อัตราดอกเบี้ยและยีลด์พันธบัตรที่สูงขึ้น รวมถึงเงินดอลลาร์แข็งค่า กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อราคาทองคำ
อย่างไรก็ตาม Natixis ระบุว่าทิศทางราคายังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ โดยเสนอไว้สามกรณี ได้แก่ กรณีฐานที่ทองอาจลดลงสู่ 4,100 ดอลลาร์ กรณีลบที่อาจลงถึง 3,500 ดอลลาร์หากราคาน้ำมันพุ่งและธนาคารกลางบางแห่งต้องขายทองสำรอง และกรณีบวกที่ราคาอาจสูงกว่า 5,250 ดอลลาร์หากสถานการณ์พลังงานคลี่คลาย เงินเฟ้อลดลง และเฟดเปลี่ยนทิศทางนโยบาย
ตัวเลขดังกล่าวเป็นประมาณการของ Natixis ภายใต้สมมติฐานที่แตกต่างกัน ไม่ใช่ราคาที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
คืนนี้จับตา ADP, GDP และเงินเฟ้อ PCE
ตลาดทองคำรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐชุดสำคัญในคืนวันพุธที่ 30 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย ได้แก่
- เวลา 20.15 น. รายงานการจ้างงานภาคเอกชน ADP
- เวลา 20.30 น. ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ไตรมาส 2 ฉบับสุดท้าย
- เวลา 20.30 น. ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล หรือ PCE เดือนสิงหาคม
- ถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายตลอดวัน
PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ หากตัวเลขออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด อาจทำให้ความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยกลับมาเพิ่มขึ้น แต่หากเงินเฟ้อและข้อมูลแรงงานอ่อนตัว อาจลดแรงกดดันต่อดอกเบี้ย เงินดอลลาร์ และยีลด์พันธบัตร
หลังจากนั้น ตลาดจะติดตามดัชนีภาคการผลิต ISM ในคืนวันพฤหัสบดี และรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในคืนวันศุกร์
สรุปข่าวทองคำวันนี้
Gold Spot ฟื้นขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,170–4,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าวันที่ 30 กันยายน หลังร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 8 สัปดาห์
ข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคและตลาดแรงงานสหรัฐที่อ่อนตัว ช่วยลดความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม และหนุนให้เกิดแรงซื้อทองคำกลับเข้ามา
อย่างไรก็ตาม ยีลด์พันธบัตรระยะยาวที่อยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี เงินดอลลาร์ที่ยังแข็งค่า และความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากพลังงาน ยังคงจำกัดการฟื้นตัวของทองคำ ขณะที่ตลาดรอข้อมูล ADP, GDP และ PCE ของสหรัฐในคืนนี้เพื่อประเมินทิศทางนโยบายของเฟดอีกครั้ง
หมายเหตุ: ราคาทองคำเป็นข้อมูล ณ เวลาประมาณ 08.30 น. วันที่ 30 กันยายน 2569 ตามเวลาประเทศไทย ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามภาวะตลาด
ข้อจำกัดความรับผิด: เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่งและพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ
แหล่งข้อมูลประกอบ: Kitco, FXStreet, Trading Economics, Associated Press, CME FedWatch และ GOLD.in.th


