หน้าแรกข่าวทองคำราคาทองวันนี้ 3 ต.ค.2569 ปิดสัปดาห์ใกล้ $4,140 แม้จ้างงานสหรัฐทรุด ยีลด์เด้งกลับกดทองหลุด $4,200

ราคาทองวันนี้ 3 ต.ค.2569 ปิดสัปดาห์ใกล้ $4,140 แม้จ้างงานสหรัฐทรุด ยีลด์เด้งกลับกดทองหลุด $4,200

- Advertisement -

ราคาทองคำตลาดโลกปิดสัปดาห์ด้วยแรงขาย หลังการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาดอย่างมาก

แต่ไม่สามารถช่วยให้ราคาทองยืนเหนือ 4,200 ดอลลาร์ได้ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพลิกกลับขึ้น พร้อมกับแรงกดดันจากเงินดอลลาร์และความเสี่ยงเงินเฟ้อด้านพลังงาน

ช่วงปลายตลาดสหรัฐวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม Gold Spot เคลื่อนไหวบริเวณ 4,140–4,142 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงประมาณ 0.8% จากวันก่อน และติดลบราว 3.1% ตลอดสัปดาห์ หลังจากระหว่างสัปดาห์เคยลงไปแตะ 4,110.95 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ตัวเลขจ้างงานอ่อนกว่าคาด จุดชนวนแรงซื้อช่วงแรก

สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ หรือ BLS รายงานว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดใกล้ 90,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานขยับขึ้นจาก 4.1% เป็น 4.2%

รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบรายปี ส่วนตัวเลขจ้างงานเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมถูกปรับลดรวมกันอีก 60,000 ตำแหน่ง โดยเดือนกรกฎาคมถูกปรับจากเพิ่มขึ้น 21,000 ตำแหน่ง เป็นลดลง 10,000 ตำแหน่ง และเดือนสิงหาคมถูกปรับจาก 162,000 เหลือ 133,000 ตำแหน่ง

ภายหลังการเปิดเผยข้อมูลในเวลา 19.30 น. ตามเวลาไทย สัญญาทองคำพุ่งขึ้นในช่วงแรกประมาณ 1.4% แตะบริเวณ 4,259 ดอลลาร์ ขณะที่ Gold Spot กลับขึ้นเหนือ 4,200 ดอลลาร์ชั่วคราว เนื่องจากตลาดลดความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนตุลาคม

อย่างไรก็ตาม ราคาทองไม่สามารถรักษาแรงบวกดังกล่าวไว้ได้ ก่อนพลิกลงต่ำกว่าระดับก่อนประกาศตัวเลขในช่วงต่อมาของตลาดสหรัฐ

ยีลด์พันธบัตรฟื้นเร็ว ดึงเงินออกจากทองคำ

แรงกดดันสำคัญมาจากตลาดพันธบัตรสหรัฐ แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีจะลดลงแตะประมาณ 5.15% ทันทีหลังรายงานแรงงาน แต่ภายหลังกลับขึ้นมาบริเวณ 5.25–5.28% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีอยู่ใกล้ 4.83%

การฟื้นตัวของยีลด์สะท้อนว่า นักลงทุนยังไม่มั่นใจว่าข้อมูลแรงงานเพียงชุดเดียวจะทำให้เฟดเปลี่ยนทิศทางนโยบาย เนื่องจากเศรษฐกิจส่วนอื่นยังขยายตัวและความเสี่ยงเงินเฟ้อยังคงสูง การถือครองพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูงจึงกลับมาแข่งขันกับทองคำซึ่งไม่มีดอกเบี้ย

ความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมลดลงเหลือประมาณ 22% จากราว 70% ในช่วงต้นสัปดาห์ แต่ตลาดยังไม่ตัดความเสี่ยงของการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม โดยข้อมูลเงินเฟ้อ CPI และ PPI เดือนกันยายนจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจครั้งต่อไป

ราคาน้ำมันลดลง แต่ความเสี่ยงเงินเฟ้อยังไม่หมด

ราคาน้ำมันอ่อนตัวหลังมีรายงานเกี่ยวกับการหารือปล่อยน้ำมันและเชื้อเพลิงจากคลังสำรองฉุกเฉิน ประกอบกับการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางเริ่มฟื้นตัวบางส่วน

ช่วงปลายตลาด WTI ซื้อขายใกล้ 90.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน Brent อยู่บริเวณ 101.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนด้านการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและสถานการณ์สหรัฐ–อิหร่านยังทำให้ตลาดคงค่าความเสี่ยงด้านพลังงานไว้ ซึ่งอาจส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอีกครั้ง

ทองคำยังยืนเหนือ $4,000 ท่ามกลางความกังวลตลาดหนี้

แม้ราคาทองจะถูกกดดันจากยีลด์และเงินดอลลาร์ แต่ยังสามารถรักษาระดับเหนือ 4,000 ดอลลาร์ได้ ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในหลายประเทศเพิ่มขึ้นจากภาระการกู้ยืม เงินเฟ้อ และความกังวลด้านฐานะการคลัง

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ระบุว่า ตลาดพันธบัตรโลกยังดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ แต่ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นแรงมากในไตรมาส 3 และนักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงจากหนี้ภาครัฐที่สูงขึ้น

ประเด็นดังกล่าวช่วยอธิบายว่า เหตุใดทองคำจึงยังไม่หลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ แม้ต้องเผชิญยีลด์สูงสุดในรอบหลายปี อย่างไรก็ตาม นี่เป็นมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผู้ออก มิใช่สัญญาณยืนยันว่าราคาจะปรับขึ้นในระยะสั้น

ผลสำรวจนักลงทุนลดน้ำหนักฝั่งขาขึ้น

ผลสำรวจรายสัปดาห์ของ Kitco พบว่า นักวิเคราะห์ Wall Street 13 ราย มี 6 ราย หรือ 46% คาดว่าราคาทองจะลดลงในสัปดาห์หน้า ขณะที่ 3 ราย หรือ 23% คาดว่าจะเพิ่มขึ้น และอีก 4 ราย หรือ 31% มองว่าเคลื่อนไหวออกข้าง

ฝั่งนักลงทุนทั่วไปจำนวน 182 ราย มี 47% คาดว่าทองจะปรับขึ้น 33% คาดว่าจะลดลง และ 20% มองว่าเคลื่อนไหวทรงตัว โดยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ฝ่ายคาดการณ์ขาขึ้นมีสัดส่วนไม่ถึงครึ่งหนึ่ง

ผลสำรวจดังกล่าวเป็นเพียงความเห็นของผู้ตอบแบบสำรวจ ไม่ใช่การคาดการณ์จาก GOLD.in.th และไม่รับประกันทิศทางราคาที่จะเกิดขึ้นจริง

สัปดาห์หน้าติดตามรายงานภาคบริการและรายงานประชุมเฟด

ตลาดทองคำจะเปิดซื้อขายอีกครั้งในเช้าวันจันทร์ตามเวลาประเทศไทย โดยปัจจัยที่ตลาดติดตามในสัปดาห์หน้า ได้แก่

  • ดัชนี ISM ภาคบริการของสหรัฐในวันจันทร์
  • รายงานการประชุมเฟดเดือนกันยายนในวันพุธ
  • จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ในวันพฤหัสบดี
  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นของมหาวิทยาลัยมิชิแกนในวันศุกร์

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาราคาน้ำมัน สถานการณ์ตะวันออกกลาง และการเคลื่อนไหวของยีลด์พันธบัตรระยะยาว หลังข้อมูลจ้างงานที่อ่อนกว่าคาดช่วยลดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนตุลาคม แต่ยังไม่สามารถหยุดแรงขายในตลาดทองคำได้

สรุป: ราคาทองคำตอบรับข้อมูลจ้างงานสหรัฐด้วยการพุ่งขึ้นในช่วงแรก แต่แรงซื้อไม่ต่อเนื่อง เมื่อยีลด์พันธบัตรฟื้นและตลาดยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี ส่งผลให้ Gold Spot ปิดสัปดาห์ใกล้ 4,140 ดอลลาร์ และยังต้องรอปัจจัยใหม่หลังตลาดกลับมาเปิดในวันจันทร์


ข้อจำกัดความรับผิด: เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่งและพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ

- Advertisement -
Mr.Gold
Mr.Gold
หวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มข้อมูลข่าวสารให้ผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำ
- Advertisement -
- Advertisement -
RELATED ARTICLES
- Advertisement -

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ

- Advertisement -