ราคาทองคำวันนี้ 25 พ.ค. 2569 : ทองฟื้นใกล้ 4,600 ดอลลาร์ รับความหวังดีลอิหร่าน แต่ตลาดสหรัฐฯ ปิด Memorial Day
ราคาทองคำวันนี้ 25 พฤษภาคม 2569 เปิดสัปดาห์ด้วยสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดขึ้น หลังแรงซื้อกลับเข้ามาหนุนราคาทองคำโลกให้ขยับขึ้นใกล้ระดับ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้แรงหนุนจากความหวังว่า สหรัฐฯ และอิหร่านอาจเดินหน้าไปสู่ข้อตกลงที่ช่วยลดแรงกดดันด้านพลังงาน เงินเฟ้อ และความเสี่ยงเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด
ตามรายงานของ Trading Economics ผ่าน TradingView ราคาทองคำปรับขึ้นเข้าใกล้ 4,600 ดอลลาร์ในวันจันทร์ โดยฟื้นตัวจากแรงขายในสัปดาห์ก่อน หลังมีความหวังมากขึ้นว่าข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจช่วยคลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและการขึ้นดอกเบี้ย
รายงานดังกล่าวระบุว่า ข้อเสนอที่อยู่ระหว่างการเจรจาอาจนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยุติความขัดแย้ง ปลดล็อกสินทรัพย์บางส่วนของอิหร่าน และวางกรอบการเจรจาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ จะยังคงการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซไว้จนกว่าจะมีข้อตกลงอย่างเป็นทางการ
ตลาดสหรัฐฯ ปิด Memorial Day อาจทำให้การซื้อขายเบาบาง
ประเด็นที่ต้องคำนึงถึงในวันนี้คือ วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ตรงกับวัน Memorial Day ของสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดหุ้นและตลาดบอนด์สหรัฐฯ ปิดทำการ บรรยากาศการซื้อขายในช่วงต้นสัปดาห์จึงอาจเบาบางกว่าปกติ โดยเฉพาะในช่วงเวลาสหรัฐฯ
ในภาวะที่สภาพคล่องเบาบาง ราคาทองคำอาจแกว่งตัวไวขึ้นในบางช่วง หากมีข่าวด่วนเกี่ยวกับการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ราคาน้ำมัน หรือทิศทางดอลลาร์เข้ามากระทบตลาด ดังนั้น แม้ภาพระยะสั้นจะเริ่มดูดีขึ้น แต่การไล่ราคาในวันหยุดสหรัฐฯ ยังควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ทองได้แรงหนุนจากความหวังดีลอิหร่าน แต่ภาพใหญ่ยังไม่พ้นแรงกดดันดอกเบี้ย
แรงหนุนสำคัญของทองคำในวันนี้มาจากความคาดหวังว่า หากสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านคลี่คลายลงจริง ความเสี่ยงด้านพลังงานจะลดลง ราคาน้ำมันอาจผ่อนลง และแรงกดดันเงินเฟ้ออาจไม่รุนแรงเท่าที่ตลาดกังวลก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ภาพใหญ่ของทองคำยังไม่ได้กลับมาเป็นบวกเต็มตัว เพราะก่อนหน้านี้ทองคำถูกกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ทรงตัวสูง และความกังวลว่าเงินเฟ้อที่ยังเหนียวแน่นอาจทำให้เฟดต้องคงดอกเบี้ยสูงนาน หรือมีโอกาสกลับมาขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
รายงานของ Kitco PM Report เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า ราคาทองคำและเงินยังถูกกดดันจากยีลด์พันธบัตรที่แข็งแกร่ง ดอลลาร์ที่ทรงตัวสูง และถ้อยแถลงเชิงเข้มงวดของเฟดเกี่ยวกับเงินเฟ้อ แม้ยังมีแรงหนุนบางส่วนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซและการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน
Wall Street ยังระวัง แม้ Main Street ยังมองบวก
มุมมองของตลาดยังแบ่งเป็นสองฝั่ง โดย Kitco Weekly Gold Survey ระบุว่า ฝั่งนักวิเคราะห์ Wall Street ยังคงมีมุมมองระมัดระวังต่อทองคำในระยะสั้น หลังราคาทองคำพยายามประคองบริเวณ 4,500 ดอลลาร์ แต่ยังไม่สามารถยืนยันแรงฟื้นตัวได้ชัดเจน ขณะที่นักลงทุนรายย่อย Main Street ยังมีมุมมองเชิงบวกมากกว่า
รายงานดังกล่าวสรุปว่า ทองคำในสัปดาห์ก่อนแกว่งผันผวน โดยได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ถูกกดดันซ้ำจากดอลลาร์แข็ง ยีลด์สูง และความกังวลว่าเงินเฟ้อที่ยังเหนียวแน่นอาจทำให้เฟดยังต้องเข้มงวดนานกว่าที่ตลาดคาด
ในเชิงจิตวิทยาตลาด ระดับ 4,500 ดอลลาร์จึงยังเป็นฐานสำคัญที่ตลาดจับตา หากราคาสามารถยืนเหนือระดับนี้และต่อยอดขึ้นเหนือ 4,580–4,600 ดอลลาร์ได้ ภาพรีบาวด์จะเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น แต่หากยืนไม่ได้ ตลาดยังมีโอกาสกลับมาเผชิญแรงขายอีกครั้ง
Trading Economics ชี้ราคาทองคำฟื้น ขณะที่ดอลลาร์ยังเป็นตัวแปรสำคัญ
จากข้อมูลหน้า Trading Economics Gold ราคาทองคำล่าสุดแสดงการฟื้นตัวมาแถว 4,573 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 1.25% ขณะที่ดอลลาร์อินเด็กซ์ยังเป็นหนึ่งในตัวแปรที่ตลาดต้องติดตาม เพราะการแข็งค่าของดอลลาร์มักทำให้ทองคำมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น
แม้การฟื้นตัวรอบนี้จะช่วยให้บรรยากาศตลาดดีขึ้น แต่ทองคำยังต้องพิสูจน์แรงซื้อผ่านแนวต้านสำคัญทีละชั้น โดยเฉพาะโซน 4,580–4,600 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นด่านแรกที่ตลาดต้องผ่านให้ได้เพื่อยืนยันว่าการรีบาวด์รอบนี้ไม่ใช่เพียงการเด้งสั้นหลังถูกขายหนักในสัปดาห์ก่อน
ส่วน Trading Economics Stream เป็นอีกแหล่งติดตามข่าวเศรษฐกิจและตลาดแบบต่อเนื่อง ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ดูภาพรวมปัจจัยมหภาคที่อาจส่งผลต่อทองคำ เช่น ดอลลาร์ ยีลด์ น้ำมัน และข่าวการเจรจาระหว่างประเทศ
ข่าว Dow Jones ใช้เป็นบริบทตลาด แต่รายละเอียดเปิดเฉพาะสมาชิก
สำหรับรายงานจาก Dow Jones Newswires ผ่าน TradingView ลิงก์ดังกล่าวเป็นข่าวสำหรับสมาชิก TradingView และหน้าแสดงผลเปิดเผยเพียงหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับตลาดโลหะเงิน จึงใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตามภาวะตลาดโลหะมีค่าเท่านั้น โดยไม่ได้อ้างรายละเอียดเพิ่มเติมเกินกว่าข้อมูลที่เปิดเผยบนหน้าเว็บ
วิเคราะห์กรอบราคาทองคำวันนี้จาก gold.in.th
ด้านมุมมองทางเทคนิค บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 25 พฤษภาคม 2569 ของ gold.in.th ประเมินว่า ราคาทองคำเปิดสัปดาห์ด้วยสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น หลังแรงซื้อสามารถดันราคาทะลุกรอบพักตัวระยะสั้น และกลับมายืนเหนือแนวสำคัญบริเวณ 4,530 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง
ในกรอบระยะสั้น ทองคำกลับมาอยู่ในโหมดรีบาวด์ต่อเนื่อง และมีโอกาสเปลี่ยนจากการแกว่งตัวออกข้างเป็นการฟื้นตัวเชิงบวกมากขึ้น โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือราคาต้องรักษาการยืนเหนือโซน 4,530–4,515 ดอลลาร์ให้ได้ เพราะบริเวณนี้เป็นทั้งจุดหมุนและฐานรองรับของรอบฟื้นตัวล่าสุด
ด้านแนวต้านแรกอยู่บริเวณ 4,580–4,585 ดอลลาร์ หากผ่านได้ จะเพิ่มน้ำหนักให้การฟื้นตัวเดินหน้าต่อ โดยเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 4,600 ดอลลาร์ และ 4,625 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านใหญ่ขึ้นยังอยู่แถว 4,653 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นด่านวัดว่าแรงรีบาวด์รอบนี้มีน้ำหนักพอจะขยายเป็นการฟื้นตัวระดับใหญ่หรือไม่
ในทางกลับกัน หากราคาทองคำอ่อนตัวกลับลงมาต่ำกว่า 4,530 ดอลลาร์ ต้องเริ่มระวังแรงขายกดลงมาทดสอบ 4,515–4,510 ดอลลาร์ และหากหลุดลึกกว่านั้น ความเสี่ยงถอยลงหา 4,490–4,485 ดอลลาร์จะเพิ่มขึ้นทันที
- แนวรับแรก: 4,530 ดอลลาร์
- แนวรับถัดไป: 4,515–4,510 ดอลลาร์
- แนวรับลึก: 4,490–4,485 ดอลลาร์
- แนวต้านแรก: 4,580–4,585 ดอลลาร์
- แนวต้านถัดไป: 4,600 ดอลลาร์
- แนวต้านสำคัญ: 4,625 ดอลลาร์
- แนวต้านใหญ่ถัดไป: 4,653 ดอลลาร์
สรุปข่าวราคาทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันนี้ 25 พฤษภาคม 2569 ฟื้นตัวใกล้ 4,600 ดอลลาร์ จากความหวังว่าข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่านอาจช่วยลดแรงกดดันด้านพลังงานและเงินเฟ้อ ซึ่งจะช่วยลดความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดได้บางส่วน
อย่างไรก็ตาม วันนี้ตรงกับวัน Memorial Day ของสหรัฐฯ ทำให้ตลาดหุ้นและบอนด์สหรัฐฯ ปิดทำการ สภาพคล่องในตลาดการเงินอาจเบาบาง และราคาทองคำอาจแกว่งตัวไวหากมีข่าวใหม่เข้ามากระทบตลาด ขณะเดียวกันดอลลาร์ ยีลด์ และความเห็นของเฟดยังเป็นตัวแปรที่ต้องติดตามต่อเนื่อง
ในเชิงเทคนิค gold.in.th มองว่า ภาพวันนี้ยังให้น้ำหนักฝั่งฟื้นตัว ตราบใดที่ราคายืนเหนือ 4,530 ดอลลาร์ได้ โดยมีโอกาสลุ้นขึ้นต่อไปหา 4,580–4,585 / 4,600 / 4,625 ดอลลาร์ แต่หากหลุด 4,530 ดอลลาร์ ต้องระวังแรงขายกลับลงหา 4,515–4,510 และ 4,490–4,485 ดอลลาร์
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเพื่อประกอบการติดตามภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ






















