หน้าแรกข่าวทองคำทองหลุด $4,300 หลัง PMI สหรัฐแข็งแกร่ง ดันยีลด์แตะ 5.1%

ทองหลุด $4,300 หลัง PMI สหรัฐแข็งแกร่ง ดันยีลด์แตะ 5.1%

- Advertisement -

ราคาทองคำโลกร่วงหลุดระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังข้อมูลภาคธุรกิจสหรัฐออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด หนุนการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนตุลาคม พร้อมผลักดันดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐให้ปรับตัวสูงขึ้น

ราคาทองคำสปอตเคลื่อนไหวใกล้ 4,286 ดอลลาร์ต่อออนซ์หลังตลาดสหรัฐปิดวันพุธ ลดลงประมาณ 1.63% ก่อนทรงตัวบริเวณ 4,280–4,290 ดอลลาร์ในช่วงตลาดเอเชียเช้าวันที่ 24 กันยายน

แรงกดดันต่อทองคำเกิดขึ้นพร้อมกับการปรับขึ้นของยีลด์พันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีสู่ 5.106% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ขณะที่ราคาน้ำมันกลับมาสูงขึ้นและเพิ่มความกังวลว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจคงอยู่นานกว่าที่ตลาดเคยประเมิน

PMI สหรัฐแข็งแกร่งกว่าคาด

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวมเบื้องต้นของสหรัฐประจำเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเป็น 58.4 จาก 56.0 ในเดือนสิงหาคม นับเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 และสะท้อนว่ากิจกรรมของภาคเอกชนยังขยายตัวในอัตราสูง

ดัชนีภาคการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 57.0 จาก 53.9 ส่วนดัชนีภาคบริการเพิ่มขึ้นเป็น 58.7 จาก 56.5

ตลาดให้ความสนใจเป็นพิเศษกับดัชนีต้นทุนวัตถุดิบ ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 66.4 จาก 59.9 และแตะระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มความกังวลว่าเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวแข็งแกร่งอาจทำให้เงินเฟ้อลดลงได้ช้ากว่าที่คาด

ตลาดเพิ่มโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนตุลาคม

หลังการประกาศข้อมูล PMI ตลาดสัญญาล่วงหน้าเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนตุลาคมมาอยู่ราว 66–70% จากประมาณ 53% ก่อนเผยแพร่ข้อมูล และจากประมาณ 49% เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน

Michael Barr กรรมการเฟดกล่าวเมื่อวันพุธว่า อาจจำเป็นต้องปรับนโยบายเพิ่มเติมเพื่อทำให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดรายอื่น รวมถึง Tom Barkin ประธานเฟดสาขาริชมอนด์ และ Susan Collins ประธานเฟดสาขาบอสตัน สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุด โดยอ้างถึงแรงกดดันด้านราคาที่ยังคงอยู่

ถ้อยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15–16 กันยายน ส่งผลให้กรอบอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้นเป็น 3.75–4.00%

ยีลด์พุ่ง ดอลลาร์แข็ง กดดันทองคำ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นสู่ 5.106% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบสองทศวรรษ ส่วนยีลด์อายุ 2 ปีขยับเข้าใกล้ 4.90%

การเพิ่มขึ้นของยีลด์ทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำสูงขึ้น เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นทำให้ทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์มีต้นทุนสูงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น

แรงขายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในตลาดทองคำ โดยราคาเงินสปอตลดลงประมาณ 3.88% มาอยู่ใกล้ 64.33 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงทั้งสามดัชนีหลัก หลังการขายพันธบัตรทำให้ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น

น้ำมันกลับขึ้นเหนือ $100 เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ

ราคาน้ำมันฟื้นตัวหลังความหวังว่าการหารือระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซลดลง โดยทั้งสองฝ่ายยังมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งและเสรีภาพในการเดินเรือ

น้ำมันดิบเบรนท์กลับขึ้นมาใกล้ 103.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวบริเวณ 92.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

การฟื้นตัวของน้ำมันเพิ่มความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อ พร้อมสนับสนุนมุมมองว่าเฟดอาจต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะยังช่วยพยุงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน

Gold ETF และอุปสงค์จีนยังแข็งแกร่ง

แม้ราคาทองคำเผชิญแรงขายจากดอลลาร์และยีลด์ที่สูงขึ้น แต่ข้อมูลจาก BMO Capital Markets ระบุว่า กองทุน Gold ETF ทั่วโลกมีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 4.2 พันล้านดอลลาร์ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา

กองทุนที่จดทะเบียนในอเมริกาเหนือมีเงินไหลเข้าประมาณ 2.2 พันล้านดอลลาร์ ตามด้วยยุโรป 1.1 พันล้านดอลลาร์ และจีน 637 ล้านดอลลาร์

ด้านอุปสงค์ทองคำในจีน BMO ระบุว่า การนำเข้าทองคำที่ไม่ใช่เงินทุนสำรองเพิ่มขึ้น 48% จากปีก่อน เป็น 124.5 ตันในเดือนสิงหาคม ขณะที่กองทุน Gold ETF ในจีนเพิ่มการถือครองประมาณ 44 ตันนับตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนสิงหาคม

ตัวเลขจากแหล่งอื่นอาจแตกต่างกันตามนิยามและชุดข้อมูลที่ใช้ โดย FXStreet อ้างข้อมูลของ ING ว่า การนำเข้าทองคำของจีนเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 141.7 ตัน เพิ่มขึ้น 39.3% จากปีก่อน ดังนั้นตัวเลขทั้งสองชุดไม่ควรนำมาเปรียบเทียบโดยตรงโดยไม่ตรวจสอบขอบเขตข้อมูล

Goldman Sachs ประเมินการซื้อของธนาคารกลางยังสูง

Goldman Sachs Research ประเมินว่า ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำประมาณ 44 ตันในเดือนกรกฎาคม สูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนปี 2565 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 17 ตันต่อเดือน

รายงานประเมินว่าจีนซื้อทองคำประมาณ 35 ตันในเดือนกรกฎาคม หรือสูงกว่าตัวเลขที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการประมาณ 75% โดยแบบจำลองดังกล่าวใช้ข้อมูลการเคลื่อนย้ายทองคำผ่านตลาดซื้อขายนอกตลาดและสถานที่รับฝากทองคำประกอบกับข้อมูลทางการ

Goldman Sachs ยังคงประมาณการราคาทองคำสิ้นปี 2569 ไว้ที่ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายใต้สมมติฐานว่าธนาคารกลางซื้อทองเฉลี่ยประมาณ 50 ตันต่อเดือนในปีนี้ อย่างไรก็ตาม สถาบันเตือนว่าการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มดอกเบี้ยและสถานะในตลาดอนุพันธ์อาจทำให้ราคาผันผวนได้ทั้งสองทิศทาง

ด้าน TD Securities ประเมินว่าความต้องการจากธนาคารกลาง นักลงทุนสถาบัน และ Gold ETF อาจยังสนับสนุนตลาดในระยะยาว พร้อมให้มุมมองว่าราคามีโอกาสกลับขึ้นเหนือ 5,000 ดอลลาร์ในปี 2570 ทั้งนี้ ตัวเลขจาก Goldman Sachs และ TD Securities เป็นประมาณการของแต่ละสถาบัน ไม่ใช่ราคาที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น

ตลาดรอข้อมูลแรงงานและยอดขายบ้านสหรัฐ

ตลาดทองคำวันที่ 24 กันยายนรอติดตามจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยตลาดคาดไว้ประมาณ 202,500 ราย เทียบกับครั้งก่อน 196,000 ราย

หลังจากนั้น สหรัฐจะรายงานยอดขายบ้านใหม่เดือนสิงหาคมในเวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งจะเป็นข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและแนวโน้มดอกเบี้ย

สรุปข่าวทองคำวันนี้

ราคาทองคำหลุดระดับ 4,300 ดอลลาร์ หลังข้อมูล PMI สหรัฐแข็งแกร่งและต้นทุนภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยเดือนตุลาคม พร้อมดันยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปีแตะ 5.106% และหนุนดอลลาร์ให้แข็งค่า

แม้อุปสงค์จาก Gold ETF จีน และธนาคารกลางยังเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ตลาดติดตาม แต่แรงกดดันระยะสั้นยังมาจากทิศทางดอกเบี้ย ยีลด์ และราคาน้ำมันที่กลับมาสูงขึ้น


เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ


แหล่งข้อมูลประกอบ: Kitco News, FXStreet, Trading Economics, Investing.com, Goldman Sachs Research, BMO Capital Markets, TD Securities และ GOLD.in.th

- Advertisement -
Mr.Gold
Mr.Gold
หวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มข้อมูลข่าวสารให้ผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำ
- Advertisement -
- Advertisement -
RELATED ARTICLES
- Advertisement -

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ

- Advertisement -