หน้าแรกห้องเรียนทองคำโครงสร้างราคาในกราฟทอง: ขาขึ้น ขาลง และ Sideway ดูอย่างไร

โครงสร้างราคาในกราฟทอง: ขาขึ้น ขาลง และ Sideway ดูอย่างไร

- Advertisement -

ห้องเรียนทองคำ ตอนที่ 6: โครงสร้างราคาในกราฟทอง: ขาขึ้น ขาลง และ Sideway ดูอย่างไร

ถ้าจะมี “ภาษาพื้นฐาน” ของกราฟที่คนเทรดทองทุกคนควรรู้ โครงสร้างราคาคือหนึ่งในนั้น

หลายคนเริ่มต้นจากการมองหาอินดิเคเตอร์ก่อนเสมอ แต่ในความจริง สิ่งที่บอกเราง่ายและตรงที่สุดว่าตลาดกำลังทำอะไรอยู่ ก็คือ “รูปแบบของราคา” เอง เพราะก่อนจะถามว่าควร Buy หรือ Sell เราควรถามก่อนว่า ตอนนี้กราฟทองกำลังอยู่ใน ขาขึ้น ขาลง หรือแกว่งตัวออกข้าง กันแน่

IG อธิบายว่า market trend คือทิศทางโดยรวมที่ราคาสินทรัพย์กำลังเคลื่อนที่ในช่วงเวลาหนึ่ง และสามารถแบ่งกว้าง ๆ ได้เป็น 3 แบบ คือ uptrend, downtrend และ sideways trend ขณะที่ CME ก็อธิบายว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคคือการใช้รูปแบบบนกราฟราคาเพื่อดูว่าตลาดกำลังเคลื่อนไหวไปทางไหน โดยจุดสำคัญที่นักเทรดมักจับตาคือระดับเดิมของราคา รวมถึงบริเวณ support และ resistance

พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด
โครงสร้างราคา คือ “ลำดับการขึ้นลงของยอดและฐาน” ที่ช่วยบอกเราว่า ตลาดกำลังแข็งแรง อ่อนแรง หรือยังไม่เลือกทาง

โครงสร้างราคาคืออะไร และทำไมคนเทรดทองต้องดูให้เป็น

IG ระบุว่า การสังเกตราคาที่ทำ higher highs และ higher lows หรือในทางกลับกัน lower highs และ lower lows เป็นหนึ่งในวิธีพื้นฐานที่สุดในการระบุทิศทางตลาดว่าอยู่ในภาวะ bullish, bearish หรือ neutral ได้หรือไม่

นี่คือเหตุผลที่โครงสร้างราคาสำคัญมากสำหรับการเทรดทอง เพราะต่อให้คุณใช้เครื่องมืออะไรในภายหลัง สุดท้ายราคาก็ยังเป็นสิ่งที่เครื่องมือเหล่านั้นอ้างอิงอยู่ดี หากโครงสร้างหลักยังเป็นขาลง แต่เราเผลอเข้าใจว่าเป็นขาขึ้น แผนเทรดทั้งหมดก็อาจผิดตั้งแต่ต้น

ข้อดีของการอ่านโครงสร้างราคาคือ มันช่วยให้เรามองกราฟแบบมีกรอบ ไม่ใช่มองตามอารมณ์ เช่น

  • ถ้าตลาดยังทำยอดสูงขึ้นและฐานสูงขึ้นต่อเนื่อง เรารู้ว่าภาพรวมยังเอียงไปทางขาขึ้น
  • ถ้าตลาดทำยอดต่ำลงและฐานต่ำลงต่อเนื่อง ภาพรวมย่อมเอนเอียงไปทางขาลง
  • แต่ถ้าราคาวนอยู่ระหว่างกรอบเดิม ยังไม่คืบหน้าขึ้นหรือลงชัด ก็มีโอกาสเป็น sideway มากกว่า

ขาขึ้นในกราฟทองดูอย่างไร

หลักพื้นฐานของขาขึ้น คือกราฟเริ่มสร้าง Higher High และ Higher Low อย่างต่อเนื่อง

แปลเป็นภาษาคนดูกราฟง่าย ๆ คือ

  • จุดสูงใหม่ สูงกว่าจุดสูงก่อนหน้า
  • จุดย่อลงมาแต่ละครั้ง ไม่หลุดต่ำกว่าฐานเดิมง่าย ๆ และมักยกตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ

IG อธิบายชัดว่า การดู higher highs และ higher lows เป็นวิธีพื้นฐานในการประเมินว่าตลาดกำลังมีแนวโน้มเชิงบวกหรือไม่

เวลาเอามาใช้กับกราฟทอง เราจะเห็นภาพแบบนี้บ่อยในช่วงที่ตลาดแข็งแรง เช่น ราคาทะลุยอดเดิมขึ้นไปได้ จากนั้นย่อลงมา แต่ยังยืนเหนือฐานสำคัญ ก่อนจะค่อย ๆ เดินหน้าขึ้นต่อ รูปแบบนี้ทำให้เราเริ่มอ่านได้ว่า “แรงซื้อยังคุมเกมอยู่”

สิ่งสำคัญคือ ขาขึ้นไม่ได้แปลว่าราคาต้องพุ่งเป็นเส้นตรง ตรงกันข้าม ตลาดที่ขึ้นดีมักมีทั้งช่วงเร่ง ช่วงพัก และช่วงย่อสลับกันไป แต่ตราบใดที่โครงสร้างหลักยังคงทำฐานสูงขึ้นและยอดสูงขึ้น ภาพรวมก็ยังถือว่าเอียงไปทางขาขึ้นอยู่

ขาลงในกราฟทองดูอย่างไร

ถ้าขาขึ้นคือ higher highs และ higher lows
ขาลงก็คือภาพตรงข้าม นั่นคือ Lower High และ Lower Low

CME ยกตัวอย่างในบทวิเคราะห์ว่าตลาดที่อยู่ในโครงสร้าง bearish มักแสดงรูปแบบ lower highs และ lower lows ซึ่งช่วยยืนยันว่าภาพรวมยังโน้มลง ขณะที่การเด้งขึ้นระยะสั้นอาจเป็นเพียง counter-trend rally มากกว่าการกลับตัวจริง

สำหรับกราฟทอง เวลาเกิดขาลง เรามักเห็นลักษณะประมาณนี้

  • ราคาเด้งขึ้นไปได้ แต่ไปไม่ถึงยอดเดิม
  • จากนั้นถูกขายลงต่อจนหลุดฐานก่อนหน้า
  • ทุกครั้งที่พยายามรีบาวด์ มักอ่อนแรงลงทีละน้อย

รูปแบบนี้สะท้อนว่าแรงขายยังเป็นฝ่ายได้เปรียบ และตลาดยังไม่สามารถสร้างจุดกลับตัวที่ชัดเจนได้

สิ่งที่มือใหม่มักพลาดคือ เห็นการเด้งแรงหนึ่งรอบแล้วรีบสรุปว่าทอง “กลับตัวขึ้นแล้ว” ทั้งที่ในเชิงโครงสร้าง มันอาจยังเป็นเพียงการเด้งในขาลงเท่านั้น หากยอดใหม่ยังต่ำกว่ายอดก่อน และฐานใหม่ยังหลุดต่ำลงเรื่อย ๆ ภาพใหญ่ก็ยังไม่เปลี่ยนจริง

Sideway หรือแกว่งออกข้าง ดูอย่างไร

นอกจากขาขึ้นและขาลงแล้ว อีกโครงสร้างหนึ่งที่เจอบ่อยมากคือ Sideway หรือภาวะที่ตลาดยังไม่เลือกทางชัด

IG อธิบายว่า sideways trend คือช่วงที่ตลาดไม่มีทิศทางชัดเจน และราคามักแกว่งอยู่ในกรอบที่ค่อนข้างเสถียร ขณะที่ range trading article ของ IG ก็อธิบายว่า trading range คือช่วงที่ราคาวิ่งสลับไปมาระหว่างสองระดับอย่างต่อเนื่อง โดยยังไม่คืบหน้าขึ้นหรือลงชัดเจน

สำหรับกราฟทอง ภาวะ sideway มักมีลักษณะประมาณนี้

  • ราคาขึ้นไปชนโซนเดิมแล้วลง
  • ลงมาชนโซนเดิมแล้วเด้ง
  • ยังไม่สามารถทำ higher high ต่อเนื่องได้
  • และยังไม่สามารถทำ lower low ต่อเนื่องได้เช่นกัน

พูดอีกแบบคือ ตลาดยัง “ลังเล” อยู่ จึงแกว่งออกข้างมากกว่าจะเดินหน้าไปทางใดทางหนึ่ง

ตรงนี้สำคัญมาก เพราะคนจำนวนไม่น้อยพยายามใช้วิธีเล่นตามเทรนด์ในช่วงที่ตลาดยัง sideway อยู่ ผลคือโดนหลอกทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายบ่อยมาก ดังนั้น ถ้าอ่านโครงสร้างออกว่าเป็น sideway เราจะเริ่มระวังมากขึ้นว่า ตลาดยังไม่ใช่ช่วงที่ควรตีความแรงเกินไป

แนวรับแนวต้านเกี่ยวข้องกับโครงสร้างราคาอย่างไร

CME อธิบายว่าในการวิเคราะห์ทางเทคนิค นักเทรดมักให้ความสำคัญกับระดับราคาเดิม ๆ เช่น previous highs, previous lows และ price levels ที่ราคาเคยผ่านไม่ได้หรือหลุดไม่ได้ เพราะบริเวณเหล่านี้มักทำหน้าที่เป็นแนวต้านหรือแนวรับบนกราฟ

นี่คือเหตุผลที่โครงสร้างราคาแยกจากแนวรับแนวต้านไม่ได้

ในขาขึ้น ยอดเดิมที่ถูกทะลุผ่านไปได้ อาจกลายเป็นแนวรับใหม่ในอนาคต
ในขาลง ฐานเดิมที่หลุดลงมา อาจกลายเป็นแนวต้านเมื่อราคาดีดกลับ
ส่วนใน sideway เรามักเห็นแนวรับและแนวต้านทำหน้าที่เป็น “ขอบกล่อง” ที่กักราคาไว้พักหนึ่ง

เมื่อเราเอาโครงสร้างราคาไปรวมกับแนวรับแนวต้าน การมองกราฟจะชัดขึ้นมาก เพราะเราไม่ได้เห็นแค่ว่าตลาดกำลังขึ้นหรือลง แต่ยังเห็นด้วยว่ามันกำลังขึ้นหรือลง “จากจุดไหน” และ “ติดตรงไหน” อยู่

ทำไมคนดูกราฟทองถึงชอบสับสนระหว่าง “พักตัว” กับ “กลับตัว”

หนึ่งในจุดที่ทำให้คนอ่านกราฟพลาดบ่อยที่สุด คือการแยกไม่ออกว่า ตลาดกำลัง “พักตัว” อยู่ในเทรนด์เดิม หรือกำลัง “กลับตัว” เปลี่ยนโครงสร้างจริง

ถ้าขาขึ้นยังไม่เสียฐานสำคัญ และยังสามารถกลับมาทำยอดใหม่ได้ การย่อลงหนึ่งรอบอาจเป็นเพียงพักตัว
แต่ถ้าฐานสำคัญเริ่มหลุด ยอดใหม่เริ่มไปไม่ถึงยอดเดิม และโครงสร้างเปลี่ยนจาก higher low ไปเป็น lower high เราควรเริ่มระวังว่า ภาพเดิมอาจไม่เหมือนเดิมแล้ว

ในทางกลับกัน ขาลงที่ดีดแรงขึ้นมา ก็ยังไม่ใช่ขาขึ้นทันที หากราคายังไม่สามารถเปลี่ยนลำดับของ lower high และ lower low ได้จริง

ดังนั้น เวลาดูทอง อย่าพึ่งรีบเชื่อแค่แท่งเดียวหรือวันที่วิ่งแรงวันเดียว แต่ให้ดูว่า “ลำดับของยอดและฐาน” เปลี่ยนจริงหรือยัง

วิธีอ่านโครงสร้างราคาให้ใช้งานได้จริง

ถ้าจะเอาไปใช้แบบง่ายที่สุด ผมแนะนำ 4 ขั้นตอนนี้

ขั้นแรก เลือก timeframe ที่คุณจะใช้ดูภาพหลักก่อน เช่น 4H หรือ Daily
ขั้นที่สอง มองหาจุดยอดและจุดฐานที่ชัดเจนที่สุด ไม่ต้องพยายามเก็บทุกคลื่นย่อย
ขั้นที่สาม ถามว่าตลาดกำลังทำ higher highs / higher lows หรือ lower highs / lower lows หรือไม่
ขั้นที่สี่ เช็กว่าตอนนี้ราคาอยู่ใกล้แนวรับ แนวต้าน หรือยังวนในกรอบเดิมอยู่

วิธีนี้จะช่วยให้คุณไม่สับสนง่ายเวลาเห็นราคาทองแกว่งแรงระหว่างวัน เพราะอย่างน้อยคุณยังมี “ภาพหลัก” คุมอยู่ ว่าตลาดตอนนี้อยู่ในโครงสร้างแบบไหน

สรุป: ก่อนหา Buy หรือ Sell ต้องตอบให้ได้ก่อนว่าตลาดกำลังอยู่ในโครงสร้างแบบไหน

ถ้าจะสรุปบทนี้ให้สั้นที่สุด ก็คือ

  • ขาขึ้น มักมีลักษณะเป็น higher highs และ higher lows
  • ขาลง มักมีลักษณะเป็น lower highs และ lower lows
  • Sideway คือช่วงที่ราคายังแกว่งอยู่ในกรอบ โดยไม่มีทิศทางชัดเจน

เมื่ออ่านโครงสร้างราคาเป็น เราจะเริ่มมองกราฟทองแบบมีระบบมากขึ้น ไม่ใช่ไล่ตามทุกแท่งที่วิ่ง เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ราคาขยับแรงหรือไม่ แต่คือราคากำลังสร้าง “เรื่องราวแบบไหน” อยู่บนกราฟ

และก่อนจะหา Buy หรือ Sell ทุกครั้ง
ให้ตอบตัวเองก่อนว่า
ตอนนี้ทองกำลังอยู่ในขาขึ้น ขาลง หรือ Sideway กันแน่


ข้อความสรุปท้ายบทความแบบสั้น

จำให้ขึ้นใจ: โครงสร้างราคาคือภาษาพื้นฐานของกราฟทอง ถ้าแยกขาขึ้น ขาลง และ Sideway ไม่ออก การตัดสินใจหลังจากนั้นก็มักสับสนตามไปด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

- Advertisement -
Mr.Gold
Mr.Gold
หวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มข้อมูลข่าวสารให้ผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำ
- Advertisement -
RELATED ARTICLES
- Advertisement -
- Advertisement -

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ

- Advertisement -