NFP แข็งกว่าคาดกดทอง จับตาฐาน $4,363 ก่อนเงินเฟ้อสหรัฐ
ราคาทองคำเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,405–4,410 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังแรงขายกลับมากดดันในช่วงปลายสัปดาห์ โดยกรอบระยะสั้น 30 นาทีถึง 4 ชั่วโมงยังอยู่ในภาวะอ่อนตัว และราคายังไม่สามารถกลับขึ้นเหนือ Pivot สำคัญบริเวณ 4,428 ดอลลาร์ ได้อย่างมั่นคง
แรงกดดันหลักมาจากตัวเลข Nonfarm Payrolls เดือนสิงหาคมที่เพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาด 56,000 ตำแหน่งเกือบสามเท่า ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัว 4.1% ทำให้ตลาดกลับมาเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่ Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน หลังประกาศตัวเลข Bond Yield และดอลลาร์ขยับสูงขึ้น ขณะที่ทองถูกขายลงแรงถึงบริเวณ 4,365 ดอลลาร์ในระหว่างวันศุกร์
ภาพทางเทคนิค
ภาพระยะสั้นวันนี้ยังให้น้ำหนักทาง อ่อนตัวมากกว่าฟื้นตัว
- 30 นาที: RSI ประมาณ 37 โมเมนตัมยังอ่อน
- 1 ชั่วโมง: RSI ประมาณ 39 และราคายังต่ำกว่า Pivot
- 4 ชั่วโมง: RSI ประมาณ 44 ยังมีแรงกดดัน
- รายวัน: RSI ยังเหนือ 50 เล็กน้อย สะท้อนว่าภาพใหญ่ยังไม่ได้เสียโครงสร้างทั้งหมด
จึงเกิดภาพที่ค่อนข้างชัดว่า กรอบสั้นกำลังอ่อนตัว แต่กรอบรายวันยังประคองตัวได้
ระดับ 4,407–4,428 ดอลลาร์ จึงเป็นบริเวณสำคัญ หากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นเหนือได้อย่างชัดเจน แรงขายระยะสั้นยังมีโอกาสกดราคาลงทดสอบฐานด้านล่างอีกครั้ง
แนวรับ–แนวต้านสำคัญ
แนวต้าน
- 4,428 ดอลลาร์
- 4,488–4,491 ดอลลาร์
- 4,531–4,553 ดอลลาร์
- ถัดไปบริเวณ 4,568 ดอลลาร์
แนวรับ
- 4,365–4,363 ดอลลาร์
- 4,333 ดอลลาร์
- 4,303 ดอลลาร์
- แนวรับลึกถัดไปบริเวณ 4,179 ดอลลาร์
มุมมองราคาทองคำวันนี้
หากยังต่ำกว่า $4,428
แรงกดดันระยะสั้นยังมีน้ำหนัก และมีโอกาสกลับลงทดสอบบริเวณ 4,365–4,363 ดอลลาร์
โซนนี้สำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นบริเวณที่ราคาลงมาทดสอบหลังตัวเลข Nonfarm Payrolls เมื่อวันศุกร์ ก่อนเกิดแรงซื้อกลับ
หาก 4,363 ดอลลาร์รับไม่อยู่ ความเสี่ยงจะเปิดลงสู่ 4,333 ดอลลาร์ และบริเวณ 4,303 ดอลลาร์
หากกลับขึ้นเหนือ $4,428
ภาพอ่อนตัวระยะสั้นจะเริ่มลดลง และราคาอาจรีบาวด์กลับไปทดสอบ 4,488–4,491 ดอลลาร์
แต่การฟื้นตัวจะมีน้ำหนักมากขึ้นจริง หากสามารถผ่านโซนนี้ได้ เพราะแนวต้านถัดไปอยู่บริเวณ 4,531–4,553 ดอลลาร์
ดังนั้น การขึ้นเหนือ 4,428 ดอลลาร์เพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่การยืนยันการกลับตัว แต่จะเป็น สัญญาณแรกว่าแรงขายเริ่มผ่อนลง
$4,363 คือฐานวัดใจรอบนี้
หนึ่งในจุดที่น่าสนใจที่สุดของกราฟวันนี้คือบริเวณ 4,363–4,365 ดอลลาร์
ระดับดังกล่าวไม่เพียงเป็นแนวรับทางเทคนิค แต่ยังใกล้กับจุดต่ำที่เกิดขึ้นหลังตลาดรับตัวเลข NFP เมื่อวันศุกร์ ทำให้เป็นพื้นที่ที่ตลาดเคยแสดงแรงซื้อกลับมาแล้ว
หากราคาย่อลงทดสอบแล้วสามารถรักษาฐานนี้ได้อีกครั้ง อาจเกิด Technical Rebound กลับหา 4,428 และ 4,488 ดอลลาร์
แต่หากหลุดลงอย่างชัดเจน จะสะท้อนว่าแรงรับรอบก่อนเริ่มอ่อนลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการพักฐานลึกขึ้น
หลัง NFP ตลาดเปลี่ยนไปจับตา PPI–CPI
หลังตัวเลขแรงงานออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ตลาดกำลังเปลี่ยนความสนใจไปยัง ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจของ Fed วันที่ 15–16 กันยายน
สหรัฐมีกำหนดประกาศ PPI เดือนสิงหาคมในวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน และ CPI ในวันศุกร์ที่ 11 กันยายน โดยล่าสุดตลาดยังให้น้ำหนักประมาณ 57% ต่อความเป็นไปได้ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้
ดังนั้น สัปดาห์นี้ทองคำอาจยังไวต่อการเปลี่ยนแปลงของ Bond Yield ดอลลาร์ และการคาดการณ์ดอกเบี้ย เป็นพิเศษ
หากเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด อาจเพิ่มแรงกดดันต่อทองผ่านความคาดหวังดอกเบี้ยสูง แต่หากตัวเลขเงินเฟ้อชะลอลงอย่างชัดเจน ตลาดอาจลดน้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ย และช่วยให้ทองมีโอกาสฟื้นตัว
วันนี้สหรัฐหยุด Labor Day
วันที่ 7 กันยายนเป็นวัน Labor Day ของสหรัฐ ตลาดการเงินสหรัฐอยู่ในช่วงวันหยุด ทำให้สภาพคล่องบางส่วนอาจต่ำกว่าปกติ และการเคลื่อนไหวระหว่างวันอาจไม่สะท้อนทิศทางเต็มรูปแบบของตลาดจนกว่านักลงทุนสหรัฐจะกลับมาในวันถัดไป
จึงควรระวังทั้ง การแกว่งแคบ และการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วในช่วงที่สภาพคล่องต่ำ
สรุป
ทองคำวันที่ 7 กันยายน 2569 กลับมาอยู่ภายใต้แรงกดดัน หลังตัวเลข NFP สหรัฐแข็งแกร่งกว่าคาดและทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ย Fed
ภาพระยะสั้นยังอ่อนตัว โดย 4,428 ดอลลาร์ เป็นด่านแรกที่ต้องกลับขึ้นให้ได้
ด้านล่างจับตา 4,365–4,363 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นฐานวัดใจสำคัญ หากหลุดลง มีความเสี่ยงต่อไปยัง 4,333 และ 4,303 ดอลลาร์
แต่หากราคากลับขึ้นเหนือ 4,428 ดอลลาร์ได้ จะเริ่มลดแรงกดดันและเปิดโอกาสรีบาวด์หา 4,488–4,491 ดอลลาร์
ภาพวันนี้สรุปสั้น ๆ:
“ต่ำกว่า $4,428 ยังเสี่ยงพักฐาน — $4,363 คือแนวรับวัดใจ”
หมายเหตุ: บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลและมุมมองเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อ ขาย หรือลงทุน ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งและประเมินความเสี่ยงให้เหมาะสม


