ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นแรงในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569 หลังแรงซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในการประมูลอายุ 30 ปีช่วยให้อัตราผลตอบแทนระยะยาวลดลงจากระดับสูง ขณะที่ราคาน้ำมันเริ่มย่อตัวและดอลลาร์อ่อนลงเล็กน้อย ช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดโลหะมีค่า
ช่วงประมาณ 10.46 น. ตามเวลาไทย ราคาอ้างอิงทองคำตลาดโลกเคลื่อนไหวบริเวณ 4,174 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นเกือบ 1% จากวันก่อนหน้า และเป็นการปรับขึ้นต่อเป็นวันที่สอง หลังราคาลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบประมาณสองเดือนเมื่อวันพุธ
ทองขึ้นต่อจากตลาดสหรัฐสู่ตลาดเอเชีย
การฟื้นตัวของราคาทองคำเริ่มขึ้นระหว่างการซื้อขายวันที่ 8 ตุลาคมในสหรัฐ โดย Reuters รายงานว่า Gold Spot อยู่ที่ 4,126.78 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อเวลา 14.16 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.4% ส่วนสัญญาทองคำสหรัฐส่งมอบเดือนธันวาคมปิดที่ 4,157 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.4%
ในช่วงท้ายตลาดสหรัฐ Gold Spot ขยับขึ้นมาใกล้ 4,132 ดอลลาร์ ก่อนเคลื่อนไหวบริเวณ 4,140 ดอลลาร์ในช่วงต้นตลาดเอเชีย และเร่งตัวขึ้นเหนือ 4,150 ดอลลาร์ในช่วงสายของวันที่ 9 ตุลาคม
ลำดับราคาดังกล่าวสะท้อนว่าแรงซื้อไม่ได้เกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นหลังปิดตลาดสหรัฐ แต่ต่อเนื่องเข้าสู่ตลาดเอเชีย หลังแรงกดดันจากยีลด์พันธบัตรและราคาพลังงานเริ่มผ่อนคลายลง
ประมูลพันธบัตร 30 ปีได้รับแรงซื้อดี
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนราคาทองคำคือผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี วงเงิน 22,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งปิดการประมูลที่อัตราผลตอบแทน 5.618% และมีสัดส่วนความต้องการซื้อต่อปริมาณเสนอขาย หรือ bid-to-cover อยู่ที่ 2.54 เท่า
ความต้องการซื้อที่แข็งแกร่งช่วยให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีถอยลงจากบริเวณ 5.7% ขณะที่ยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปีลดลงมาใกล้ระดับ 5.2% ในช่วงท้ายตลาด
การลดลงของยีลด์ช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรลดลง ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองคำจึงลดลงตามไปด้วย
น้ำมันย่อตัวหลังพุ่งแรงในตลาดสหรัฐ
ราคาน้ำมันยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อทั้งทองคำ เงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ย โดยในตลาดสหรัฐเมื่อคืนวันพฤหัสบดี ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดเพิ่มขึ้น 4.1% ที่ 104.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI ซื้อขายใกล้ 91.60 ดอลลาร์ หลังความเสี่ยงด้านการขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและการหยุดผลิตบางส่วนในอ่าวเม็กซิโกสร้างความกังวลด้านอุปทาน
อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าวันศุกร์ในเอเชีย ราคาน้ำมันเริ่มย่อตัว โดยเบรนท์เคลื่อนไหวใกล้ 103.28 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 1% และ WTI อยู่แถว 90.73 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 0.8%
การย่อตัวของน้ำมันช่วยลดแรงกังวลว่าแรงกดดันด้านพลังงานจะผลักเงินเฟ้อและยีลด์ขึ้นต่อในทันที แต่ความเสี่ยงด้านอุปทานยังไม่หมดไป เนื่องจากสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังมีความไม่แน่นอน
ตลาดยังไม่ตัดความเสี่ยงเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคม
แม้ยีลด์พันธบัตรจะลดลงหลังการประมูล แต่ตลาดยังคงประเมินว่านโยบายการเงินสหรัฐมีแนวโน้มอยู่ในระดับเข้มงวดต่อไป
Christopher Waller ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐระบุว่า เฟดอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่ยังมีความยืดหยุ่นเรื่องจังหวะการปรับขึ้น และไม่ได้ปิดโอกาสที่จะพักการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม
ข้อมูลจาก CME FedWatch สะท้อนว่าตลาดให้น้ำหนักเพียงประมาณ 17.7% ต่อการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม หรือคิดเป็นโอกาสราว 82% ที่เฟดจะคงดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมยังอยู่สูงกว่า 80%
สถานการณ์นี้ทำให้ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากยีลด์ที่ลดลงในระยะสั้น แต่ยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐในช่วงปลายปี
ตลาดแรงงานยังอยู่ในภาวะจ้างงานช้า แต่ปลดคนน้อย
ข้อมูลแรงงานสหรัฐล่าสุดระบุว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงมาอยู่ที่ 197,000 ราย ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการต่อเนื่องเพิ่มขึ้นเป็น 1.716 ล้านราย
ตัวเลขดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ภาพรวมจึงยังสะท้อนตลาดแรงงานที่บริษัทต่าง ๆ ชะลอการจ้างงานใหม่ แต่ยังไม่มีการปลดพนักงานในวงกว้าง
ตลาดจะติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเบื้องต้นจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนในเวลา 21.00 น. ตามเวลาไทย โดยเฉพาะข้อมูลคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภค ซึ่งอาจมีผลต่อการเคลื่อนไหวของดอลลาร์และยีลด์พันธบัตร
หนี้สหรัฐและการซื้อทองของธนาคารกลางยังเป็นแรงหนุนภาพใหญ่
นอกจากการเปลี่ยนแปลงของยีลด์ในระยะสั้น ตลาดยังให้ความสนใจกับระดับหนี้รัฐบาลสหรัฐและการกระจายเงินสำรองของธนาคารกลางทั่วโลก
Kenny Zhu ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์การลงทุนของ Sprott ระบุว่า กองทุน ETF ทองคำยังมีเงินไหลเข้าสุทธิ แม้ยีลด์พันธบัตรจะอยู่ในระดับสูง ขณะที่สัดส่วนสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ในทุนสำรองของธนาคารกลางหลายแห่งมีแนวโน้มลดลง เมื่อเทียบกับสัดส่วนทองคำที่เพิ่มขึ้น
ข้อมูลล่าสุดจาก World Gold Council ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิ 39 ตันในเดือนสิงหาคม โดยจีน อุซเบกิสถาน และโปแลนด์เป็นผู้ซื้อรายสำคัญ ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ประมาณ 170 ตัน
แรงซื้อจากธนาคารกลางเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างของตลาด และไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมดของการขึ้นลงรายชั่วโมง แต่ช่วยรองรับความต้องการทองคำในช่วงที่ตลาดกังวลเรื่องหนี้สาธารณะ เงินเฟ้อ และเสถียรภาพของสกุลเงิน
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ปรับขึ้นใกล้ 4,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีได้รับแรงซื้อแข็งแกร่ง ช่วยดึงยีลด์ระยะยาวลงจากระดับสูง ขณะที่ราคาน้ำมันย่อตัวและดอลลาร์อ่อนลงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังให้น้ำหนักสูงต่อโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ทำให้แนวโน้มดอกเบี้ยและยีลด์ยังเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับตลาดทองคำ ส่วนคืนนี้ นักลงทุนจะติดตามความเชื่อมั่นผู้บริโภคและคาดการณ์เงินเฟ้อของสหรัฐในเวลา 21.00 น. ตามเวลาไทย
สำหรับราคาทองคำในประเทศ การเปลี่ยนแปลงระหว่างวันยังขึ้นอยู่กับทั้ง Gold Spot และค่าเงินบาท จึงอาจเคลื่อนไหวไม่เท่ากับราคาทองคำโลกในรูปดอลลาร์
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนหรือการชักชวนให้ซื้อขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ
แหล่งข้อมูลประกอบ: Reuters, Kitco News, Trading Economics, FXStreet, World Gold Council, CME FedWatch และข้อมูลตลาดโลหะมีค่า


