ราคาทองคำโลกฟื้นตัวกลับมาเหนือ 4,130 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการซื้อขายช่วงเช้าวันพฤหัสบดี หลังร่วงลงแรงในตลาดสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา เมื่อรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐสะท้อนว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังเห็นว่าการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในสิ้นปีอาจมีความเหมาะสม
Gold Spot ณ เวลาประมาณ 11.40 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย เคลื่อนไหวบริเวณ 4,131.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นประมาณ 21.50 ดอลลาร์ หรือ 0.52% โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่างวันประมาณ 4,102.90–4,144.30 ดอลลาร์
แม้ทองคำฟื้นจากจุดต่ำสุดช่วงเช้า แต่ราคายังอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวที่อยู่ในระดับสูง เงินดอลลาร์แข็งค่า และความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน
ทองร่วง 1.3% ในตลาดสหรัฐ
ราคาทองคำสปอตปรับตัวลงมาใกล้ 4,109.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดสหรัฐวันพุธ ลดลงประมาณ 1.28% ขณะที่สัญญาทองคำเดือนใกล้สุดปิดลดลง 1.1% ที่ 4,113.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แรงขายเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนการเผยแพร่รายงานประชุมเฟด เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะประมาณ 5.36% ประกอบกับดัชนีดอลลาร์กลับมาแข็งค่าเหนือ 102 จุด
หลังรายงานประชุมเฟดเผยแพร่ ราคาทองยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำของวัน ก่อนฟื้นตัวบางส่วนในตลาดเอเชียเช้าวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากการชะลอลงของยีลด์ระยะยาวและแรงซื้อกลับหลังราคาปรับลงแรง
เฟดเห็นพ้องขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน
รายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดวันที่ 15–16 กันยายน ระบุว่า กรรมการทุกคนสนับสนุนการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มสู่กรอบ 3.75%–4.00%
กรรมการเฟดเห็นว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่งและตลาดแรงงานยังอยู่ใกล้ภาวะการจ้างงานเต็มศักยภาพ
เจ้าหน้าที่หลายรายมองว่าการกำหนดเส้นทางดอกเบี้ยในระดับสูงขึ้นเป็นแนวทางที่รอบคอบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะอยู่เหนือเป้าหมายนานกว่าคาด จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งหรือผลกระทบด้านอุปทานเพิ่มเติม
เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังมองขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้
ประเด็นสำคัญจากรายงานประชุมคือ เจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่ประเมินว่า การขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปี 2569 มีแนวโน้มเหมาะสม แต่ย้ำว่าการตัดสินใจในการประชุมแต่ละครั้งจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ แนวโน้มเงินเฟ้อ และสมดุลความเสี่ยงในขณะนั้น
ตลาดการเงินยังให้น้ำหนักสูงว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27–28 ตุลาคม หลังตัวเลขการจ้างงานเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง และมีการปรับลดตัวเลขเดือนกรกฎาคมกับสิงหาคมรวม 60,000 ตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมยังอยู่ใกล้ 78% สะท้อนว่าตลาดยังไม่ตัดโอกาสการคุมเข้มนโยบายเพิ่มเติมภายในปีนี้
เฟดจับตาเงินเฟ้อจากพลังงานและการลงทุนด้าน AI
รายงานประชุมระบุว่า ความเสี่ยงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อยังโน้มไปทางด้านสูง โดยราคาน้ำมันและผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังสร้างแรงกดดันต่อต้นทุน
เจ้าหน้าที่หลายรายกังวลว่า หากราคาพลังงานอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในบางภาคธุรกิจอาจกระจายไปสู่ราคาสินค้าและบริการประเภทอื่น รวมถึงส่งผลต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อและการกำหนดค่าจ้าง
รายงานยังกล่าวถึงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งสนับสนุนการลงทุนภาคธุรกิจและการนำเข้าสินค้าทุนเทคโนโลยี แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เพิ่มความต้องการสินค้าเทคโนโลยี พลังงาน เงินทุน และการออกตราสารหนี้ภาคเอกชน
เจ้าหน้าที่บางส่วนเห็นว่าแรงกดดันต่อราคาสินค้าพื้นฐานจากการลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้น ขณะที่ผลกระทบจากการขึ้นภาษีศุลกากรในอดีตเริ่มลดลง
ยีลด์ 10 ปีแตะ 5.36% ก่อนอ่อนตัว
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะประมาณ 5.36% ก่อนลดลงสู่บริเวณ 5.28% หลังการประมูลพันธบัตรอายุ 10 ปีวงเงิน 39,000 ล้านดอลลาร์ได้รับความต้องการที่แข็งแกร่ง
การประมูลมีอัตราผลตอบแทน 5.30% และอัตราส่วนความต้องการซื้อเทียบกับวงเงินเสนอขาย หรือ bid-to-cover อยู่ที่ 2.77 เท่า ช่วยให้ตลาดพันธบัตรมีเสถียรภาพขึ้นในช่วงท้ายการซื้อขาย
อย่างไรก็ตาม ยีลด์ระยะยาวยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 24 ปี และยังเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ด้านดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ซึ่งเป็นอีกปัจจัยจำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ
น้ำมันกลับมาสูงขึ้นในตลาดเอเชีย
ราคาน้ำมันปิดลดลงในตลาดสหรัฐเมื่อคืน โดย WTI ปิดใกล้ 88.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงประมาณ 1.3% ส่วนเบรนท์ปิดใกล้ 100.20 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 0.4% หลังตลาดให้ความสำคัญกับการฟื้นตัวของการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวสูงขึ้นในตลาดเอเชียเช้าวันนี้ โดย WTI ขยับใกล้ 89.14 ดอลลาร์ และเบรนท์อยู่บริเวณ 101.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลางและความปลอดภัยของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
การฟื้นตัวของราคาน้ำมันทำให้ความเสี่ยงเงินเฟ้อยังไม่หมดไป และอาจทำให้เฟดต้องรักษานโยบายการเงินในระดับเข้มงวดต่อไปนานกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์
จีนซื้อทองเพิ่ม 21 ตันในเดือนกันยายน
ธนาคารกลางจีนรายงานว่าได้ซื้อทองคำเพิ่มประมาณ 21 ตันในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นปริมาณการซื้อรายเดือนสูงสุดในรอบสามปี และเป็นการซื้อทองติดต่อกันเป็นเดือนที่ 23
ปริมาณทองคำสำรองอย่างเป็นทางการของจีนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2,196 ตัน ณ สิ้นเดือนกันยายน สะท้อนว่าความต้องการจากธนาคารกลางยังช่วยจำกัดแรงกดดันด้านลบของตลาด แม้ราคาทองคำระยะสั้นได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยและยีลด์พันธบัตรที่สูง
คืนนี้ติดตามตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน
ตลาดจะติดตามจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดประกาศคืนนี้เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ตลาดคาดการณ์จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการครั้งแรกประมาณ 200,000 ราย เทียบกับ 197,000 รายในสัปดาห์ก่อน
ตัวเลขดังกล่าวจะเป็นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะตลาดแรงงาน หลังรายงานการจ้างงานเดือนกันยายนออกมาอ่อนกว่าคาด และอาจมีผลต่อการประเมินว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนธันวาคมหรือไม่
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีวงเงิน 22,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อประเมินความต้องการพันธบัตรระยะยาวและทิศทางอัตราผลตอบแทน
สรุปข่าวทองคำวันนี้
Gold Spot ฟื้นกลับมาเหนือ 4,130 ดอลลาร์ในช่วงสายวันนี้ หลังร่วงลงประมาณ 1.3% ในตลาดสหรัฐและลงแตะจุดต่ำระหว่างวันใกล้ 4,103 ดอลลาร์
รายงานประชุมเฟดยืนยันว่า กรรมการทุกคนสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน และเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปีอาจมีความเหมาะสม เนื่องจากเงินเฟ้อยังสูง เศรษฐกิจขยายตัวแข็งแกร่ง และความเสี่ยงจากราคาพลังงานยังไม่คลี่คลาย
แม้ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางจีนช่วยพยุงตลาด แต่ยีลด์ระยะยาว เงินดอลลาร์ และความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคมยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดติดตาม
หมายเหตุ: ราคาทองคำเป็นข้อมูล ณ เวลาประมาณ 11.40 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามภาวะตลาด
ข้อจำกัดความรับผิด: เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่งและพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ
แหล่งข้อมูลประกอบ: Federal Reserve, Kitco News, FXStreet, Trading Economics, Investing.com และ GOLD.in.th


