ราคาทองคำโลกเปิดสัปดาห์ด้วยความผันผวน หลัง Gold Spot ปรับขึ้นไปบริเวณ 4,155 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงต้นตลาดเอเชีย ก่อนเผชิญแรงขายและอ่อนกลับมาใกล้ 4,135 ดอลลาร์ ท่ามกลางการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ยังอยู่ในระดับสูง
ข้อมูลจาก Kitco ณ เวลา 12.32 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย ระบุว่า ราคาทองคำอยู่ที่ประมาณ 4,135.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 5.30 ดอลลาร์ หรือ 0.13% จากราคาปิดก่อนหน้า ขณะที่ Trading Economics รายงานราคาใกล้เคียงกันที่ประมาณ 4,137 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ตลาดทองคำรอติดตามดัชนี ISM ภาคบริการของสหรัฐประจำเดือนกันยายน ซึ่งจะประกาศเวลา 21.00 น. คืนนี้ตามเวลาประเทศไทย เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ แรงกดดันด้านราคา และแนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ
ทองเด้งช่วงต้นตลาด ก่อนอ่อนกลับกว่า $20
Gold Spot ปรับขึ้นประมาณ 0.3% สู่บริเวณ 4,155.78 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงต้นตลาดเอเชีย โดยได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเงินเฟ้อ PCE และรายงานการจ้างงานสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อเฟดในการขึ้นดอกเบี้ยเดือนตุลาคม
อย่างไรก็ตาม ราคาทองไม่สามารถรักษาแรงบวกไว้ได้ และอ่อนตัวลงมาบริเวณ 4,135 ดอลลาร์ในช่วงใกล้เที่ยงตามเวลาประเทศไทย เมื่อเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าและนักลงทุนรอข้อมูลภาคบริการสหรัฐคืนนี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องจากคืนวันศุกร์ ซึ่งราคาทองพุ่งขึ้นเหนือ 4,200 ดอลลาร์ทันทีหลังการประกาศตัวเลขจ้างงาน ก่อนถูกขายกลับลงมาปิดสัปดาห์ใกล้ 4,140 ดอลลาร์
ดอลลาร์แข็งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดรอบ 18 เดือน
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ หรือ DXY ปรับขึ้นประมาณ 0.42% มาอยู่ใกล้ 102.36 จุดในช่วงตลาดเอเชีย หลังจากสัปดาห์ก่อนดัชนีเคยแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2568
การแข็งค่าของเงินดอลลาร์เพิ่มแรงกดดันต่อทองคำ เนื่องจากทำให้ทองคำที่ซื้อขายเป็นสกุลดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น
FXStreet รายงานว่า แม้ข้อมูลแรงงานที่อ่อนตัวจะช่วยจำกัดการปรับลงของทองคำ แต่เงินดอลลาร์ที่กลับมาแข็งค่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Gold Spot ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่า 4,150 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันจันทร์
ยีลด์ระยะยาวยังอยู่ใกล้ 5.3%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปียังเคลื่อนไหวใกล้ 5.28–5.29% หลังจากสัปดาห์ก่อนเคยขึ้นไปใกล้ 5.35% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่าสองทศวรรษ
รายงานการจ้างงานที่อ่อนกว่าคาดเคยกดให้ยีลด์ 10 ปีลดลงต่ำกว่า 5.17% ในช่วงแรก แต่ยีลด์พลิกกลับขึ้นมาบริเวณ 5.28% ในเวลาต่อมา สะท้อนว่าตลาดยังคงกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ปริมาณการออกพันธบัตร และภาระหนี้ภาครัฐของสหรัฐ
ยีลด์ที่สูงเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย และต้องแข่งขันกับพันธบัตรรัฐบาลที่ให้ผลตอบแทนมากขึ้น
ตลาดลดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนตุลาคม
ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดประมาณ 90,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานขยับขึ้นจาก 4.1% เป็น 4.2% และค่าจ้างเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% จากเดือนก่อน
ข้อมูลดังกล่าวทำให้ตลาดประเมินโอกาสประมาณ 80% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27–28 ตุลาคม แต่ยังให้น้ำหนักราว 69% ต่อความเป็นไปได้ที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม
นักวิเคราะห์ของ ABN Amro ซึ่งให้ความเห็นกับ FXStreet ระบุว่า ภาวะตลาดแรงงานที่อ่อนลงช่วยลดแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม แต่ความเสี่ยงที่ราคาพลังงานจะส่งผ่านไปยังเงินเฟ้ออาจทำให้เฟดยังพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ทั้งนี้เป็นความเห็นของสถาบันดังกล่าว ไม่ใช่ข้อสรุปของ GOLD.in.th
คืนนี้จับตา ISM ภาคบริการเวลา 21.00 น.
ตลาดรอรายงานดัชนี ISM Services PMI เดือนกันยายน ซึ่งมีกำหนดประกาศเวลา 10.00 น. ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ตลาดคาดว่าดัชนีอาจอยู่บริเวณ 55.0 จุด ลดลงเล็กน้อยจาก 55.4 จุดในเดือนสิงหาคม แต่ยังสูงกว่าระดับ 50 จุดที่แบ่งระหว่างการขยายตัวและหดตัวของกิจกรรมภาคบริการ
นอกจากดัชนีรวม ตลาดจะให้ความสำคัญกับองค์ประกอบด้านการจ้างงานและราคาที่ภาคธุรกิจจ่าย โดยเดือนสิงหาคม ดัชนีการจ้างงานภาคบริการอยู่ที่ 47.4 จุด ขณะที่ดัชนีราคาจ่ายอยู่ที่ 70.3 จุด
ตัวเลขดังกล่าวมีความสำคัญ หลังรายงานจ้างงานเดือนกันยายนสะท้อนว่าตลาดแรงงานเริ่มชะลอตัว แต่แรงกดดันด้านราคายังเป็นปัจจัยที่เฟดต้องติดตาม
น้ำมันอ่อนตัว แต่ยังอยู่เหนือ $100
ราคาน้ำมันอ่อนตัวในช่วงเปิดสัปดาห์ โดย WTI เคลื่อนไหวใกล้ 90.17–90.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน Brent อยู่บริเวณ 101.48–101.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยบรรเทาความกังวลด้านเงินเฟ้อบางส่วน แต่ระดับ Brent ที่ยังสูงกว่า 100 ดอลลาร์ รวมถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ตลาดยังคงจับตาความเสี่ยงด้านพลังงานอย่างใกล้ชิด
FXStreet รายงานว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน รวมถึงสถานการณ์รัสเซีย–ยูเครน ยังช่วยหนุนความต้องการเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์จะสร้างความต้องการทองคำบางส่วนเช่นกัน
ตลาดรอรายงานประชุมเฟดกลางสัปดาห์
หลังการประกาศ ISM ภาคบริการ ตลาดจะติดตามรายงานการประชุม FOMC เดือนกันยายน ซึ่งจะเปิดเผยในวันพุธที่ 7 ตุลาคม เวลา 14.00 น. ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 01.00 น. ของเช้าวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคมตามเวลาประเทศไทย
รายงานดังกล่าวจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตัดสินใจของเฟดที่ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนกันยายน รวมถึงความคิดเห็นของกรรมการเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และความเสี่ยงในตลาดแรงงาน
อย่างไรก็ตาม รายงานประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานเดือนกันยายน นักลงทุนจึงต้องพิจารณาร่วมกับข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาภายหลัง
สรุปข่าวทองคำวันนี้
Gold Spot เด้งขึ้นสู่บริเวณ 4,155 ดอลลาร์ในช่วงต้นตลาดเอเชีย ก่อนอ่อนกลับมาใกล้ 4,135 ดอลลาร์ ณ เวลา 12.32 น. ตามเวลาประเทศไทย หลังดอลลาร์แข็งค่าขึ้นใกล้ระดับสูงสุดรอบ 18 เดือน และยีลด์พันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปียังอยู่ใกล้ 5.3%
ข้อมูลแรงงานที่อ่อนกว่าคาดทำให้ตลาดลดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม แต่ยังไม่สามารถสร้างแรงซื้อทองคำได้ต่อเนื่อง เนื่องจากตลาดยังคงกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และความเป็นไปได้ที่เฟดอาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
คืนนี้ตลาดจะติดตามดัชนี ISM ภาคบริการเวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยเฉพาะองค์ประกอบด้านการจ้างงานและราคาจ่าย ซึ่งอาจส่งผลต่อเงินดอลลาร์ ยีลด์พันธบัตร และราคาทองคำในช่วงตลาดสหรัฐ
หมายเหตุ: ราคาทองคำเป็นข้อมูล ณ เวลา 12.32 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามภาวะตลาด
ข้อจำกัดความรับผิด: เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่งและพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเอง
แหล่งข้อมูลประกอบ: Kitco, FXStreet, Trading Economics, Investing.com, Associated Press, Institute for Supply Management และ GOLD.in.th


