ราคาทองคำโลกฟื้นตัวกลับมาใกล้ระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าวันศุกร์ หลังเผชิญแรงขายในตลาดสหรัฐเมื่อคืน โดยราคา Gold Spot ณ เวลา 08.30 น. ตามเวลาประเทศไทย เคลื่อนไหวบริเวณ 4,295 ดอลลาร์ต่อออนซ์
การฟื้นตัวในตลาดเอเชียเกิดขึ้นหลังราคาทองคำสปอตอ่อนลงมาอยู่ใกล้ 4,274.70 ดอลลาร์ในช่วงท้ายตลาดสหรัฐ หรือลดลงประมาณ 0.26% จากวันก่อนหน้า ก่อนมีแรงซื้อกลับราว 20 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันนี้
แม้ราคาจะขยับกลับขึ้นมา แต่ตลาดทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่อยู่ในระดับสูง เงินดอลลาร์แข็งค่า และการเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ขณะที่นักลงทุนรอติดตามข้อมูลคำสั่งซื้อสินค้าคงทนและความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐในคืนนี้
ทองถูกกดลงในตลาดสหรัฐ ก่อนฟื้นช่วงเช้าเอเชีย
ราคาทองคำและโลหะเงินปรับตัวลงในช่วงท้ายตลาดสหรัฐวันพฤหัสบดี โดย Gold Spot เคลื่อนไหวใกล้ 4,274.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่โลหะเงินอยู่บริเวณ 63.67 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แรงกดดันสำคัญมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 5.1% ประกอบกับดัชนีดอลลาร์ที่อยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบสองเดือน
ภาวะดังกล่าวเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ย และทำให้ตลาดยังระมัดระวังต่อแนวโน้มนโยบายการเงินของสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ช่วงเช้าของตลาดเอเชีย ราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวกลับมาอยู่บริเวณ 4,295 ดอลลาร์ สะท้อนว่าแรงขายระยะสั้นชะลอลงบางส่วน แต่ราคายังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 4,300 ดอลลาร์
ตัวเลขแรงงานและตลาดบ้านสหรัฐแข็งกว่าคาด
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ประกาศเมื่อคืนเพิ่มความคาดหวังว่าเศรษฐกิจยังสามารถรองรับอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงได้
กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 19 กันยายน ลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ 197,000 ราย จากตัวเลขสัปดาห์ก่อนหน้าที่ปรับใหม่เป็น 198,000 ราย
ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ และสะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังไม่มีสัญญาณอ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว
ด้านยอดขายบ้านใหม่เดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 6.4% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 684,000 หลังต่อปี จากตัวเลขเดือนกรกฎาคมที่ปรับใหม่เป็น 643,000 หลังต่อปี
ข้อมูลแรงงานและตลาดที่อยู่อาศัยซึ่งออกมาค่อนข้างแข็งแกร่ง ทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสะท้อนโอกาสประมาณสองในสามถึงราว 70% สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม
น้ำมันสูงเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ราคาน้ำมันยังเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดทองคำติดตาม หลังการเจรจาเกี่ยวกับสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเส้นทางขนส่งพลังงานในตะวันออกกลางยังคงอยู่
น้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวใกล้ 105.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI อยู่ใกล้ 94.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงท้ายตลาดสหรัฐ
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อาจช่วยพยุงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน แต่ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อ พร้อมสนับสนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและความคาดหวังเรื่องการคุมเข้มนโยบายการเงิน ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำอีกทางหนึ่ง
ตลาดรอ Durable Goods และความเชื่อมั่นผู้บริโภค
ข้อมูลสำคัญที่ตลาดติดตามในวันนี้ ได้แก่ คำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐเดือนสิงหาคม ซึ่งมีกำหนดประกาศเวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ตลาดคาดว่าคำสั่งซื้อสินค้าคงทนอาจลดลงประมาณ 0.3% จากเดือนก่อนหน้า หลังเพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่คำสั่งซื้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมสินค้าหมวดขนส่งถูกคาดว่าจะยังขยายตัว
ต่อมาเวลา 21.00 น. จะมีการประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฉบับสุดท้ายของมหาวิทยาลัยมิชิแกนประจำเดือนกันยายน หลังตัวเลขเบื้องต้นลดลงจาก 51.7 ในเดือนสิงหาคมมาอยู่ที่ 47.8
ตลาดจะให้ความสำคัญกับข้อมูลคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคควบคู่กัน เนื่องจากตัวเลขที่อยู่ในระดับสูงอาจเพิ่มความกังวลว่าเฟดจำเป็นต้องคงนโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป
ระดับราคาที่ตลาดติดตาม
ราคาทองคำฟื้นขึ้นมาเคลื่อนไหวใกล้ 4,295 ดอลลาร์ในช่วงเช้า ทำให้ระดับ 4,300 ดอลลาร์กลับมาเป็นพื้นที่สำคัญที่ตลาดติดตาม
ข้อมูลตลาดในช่วงก่อนหน้าระบุพื้นที่ด้านบนบริเวณ 4,311–4,347 ดอลลาร์ ส่วนพื้นที่ด้านล่างที่ตลาดเคยตอบสนองอยู่ใกล้ 4,252 ดอลลาร์
ระดับราคาดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายทองคำหรือสินทรัพย์ใด ๆ
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำฟื้นกลับมาบริเวณ 4,295 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 หลังอ่อนลงมาอยู่ใกล้ 4,274.70 ดอลลาร์ในช่วงท้ายตลาดสหรัฐ
การฟื้นตัวประมาณ 20 ดอลลาร์ช่วยให้ราคากลับเข้าใกล้ 4,300 ดอลลาร์อีกครั้ง แต่ยังไม่ทำให้ปัจจัยแวดล้อมของตลาดเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เนื่องจากยีลด์พันธบัตรสหรัฐ เงินดอลลาร์แข็ง และความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมยังเป็นแรงกดดัน
ทิศทางตลาดในช่วงต่อไปจึงขึ้นอยู่กับข้อมูลคำสั่งซื้อสินค้าคงทนและความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐในคืนนี้ รวมถึงความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ
หมายเหตุ: ราคาทองคำข้างต้นเป็นข้อมูล ณ เวลา 08.30 น. วันที่ 25 กันยายน 2569 ตามเวลาประเทศไทย ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามภาวะตลาด
ข้อจำกัดความรับผิด: เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ
แหล่งข้อมูลประกอบ: Kitco News, Trading Economics, U.S. Department of Labor, U.S. Census Bureau, University of Michigan และ GOLD.in.th


