ราคาทองคำโลกเคลื่อนไหวเหนือ 4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569
หลังฟื้นตัวเกือบ 2% ในการซื้อขายวันก่อนหน้า โดยราคาน้ำมันที่ลดลง ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ถอยจากระดับสูง ช่วยลดแรงกดดันต่อโลหะมีค่า
ข้อมูลจาก Trading Economics ระบุว่า Gold Spot อยู่ใกล้ 4,351.63 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นประมาณ 0.24% จากวันก่อนหน้า หลังราคาทองคำดีดกลับจากระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6 สัปดาห์ที่เกิดขึ้นภายหลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ
ด้าน Kitco รายงานว่า ราคาทองคำสปอตช่วงปลายตลาดสหรัฐวันพฤหัสบดีอยู่บริเวณ 4,341.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 1.83% ส่วนราคาสัญญาทองคำเดือนธันวาคมปิดที่ 4,346.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ตัวเลขแต่ละแหล่งอาจต่างกันตามช่วงเวลาบันทึก ราคาเสนอซื้อขาย และประเภทสัญญาที่ใช้ แต่ต่างสะท้อนทิศทางเดียวกันว่าทองคำฟื้นตัวอย่างชัดเจนหลังถูกขายหนักในวันก่อนหน้า
น้ำมันลดลง ช่วยคลายความกังวลเงินเฟ้อ
แรงหนุนสำคัญของทองคำมาจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงต่อเนื่อง หลังตลาดประเมินความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลางลดลงบางส่วน
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดตลาดวันพฤหัสบดีที่ 101.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 104.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียกำลังเร่งฟื้นฟูความสามารถในการขนส่งน้ำมันผ่านท่อ East-West และจัดหาเส้นทางส่งออกเพิ่มเติมผ่านโอมาน
ในช่วงเช้าวันศุกร์ ราคาน้ำมันยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับปิดดังกล่าว โดย WTI อยู่ใกล้ 101 ดอลลาร์ และเบรนท์อยู่บริเวณ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
การอ่อนตัวของน้ำมันช่วยลดความกังวลว่าเงินเฟ้อจากพลังงานจะเร่งตัวจนทำให้เฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยเร็วและแรงกว่าเดิม ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยลดแรงกดดันต่อทองคำในระยะสั้น
บอนด์ยีลด์สหรัฐถอยต่ำกว่า 5%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีลดลงมาใกล้ 4.93% จากระดับประมาณ 5.01% ในช่วงปลายวันพุธ หลังเคลื่อนไหวเหนือ 5% ระหว่างสัปดาห์
เมื่อบอนด์ยีลด์ลดลง ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำซึ่งไม่มีดอกเบี้ยจะลดลงตามไปด้วย ขณะเดียวกัน ดอลลาร์ที่อ่อนค่าจากระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ยังช่วยให้ราคาทองคำในสกุลเงินอื่นมีภาระลดลง
การเปลี่ยนแปลงของน้ำมัน ยีลด์ และดอลลาร์จึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดทองคำฟื้นตัว แม้เฟดยังคงส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงิน
ตลาดยังประเมินผลจากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด
เฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่กรอบ 3.75–4.00% ในการประชุมวันที่ 16 กันยายน นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบประมาณ 3 ปี
ถ้อยแถลงหลังการประชุมระบุว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ประมาณการของเจ้าหน้าที่เฟดยังสะท้อนโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในสิ้นปีนี้
ท่าทีดังกล่าวส่งผลให้ทองคำถูกขายลงอย่างรวดเร็วหลังทราบผลประชุม ก่อนจะฟื้นตัวในวันพฤหัสบดีเมื่อราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์เริ่มลดลง
ข้อมูลจาก Trading Economics ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักประมาณ 53% ต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนตุลาคม การเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังนี้ยังอาจทำให้ราคาทองคำ ดอลลาร์ และพันธบัตรผันผวนต่อไป
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาคละกัน
กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 10,000 ราย มาอยู่ที่ 196,000 รายในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 12 กันยายน ส่วนค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ลดลงเหลือ 203,250 ราย
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังไม่อ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว และอาจสนับสนุนเหตุผลของเฟดในการรักษานโยบายการเงินที่เข้มงวด
อย่างไรก็ตาม ภาคที่อยู่อาศัยยังมีสัญญาณชะลอตัว โดยยอดเริ่มสร้างบ้านเดือนสิงหาคมลดลง 2.6% จากเดือนก่อน สู่ระดับปรับฤดูกาลรายปี 1.275 ล้านยูนิต ขณะที่ยอดขออนุญาตก่อสร้างลดลง 2.7% เหลือ 1.394 ล้านยูนิต
ส่วนยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก่อน แต่ยังลดลง 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านระดับสูงยังจำกัดกิจกรรมในตลาดอสังหาริมทรัพย์
หนี้สหรัฐยังเป็นประเด็นระยะยาวของตลาดทอง
เจฟฟ์ ซาร์ตี ผู้บริหารของ Morton Wealth ให้ความเห็นผ่าน Kitco ว่า ภาระหนี้รัฐบาลสหรัฐและความต้องการระดมทุนจำนวนมากอาจยังเป็นประเด็นที่ตลาดพันธบัตรและตลาดทองคำต้องติดตามในระยะยาว
ความเห็นดังกล่าวเป็นมุมมองของผู้ให้สัมภาษณ์ ไม่ใช่ข้อสรุปเกี่ยวกับทิศทางราคา อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของหนี้สาธารณะ ต้นทุนดอกเบี้ย และความต้องการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่อาจส่งผลต่อดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และความต้องการถือครองทองคำในอนาคต
ประเด็นที่ตลาดทองคำติดตามต่อ
ตลาดยังจับตาทิศทางราคาน้ำมันและสถานการณ์ตะวันออกกลาง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนพลังงานอาจส่งผลโดยตรงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของเฟด
นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันศุกร์ หลังตลาดคาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจปรับดอกเบี้ยขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจกระทบตลาดพันธบัตร อัตราแลกเปลี่ยน และกระแสเงินทุนทั่วโลก
สำหรับสหรัฐ ตลาดจะประเมินข้อมูลเศรษฐกิจชุดต่อไปควบคู่กับถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อหาความชัดเจนว่าการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนจะตามมาด้วยการปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนตุลาคมหรือปลายปีหรือไม่
ระดับราคาที่ตลาดติดตาม
หลังทองคำกลับมายืนเหนือ 4,350 ดอลลาร์ ตลาดติดตามพื้นที่ 4,340–4,350 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นบริเวณที่ราคาเคลื่อนไหวในช่วงปลายตลาดสหรัฐและเช้าวันศุกร์
ด้านบน ตลาดติดตามบริเวณ 4,360 ดอลลาร์และพื้นที่ใกล้ 4,400 ดอลลาร์ ส่วนด้านล่าง ระดับ 4,300 ดอลลาร์ยังเป็นจุดอ้างอิงทางจิตวิทยาที่สำคัญ หลังราคาเคลื่อนไหวผ่านระดับดังกล่าวหลายครั้งในสัปดาห์นี้
ระดับราคาดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายทองคำหรือสินทรัพย์ใด ๆ
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำโลกฟื้นตัวและยืนเหนือ 4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าวันที่ 18 กันยายน 2569 หลังราคาน้ำมันลดลง บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปีถอยมาใกล้ 4.93% และดอลลาร์อ่อนค่าจากระดับสูง
อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากนโยบายการเงินยังไม่หมดไป หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยสู่กรอบ 3.75–4.00% และส่งสัญญาณว่าอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง
ทิศทางของทองคำในระยะถัดไปจึงยังขึ้นอยู่กับราคาพลังงาน บอนด์ยีลด์ ดอลลาร์ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ และการประเมินจังหวะปรับดอกเบี้ยครั้งต่อไปของเฟด
หมายเหตุ
เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ
แหล่งข้อมูล
- Kitco News
- Trading Economics
- FXStreet
- U.S. Department of Labor
- U.S. Census Bureau
- National Association of Realtors
- GOLD.in.th


