ราคาทองคำตลาดโลกผันผวนแรงหลังธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาด พร้อมเปิดเผยประมาณการที่สะท้อนว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่มองว่าอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้
ทองคำสปอตอ่อนตัวลงแตะบริเวณ 4,256–4,258 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ระหว่างการแถลงข่าวของประธานเฟด ก่อนฟื้นกลับมาเคลื่อนไหวใกล้ 4,284 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันที่ 17 กันยายน 2569 ตามเวลาไทย
แม้ราคาจะฟื้นจากจุดต่ำ แต่ยังอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนการประชุม ขณะที่ดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น หลังตลาดรับรู้ท่าทีที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อของเฟด
เฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ 12–0 ให้ปรับขึ้นกรอบอัตราดอกเบี้ย Federal Funds Rate จำนวน 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 3.75–4.00%
การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 โดยเฟดระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง การใช้จ่ายภายในประเทศมีความยืดหยุ่น ผลิตภาพและการลงทุนยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่อัตราว่างงานเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย
เฟดยังระบุว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และการปรับนโยบายครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% ได้เร็วขึ้น
เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่มองว่าอาจต้องขึ้นอีกครั้ง
ประมาณการเศรษฐกิจฉบับใหม่ของเฟดระบุค่ากลางของอัตราดอกเบี้ยปลายปี 2569 ที่ 4.1% สูงกว่าระดับหลังการประชุมครั้งล่าสุด และสอดคล้องกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกประมาณ 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์
รายงานของ Kitco ซึ่งอ้างอิงชุดประมาณการดังกล่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ 16 จาก 18 คนที่ส่งประมาณการมองว่าอัตราดอกเบี้ยปลายปีควรอยู่สูงกว่าระดับปัจจุบัน เทียบกับเพียง 6 คนในการประมาณการรอบเดือนมิถุนายน
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของเฟดไม่ได้ให้แนวทางล่วงหน้าอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการประชุมครั้งถัดไป การตัดสินใจยังขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ในระยะต่อไป
ท่าทีต่อเงินเฟ้อกดดันทองคำ
หลังเฟดประกาศมติ ราคาทองคำยังประคองตัวเหนือ 4,300 ดอลลาร์ได้ในช่วงแรก และเคลื่อนไหวบริเวณ 4,310 ดอลลาร์ ก่อนเผชิญแรงขายระหว่างการแถลงข่าวของเควิน วอร์ช ประธานเฟด
วอร์ชย้ำว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน และข้อมูลในช่วงฤดูร้อนยังไม่แสดงให้เห็นว่าแรงกดดันด้านราคาลดลงเพียงพอ พร้อมระบุว่าเฟดจะให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพราคา
ท่าทีดังกล่าวทำให้ตลาดประเมินว่า การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงมาตรการครั้งเดียว ส่งผลให้ทองคำลดลงมาบริเวณ 4,256.50 ดอลลาร์ ก่อนเคลื่อนไหวแถว 4,261.80 ดอลลาร์ในช่วงปลายตลาดสหรัฐ
ดอลลาร์และยีลด์ปรับขึ้นหลังประชุม
ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้นมาใกล้ 100.25 หลังการประชุม ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีเพิ่มขึ้นสู่บริเวณ 4.73%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีปิดใกล้ 5.003% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2550 และเพิ่มขึ้นประมาณ 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน
ดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นสร้างแรงกดดันต่อทองคำ เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย และมีต้นทุนสูงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่นเมื่อดอลลาร์แข็งค่า
ยอดค้าปลีกสะท้อนเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง
ก่อนการประกาศผลประชุม สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐรายงานว่า ยอดค้าปลีกและบริการอาหารเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 1.2% จากเดือนก่อน สู่ระดับ 773.9 พันล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้น 6.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขเดือนกรกฎาคมได้รับการปรับเป็นลดลง 0.5% จากเดิมที่รายงานว่าลดลง 0.6%
การฟื้นตัวของยอดค้าปลีกสะท้อนว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังมีความยืดหยุ่น และสอดคล้องกับการประเมินของเฟดว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง
น้ำมันลดลงแต่ยังอยู่เหนือ $100
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงหลังมีความพยายามเพิ่มเส้นทางส่งออกน้ำมันผ่านโอมาน ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลด้านอุปทานบางส่วน แม้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเผชิญข้อจำกัด
น้ำมันเบรนท์ลดลง 2.7% ปิดที่ประมาณ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ลดลง 3.2% สู่บริเวณ 102.43 ดอลลาร์
แม้ราคาน้ำมันลดลงจากวันก่อน แต่การที่ราคายังอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อยังเป็นประเด็นที่ตลาดติดตาม
มุมมองระยะยาวยังเชื่อมโยงกับหนี้ภาครัฐ
รายงานความเห็นที่เผยแพร่โดย Kitco ระบุว่า ภาระหนี้รัฐบาลและการขาดดุลงบประมาณในหลายประเทศยังเพิ่มความสนใจต่อสินทรัพย์ที่อยู่นอกระบบหนี้ภาครัฐ โดยทองคำยังได้รับการมองว่าเป็นสินทรัพย์สำรองที่มีสภาพคล่องและมีบทบาทในช่วงที่ตลาดกังวลเรื่องเสถียรภาพทางการเงิน
อย่างไรก็ตาม มุมมองดังกล่าวเป็นการประเมินเชิงโครงสร้างระยะยาว และไม่ได้เปลี่ยนแรงกดดันระยะสั้นจากอัตราดอกเบี้ย ดอลลาร์ และผลตอบแทนพันธบัตรที่เกิดขึ้นหลังการประชุมเฟด
สิ่งที่ตลาดติดตามต่อ
ตลาดจะติดตามข้อมูลผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีภาคการผลิตของเฟดฟิลาเดลเฟีย และข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐ เพื่อประเมินว่าเศรษฐกิจสามารถรองรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นได้มากเพียงใด
นอกจากนี้ ตลาดยังรอข้อมูลเงินเฟ้อชุดถัดไป รวมถึงทิศทางราคาน้ำมัน ดอลลาร์ และผลตอบแทนพันธบัตร เพื่อประเมินว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้หรือไม่
ระดับราคาที่ตลาดติดตาม
ข้อมูลจากบทวิเคราะห์ GOLD.in.th ประจำวันที่ 17 กันยายนระบุว่า ราคาทองคำช่วงเช้าเคลื่อนไหวบริเวณ 4,284 ดอลลาร์ หลังลงไปทดสอบบริเวณ 4,258 ดอลลาร์แล้วฟื้นตัวกลับขึ้นมา
พื้นที่ใกล้ราคาด้านบนที่ตลาดติดตามอยู่บริเวณ 4,289–4,327 ดอลลาร์ ตามด้วย 4,343–4,378 ดอลลาร์ ส่วนพื้นที่ด้านล่างอยู่บริเวณ 4,278–4,258 ดอลลาร์
ระดับราคาดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายทองคำหรือสินทรัพย์ใด ๆ
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำผันผวนแรงหลังเฟดมีมติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่กรอบ 3.75–4.00% พร้อมประมาณการที่สะท้อนว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่มองว่าอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปี 2569
ทองคำลดลงแตะบริเวณ 4,256–4,258 ดอลลาร์ระหว่างการแถลงข่าว ก่อนฟื้นกลับมาใกล้ 4,284 ดอลลาร์ในช่วงเช้า อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์ที่แข็งค่า ยีลด์พันธบัตรสหรัฐใกล้ 5% และท่าทีของเฟดที่ยังให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ตลาดติดตาม
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ
แหล่งข้อมูลประกอบ: Federal Reserve, U.S. Census Bureau, Kitco News, FXStreet, Trading Economics และ GOLD.in.th


