ราคาทองคำเคลื่อนไหวอ่อนตัวเล็กน้อยในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 โดยยังอยู่บริเวณประมาณ 4,340–4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังปรับลดลงต่อเนื่องตลอดช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา
บรรยากาศตลาดถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ความกังวลด้านเงินเฟ้อ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ยังอยู่ในระดับสูง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังช่วยพยุงความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ใช้กระจายความเสี่ยง ส่งผลให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แทนที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
เงินเฟ้อสหรัฐเร่งขึ้นก่อนการประชุม Fed
กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายนว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ PPI เดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อน โดยราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 1.1% ส่วนราคาบริการเพิ่มขึ้น 0.1% สะท้อนว่าแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตยังไม่ลดลงอย่างชัดเจน
ต่อมาในวันศุกร์ที่ 11 กันยายน ดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI เดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบสามเดือน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเมื่อเทียบรายปีอยู่ที่ 3.4% เท่ากับเดือนกรกฎาคม
ส่วน CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 2.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ตลาดประเมินว่า Fed อาจจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ โดยข้อมูลตลาดที่ Reuters รายงานในช่วงเช้าวันนี้สะท้อนความเป็นไปได้ประมาณ 86% ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมรอบนี้
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินจากราคาสัญญาในตลาดและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ใช่ผลการตัดสินใจของ Fed
น้ำมันพุ่งเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแรงในช่วงเปิดตลาดเอเชีย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงาน
Reuters รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นเกือบ 3% สู่บริเวณ 107.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเกิดเหตุโจมตีเพิ่มเติมในภูมิภาคและมีความกังวลเกี่ยวกับความต่อเนื่องของอุปทานน้ำมัน
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนสินค้าและการขนส่ง รวมถึงทำให้เงินเฟ้อลดลงช้ากว่าที่ธนาคารกลางคาดการณ์ ภาวะดังกล่าวส่งผลต่อทองคำในสองด้านพร้อมกัน กล่าวคือ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อาจเพิ่มความต้องการสินทรัพย์ที่ใช้กระจายความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงเงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่สูงขึ้นกลับเป็นแรงกดดันต่อตลาดทองคำ
บอนด์ยีลด์สูง แต่ดอลลาร์ยังไม่แข็งค่ามาก
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงในรอบหลายปี โดยยีลด์อายุ 2 ปี ซึ่งตอบสนองค่อนข้างไวต่อแนวโน้มดอกเบี้ย อยู่บริเวณ 4.61% หลังเพิ่มขึ้นประมาณ 0.26% ในสัปดาห์ก่อน
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐทรงตัวบริเวณ 99.15 แม้ตลาดเพิ่มการคาดการณ์เรื่องการขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากธนาคารกลางประเทศสำคัญอื่นกำลังเผชิญแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเช่นเดียวกัน
ธนาคารกลางยุโรปปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดกำลังติดตามการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษและธนาคารกลางญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของตลาดเงินไม่ได้ขึ้นอยู่กับนโยบายของ Fed เพียงแห่งเดียว
ราคาทองคำเคลื่อนไหวใกล้ 4,350 ดอลลาร์
ข้อมูลตลาดในช่วงเช้าวันที่ 14 กันยายนแสดงให้เห็นว่า ราคาทองคำอยู่บริเวณประมาณ 4,345 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงเพียงเล็กน้อยจากวันก่อน หลังตลาดปรับลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สาม
บริเวณ 4,300–4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์จึงยังเป็นพื้นที่ราคาที่ตลาดติดตามในช่วงก่อนทราบผลประชุม Fed ทั้งนี้ ระดับราคาดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลประกอบภาวะตลาด ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อหรือขาย
สำหรับราคาทองคำในประเทศ นอกจากการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำโลกแล้ว ยังต้องติดตามค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากเงินบาทที่แข็งค่าหรืออ่อนค่าสามารถทำให้การเปลี่ยนแปลงของราคาทองไทยแตกต่างจากตลาดโลกได้
ตลาดจับตาการประชุม Fed วันที่ 15–16 กันยายน
คณะกรรมการนโยบายการเงินของ Fed มีกำหนดประชุมวันที่ 15–16 กันยายน 2569 โดยการประชุมครั้งนี้จะเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยฉบับใหม่ควบคู่กับผลการตัดสินใจ
ประเด็นที่ตลาดติดตามจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงว่า Fed จะปรับอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ แต่ยังรวมถึงเหตุผลของการตัดสินใจ มุมมองต่อเงินเฟ้อ ผลกระทบจากราคาพลังงาน และแนวทางนโยบายในช่วงที่เหลือของปี
ก่อนทราบผลประชุม ราคาทองคำ ดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และน้ำมันอาจเคลื่อนไหวตามข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ตะวันออกกลาง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของการคาดการณ์ดอกเบี้ยในตลาด
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำเช้าวันที่ 14 กันยายน 2569 เคลื่อนไหวอ่อนตัวเล็กน้อยใกล้ 4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ตลาดชั่งน้ำหนักระหว่างความต้องการสินทรัพย์ที่ใช้กระจายความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง กับแรงกดดันจากราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ บอนด์ยีลด์ และความเป็นไปได้ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ปัจจัยสำคัญถัดไปคือผลประชุม Fed ในวันที่ 16 กันยายน รวมถึงประมาณการเศรษฐกิจและสัญญาณเกี่ยวกับแนวทางอัตราดอกเบี้ยหลังจากนี้
Disclaimer: เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ
แหล่งข้อมูลประกอบ: U.S. Bureau of Labor Statistics, Federal Reserve, Reuters, Kitco, Trading Economics, FXStreet และ GOLD.in.th


