ราคาทองคำตลาดโลกประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ขยับขึ้นใกล้ระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และตลาดลดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
แรงหนุนหลักยังมาจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนลงต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทั้งตัวเลขแรงงาน เงินเฟ้อ CPI และ PPI รวมถึงยอดค้าปลีกที่อ่อนกว่าคาด ทำให้นักลงทุนมองว่าเฟดอาจมีเหตุผลมากขึ้นในการคงดอกเบี้ยและรอดูข้อมูลเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดทองคำยังไม่ใช่การขึ้นแบบไร้แรงต้าน เพราะราคายังเผชิญแรงคานจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจทำให้ตลาดกลับมากังวลเงินเฟ้อจากพลังงานได้อีกครั้ง
ปลายสัปดาห์ก่อน: ทองฟื้นหลังยอดค้าปลีกสหรัฐอ่อน
ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำฟื้นตัวหลังสหรัฐรายงานยอดค้าปลีกเดือนกรกฎาคมลดลง 0.6% สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ข้อมูลดังกล่าวทำให้ตลาดมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มมีสัญญาณชะลอลง หลังจากก่อนหน้านี้ข้อมูลแรงงานออกมาอ่อน และข้อมูลเงินเฟ้อ CPI กับ PPI ไม่ได้เร่งขึ้นอย่างที่ตลาดกังวล
เมื่อข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนลงต่อเนื่อง ตลาดจึงลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และช่วยให้ราคาทองคำฟื้นกลับจากแรงขายทำกำไรช่วงก่อนหน้า
ทองยังยืนเหนือ $4,300 หลังย่อจากโซน $4,450
ตลอดสัปดาห์ก่อน ราคาทองคำเคลื่อนไหวผันผวน โดยเริ่มต้นแถว 4,340 ดอลลาร์ ก่อนขยับขึ้นต่อและไปแตะบริเวณ 4,450 ดอลลาร์ หลัง CPI สหรัฐออกมาไม่กดดันตลาดมากนัก
หลังจากนั้นราคาถูกขายทำกำไรลงมาแรง และแตะระดับต่ำใกล้ 4,311 ดอลลาร์ ก่อนมีแรงซื้อกลับในช่วงท้ายสัปดาห์จากข้อมูลยอดค้าปลีกที่อ่อนกว่าคาด
การที่ราคายังกลับมายืนเหนือโซน 4,300 ดอลลาร์ได้ ทำให้ตลาดมองว่าภาพระยะสั้นยังไม่เสีย แม้บริเวณ 4,450–4,500 ดอลลาร์ยังเป็นแนวต้านสำคัญที่ต้องผ่านให้ได้ก่อนจะยืนยันแรงขึ้นรอบใหม่
17 ส.ค.: ดอลลาร์อ่อน หนุนทองเข้าใกล้ $4,400
เข้าสู่วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม ราคาทองคำขยับขึ้นอีกครั้ง โดย Spot Gold เคลื่อนไหวใกล้ 4,390–4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจากมุมมองว่าเฟดอาจยังไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยทันที
ตลาดลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนลง หลังข้อมูลสหรัฐหลายชุดออกมาอ่อนกว่าคาด โดยเฉพาะแรงงาน เงินเฟ้อ และยอดค้าปลีก
สำหรับทองคำ ดอลลาร์ที่อ่อนลงเป็นปัจจัยบวก เพราะทำให้ทองคำที่ซื้อขายด้วยสกุลดอลลาร์มีราคาน่าสนใจขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น ขณะที่ความคาดหวังดอกเบี้ยที่ลดลงช่วยลดต้นทุนโอกาสของการถือครองทองคำ
แต่ฮอร์มุซและน้ำมันยังคานแรงขึ้น
แม้ทองคำจะได้แรงหนุนจากดอลลาร์อ่อนและคาดการณ์ดอกเบี้ยที่ลดลง แต่ตลาดยังไม่ตัดความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อออกทั้งหมด เพราะสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย
ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง หลังความคืบหน้าเรื่องช่องแคบฮอร์มุซและการเจรจาสหรัฐ–อิหร่านยังไม่ชัดเจน ขณะที่ตลาดยังติดตามความเสี่ยงด้านการขนส่งพลังงานในภูมิภาค
หากราคาน้ำมันสูงขึ้นต่อ อาจทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าเงินเฟ้อจากพลังงานจะกดดันเฟดอีกครั้ง และอาจจำกัดแรงขึ้นของทองคำ แม้ข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐจะเริ่มอ่อนลงก็ตาม
Fed Minutes คือจุดโฟกัสกลางสัปดาห์
สัปดาห์นี้ ตลาดทองคำจะจับตารายงานการประชุมเฟด หรือ FOMC Minutes จากการประชุมวันที่ 28–29 กรกฎาคม ซึ่งจะเผยแพร่ในวันพุธ
รายงานดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะการประชุมครั้งก่อนเฟดมีมติคงดอกเบี้ย แต่มีกรรมการบางส่วนสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ตลาดต้องการดูรายละเอียดว่าเจ้าหน้าที่เฟดให้ความสำคัญกับความเสี่ยงเงินเฟ้อ หรือสัญญาณเศรษฐกิจชะลอ มากกว่ากัน
หาก Fed Minutes สะท้อนว่าเฟดเริ่มระมัดระวังต่อเศรษฐกิจมากขึ้น ตลาดอาจลดความกังวลเรื่องดอกเบี้ยเพิ่มเติม และช่วยพยุงทองคำ
แต่หากรายงานยังเน้นความเสี่ยงเงินเฟ้อ โดยเฉพาะจากพลังงานและราคาบริการ ดอลลาร์กับยีลด์พันธบัตรอาจกลับมากดดันทองคำอีกครั้ง
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐสัปดาห์นี้ต้องติดตามต่อ
นอกจาก Fed Minutes แล้ว สัปดาห์นี้ตลาดยังรอข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐหลายชุด ได้แก่ ข้อมูลภาคที่อยู่อาศัย ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ Philadelphia Fed Index และ S&P Global Flash PMI
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังชะลอลงจริงหรือไม่ หลังยอดค้าปลีกและความเชื่อมั่นผู้บริโภคออกมาอ่อนกว่าคาด
หากข้อมูลส่วนใหญ่ยังอ่อนลงต่อ ตลาดอาจมองว่าเฟดมีเหตุผลมากขึ้นในการคงดอกเบี้ย แต่หากข้อมูลกลับมาแข็งแรงกว่าคาด อาจทำให้ตลาดลดความเชื่อมั่นต่อมุมมองเฟดคงดอกเบี้ย และทำให้ทองคำแกว่งตัวมากขึ้น
Sentiment ตลาดยังเอนบวก แต่เริ่มระวังแนวต้าน
ผลสำรวจล่าสุดของ Kitco News Weekly Gold Survey สะท้อนว่าฝั่งนักวิเคราะห์ Wall Street ส่วนใหญ่กลับมาให้น้ำหนักเชิงบวกต่อทองคำในสัปดาห์นี้ ขณะที่นักลงทุนรายย่อย Main Street ยังมีมุมมองบวกเป็นส่วนใหญ่เช่นกัน
แรงหนุนมาจากการที่ตลาดลดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนลงหลายชุด และราคาทองคำสามารถฟื้นกลับเหนือโซน 4,300 ดอลลาร์ได้
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังระวังแนวต้านแถว 4,450–4,500 ดอลลาร์ เพราะเป็นโซนที่ราคาขึ้นไปทดสอบแล้วมีแรงขายทำกำไรออกมาก่อนหน้านี้
กรอบราคาจาก gold.in.th: ยืนเหนือ $4,360 ยังลุ้นทดสอบแนวต้าน
จากบทวิเคราะห์ของ gold.in.th วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ราคาทองคำเช้าวันจันทร์ฟื้นตัวกลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,390 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากย่อตัวในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน และสามารถยืนเหนือโซนสำคัญแถว 4,360 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง
ภาพระยะสั้นเริ่มกลับมาเป็นบวกมากขึ้น โดยจุดสำคัญอยู่ที่บริเวณ 4,360–4,361 ดอลลาร์ หากราคายังรักษาโซนนี้ไว้ได้ โมเมนตัมฝั่งบวกยังมีโอกาสต่อเนื่อง และมีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,412–4,447 ดอลลาร์
หากแรงซื้อผ่านโซน 4,444–4,447 ดอลลาร์ได้ชัดเจน เป้าหมายถัดไปจะอยู่บริเวณ 4,466–4,518 ดอลลาร์
ในทางกลับกัน หากราคากลับลงมาต่ำกว่า 4,360 ดอลลาร์ ความเสี่ยงของการพักฐานจะเพิ่มขึ้น โดยแนวรับถัดไปอยู่บริเวณ 4,324–4,326 ดอลลาร์ และ 4,303–4,308 ดอลลาร์
กรอบราคาดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายทองคำหรือสินทรัพย์ใด ๆ
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ขยับขึ้นใกล้ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า และตลาดลดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน จากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนลงต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังถูกคานด้วยความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่ยังสูง และความไม่แน่นอนเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจทำให้ตลาดกลับมากังวลเงินเฟ้อจากพลังงานได้อีกครั้ง
ระยะสั้น ตลาดจับตาการยืนเหนือ 4,360 ดอลลาร์ หากยังรักษาได้ ราคามีโอกาสทดสอบ 4,412–4,447 ดอลลาร์ แต่หากหลุดต่ำกว่า 4,360 ดอลลาร์ อาจเห็นแรงขายกลับลงมาทดสอบแนวรับ 4,324–4,303 ดอลลาร์
สัปดาห์นี้จุดสำคัญอยู่ที่ Fed Minutes, ข้อมูลภาคที่อยู่อาศัย, Jobless Claims, Philadelphia Fed Index และ Flash PMI สหรัฐ ซึ่งจะช่วยประเมินทิศทางเศรษฐกิจ ดอกเบี้ย ดอลลาร์ และราคาทองคำในช่วงถัดไป
หมายเหตุ:
เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ


















