ราคาทองคำตลาดโลกประจำวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง และยืนเหนือระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังตลาดยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลแรงงานสหรัฐที่อ่อนแอกว่าคาดในสัปดาห์ก่อน ซึ่งทำให้นักลงทุนลดน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
แรงซื้อทองคำยังมาจากความต้องการลงทุนในโลหะมีค่า โดยเฉพาะเงินไหลเข้าจากนักลงทุนสถาบันในจีน และข้อมูลการซื้อทองเพิ่มของธนาคารกลางจีน หรือ PBOC ซึ่งช่วยเสริมภาพว่าความต้องการทองคำเชิงโครงสร้างยังมีอยู่
อย่างไรก็ตาม ตลาดทองคำวันนี้ยังไม่ได้ปลอดแรงกดดันทั้งหมด เพราะราคาน้ำมันกลับมาดีดขึ้นจากความไม่แน่นอนเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าเงินเฟ้อจากพลังงานอาจยังไม่ลดลงเร็ว และอาจทำให้เฟดยังต้องคงท่าทีระมัดระวังต่อดอกเบี้ย
ทองขึ้นต่อ หลังแรงงานสหรัฐอ่อนกดคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ย
แรงหนุนหลักของทองคำยังต่อเนื่องจากข้อมูล Nonfarm Payrolls เดือนกรกฎาคมที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาด โดยเศรษฐกิจสหรัฐสูญเสียตำแหน่งงาน 23,000 ตำแหน่ง แทนที่จะเพิ่มขึ้นตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า
ข้อมูลดังกล่าวทำให้ตลาดลดคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน เพราะตัวเลขแรงงานที่อ่อนลงสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจเริ่มชะลอตัวมากกว่าที่ประเมินไว้
สำหรับทองคำ ภาวะที่ตลาดลดความกังวลเรื่องดอกเบี้ยถือเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ เพราะทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย หากตลาดมองว่าดอกเบี้ยอาจไม่ขึ้นเร็วหรือไม่ขึ้นแรง ต้นทุนโอกาสของการถือครองทองคำจะลดลงตามไปด้วย
10 ส.ค.: ทองขึ้นต่อ แต่เริ่มเจอแรงกดดันจากน้ำมันและยีลด์
ในช่วงปลายตลาดสหรัฐวันที่ 10 สิงหาคม ราคาทองคำและโลหะเงินยังปรับตัวขึ้น โดย Spot Gold เคลื่อนไหวใกล้ 4,358 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่โลหะเงินปรับขึ้นแรงกว่า
อย่างไรก็ตาม Kitco ระบุว่าตลาดเริ่มกลับมาชั่งน้ำหนักแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ดีดขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่สูงขึ้น และโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเฟดที่ฟื้นกลับมาบางส่วน หลังจากลดลงแรงหลังข้อมูลแรงงานสหรัฐ
ราคาน้ำมัน WTI กลับมาใกล้ 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน Brent อยู่ใกล้ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีขยับเหนือ 4.7% ทำให้แรงบวกของทองคำเริ่มถูกทดสอบจากปัจจัยภายนอกตลาด
ฮอร์มุซยังเป็นตัวแปรเงินเฟ้อ
ประเด็นช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นข่าวที่ตลาดติดตามอย่างใกล้ชิด หลังอิหร่านยังยืนยันเงื่อนไขบางประการก่อนการเปิดเส้นทางเดินเรืออย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ความหวังเรื่องการคลี่คลายสถานการณ์ไม่ได้จบลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อราคาน้ำมันดีดขึ้นจากความไม่แน่นอนดังกล่าว ตลาดจึงกลับมากังวลว่าเงินเฟ้อจากพลังงานอาจเป็นแรงกดดันต่อเฟดอีกครั้ง
สำหรับทองคำ ปัจจัยนี้มีผลสองทาง ด้านหนึ่ง ความไม่แน่นอนภูมิรัฐศาสตร์ช่วยหนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แต่อีกด้านหนึ่ง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจทำให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ย ซึ่งอาจจำกัดแรงขึ้นของทองคำในบางช่วง
11 ส.ค.: ทองยืนเหนือ $4,400 ทำจุดสูงสุดมากกว่า 2 เดือน
เข้าสู่วันที่ 11 สิงหาคม ราคาทองคำปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สาม และขึ้นสู่ระดับสูงสุดมากกว่า 2 เดือน โดย Spot Gold เคลื่อนไหวเหนือ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แรงซื้อยังมาจากมุมมองว่าข้อมูลแรงงานสหรัฐที่อ่อนลงอาจทำให้เฟดต้องระมัดระวังมากขึ้นต่อการขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่นักลงทุนยังเพิ่มน้ำหนักให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ใช้กระจายความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดยังไม่แน่ใจต่อเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และภูมิรัฐศาสตร์
ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังรอข้อมูล CPI และ PPI สหรัฐในสัปดาห์นี้ เพื่อดูว่าภาพเงินเฟ้อจะสนับสนุนการลดความกังวลเรื่องดอกเบี้ยต่อไปหรือไม่
Investment demand และจีนยังช่วยหนุนตลาด
Trading Economics ระบุว่าความต้องการลงทุนในทองคำปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในฝั่งจีน ซึ่งนักลงทุนสถาบันยังเพิ่มการถือครองทองคำเพื่อป้องกันความผันผวนในตลาดอื่น
นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีนยังซื้อทองเพิ่มในเดือนกรกฎาคมราว 20 ตัน หลังจากซื้อเพิ่มราว 15 ตันในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการซื้อรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023
ประเด็นนี้ช่วยเสริมภาพตลาดทองคำระยะกลาง เพราะสะท้อนว่าความต้องการทองคำจากธนาคารกลางยังมีบทบาทสำคัญ แม้ราคาทองคำจะเคลื่อนไหวผันผวนจากดอกเบี้ย ดอลลาร์ ยีลด์ และน้ำมันในระยะสั้น
นักวิเคราะห์ชี้ปัจจัยหนุนทองเริ่มมาพร้อมกัน
Kitco รายงานความเห็นจาก Citadel Securities ว่าโลหะมีค่ากำลังได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ได้แก่ การปรับลดคาดการณ์ดอกเบี้ยเฟดในเชิงผ่อนคลายมากขึ้น การซื้อทองของธนาคารกลาง การจัดสถานะของนักลงทุนเชิงระบบ และแรงซื้อผ่านตลาด ETF
อีกมุมหนึ่ง Sprott ระบุว่าการปรับฐานของทองคำในช่วงก่อนหน้าไม่ได้เปลี่ยนภาพโครงสร้างระยะยาว โดยยังมีปัจจัยหนุนจากหนี้ภาครัฐที่สูงขึ้น การขาดดุลงบประมาณ การกระจายทุนสำรองของธนาคารกลาง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ควรถูกใช้ในฐานะมุมมองประกอบภาวะตลาด ไม่ใช่การรับประกันว่าราคาทองคำจะปรับขึ้นต่อเนื่อง เพราะตลาดยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากข้อมูลเงินเฟ้อและท่าทีของเฟด
CPI และ PPI คือด่านสำคัญของสัปดาห์นี้
ประเด็นที่ตลาดทองคำจับตาสูงสุดในสัปดาห์นี้คือข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ โดย CPI เดือนกรกฎาคมจะรายงานในวันพุธ และ PPI จะตามมาในวันพฤหัสบดี
หาก CPI และ PPI ออกมาต่ำกว่าหรือใกล้เคียงคาด ตลาดอาจลดความกังวลเรื่องเฟดขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งอาจช่วยให้ทองคำรักษาแรงบวกเหนือ 4,400 ดอลลาร์ได้
แต่หากข้อมูลเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด ตลาดอาจกลับมาเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่เฟดยังต้องคงท่าทีเข้มงวด แม้ข้อมูลแรงงานจะอ่อนลงแล้วก็ตาม ซึ่งอาจทำให้ทองคำเผชิญแรงขายทำกำไรหลังปรับขึ้นแรง
กรอบราคาที่ตลาดจับตา
หลังราคาทองคำยืนเหนือ 4,400 ดอลลาร์ ตลาดจะจับตาว่าแรงซื้อสามารถรักษาระดับนี้ได้หรือไม่ เพราะเป็นโซนที่มีนัยเชิงจิตวิทยาหลังราคาทะลุกรอบ 4,300 ดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อน
ด้านบน โซน 4,450–4,500 ดอลลาร์จะเป็นพื้นที่ที่ตลาดจับตาต่อ หากราคายังได้รับแรงหนุนจากเงินเฟ้อที่ผ่อนลง ดอลลาร์อ่อน และยีลด์ลดลง
ด้านล่าง โซน 4,360–4,380 ดอลลาร์เป็นแนวรับระยะสั้นที่ตลาดให้ความสำคัญ หากราคาหลุดต่ำกว่าโซนนี้ อาจสะท้อนว่าแรงขายทำกำไรเริ่มกลับเข้ามามากขึ้น และตลาดอาจกลับไปจับตาโซน 4,300 ดอลลาร์
กรอบราคาดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายทองคำหรือสินทรัพย์ใด ๆ
ข่าวที่ตลาดทองคำต้องติดตามต่อ
ตลาดทองคำในช่วงที่เหลือของสัปดาห์จะจับตา 4 ประเด็นหลัก
ประเด็นแรกคือ CPI สหรัฐ หากเงินเฟ้อชะลอลงตามคาด อาจช่วยลดแรงกังวลเรื่องดอกเบี้ย แต่หากสูงกว่าคาด ทองคำอาจถูกขายทำกำไร
ประเด็นที่สองคือ PPI สหรัฐ ซึ่งจะช่วยสะท้อนแรงกดดันต้นทุนผู้ผลิต และอาจมีผลต่อมุมมองเงินเฟ้อในระยะถัดไป
ประเด็นที่สามคือทิศทางราคาน้ำมันและข่าวช่องแคบฮอร์มุซ เพราะหากน้ำมันดีดแรงต่อ ตลาดอาจกลับมากังวลเงินเฟ้อจากพลังงาน
ประเด็นสุดท้ายคือท่าทีของเฟด หลังข้อมูลแรงงานอ่อนลง ตลาดจะจับตาว่าเจ้าหน้าที่เฟดจะให้น้ำหนักกับแรงงานมากกว่าเงินเฟ้อ หรือยังคงเปิดทางต่อการขึ้นดอกเบี้ยหาก CPI และ PPI ไม่ผ่อนลง
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ปรับขึ้นต่อเนื่องและยืนเหนือ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังตลาดยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลแรงงานสหรัฐที่อ่อนแอกว่าคาด ทำให้คาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเดือนกันยายนลดลง
แรงหนุนเพิ่มเติมมาจาก investment demand ที่ดีขึ้น เงินไหลเข้าทองคำในจีน และการซื้อทองเพิ่มของธนาคารกลางจีน ขณะที่ทองคำยังได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และภูมิรัฐศาสตร์
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังต้องผ่านบททดสอบสำคัญจาก CPI และ PPI สหรัฐในสัปดาห์นี้ หากเงินเฟ้อออกมาผ่อนลง อาจช่วยพยุงแรงบวกต่อ แต่หากเงินเฟ้อสูงกว่าคาด ตลาดอาจกลับมากังวลว่าเฟดยังต้องคงท่าทีเข้มงวด และอาจเห็นแรงขายทำกำไรหลังทองคำปรับขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา
หมายเหตุ:
เนื้อหานี้เป็นข่าวและข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ


















