ข่าวทองคำวันนี้ 6 ก.ค. 2569: Gold Spot ประคองใกล้ 4,174 ดอลลาร์ หลังตลาดลดกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ราคาทองคำตลาดโลกประจำวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ยังประคองตัวในแดนบวก โดยช่วงเช้าวันนี้เวลาประมาณ 09.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ราคา Gold Spot เคลื่อนไหวใกล้บริเวณ 4,174 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังตลาดยังคงตอบรับแรงหนุนจากตัวเลขจ้างงานสหรัฐที่อ่อนกว่าคาดในสัปดาห์ก่อน
แรงหนุนหลักของทองคำรอบนี้มาจากการที่ตลาดลดความกังวลว่าเฟดจะเร่งขึ้นดอกเบี้ย หลังตัวเลข Nonfarm Payrolls เดือนมิถุนายนออกมาต่ำกว่าคาดอย่างชัดเจน ประกอบกับราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง ช่วยลดแรงกังวลด้านเงินเฟ้อจากฝั่งพลังงาน
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาทองคำจะยังยืนได้ดีหลังดีดแรงจากโซนต่ำกว่า 4,100 ดอลลาร์ แต่การเคลื่อนไหวล่าสุดเริ่มเข้าใกล้แนวต้านสำคัญบริเวณ 4,212–4,220 ดอลลาร์ และ 4,255 ดอลลาร์ ทำให้ตลาดยังต้องระวังแรงขายทำกำไรหรือแรงพักฐานระหว่างทาง
ไทม์ไลน์ข่าวทองคำล่าสุด 3–6 ก.ค. 2569
3 ก.ค. 2569: ทองคำประคองแรงบวกหลัง NFP ต่ำกว่าคาด
หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลข Nonfarm Payrolls เดือนมิถุนายนที่เพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก ราคาทองคำดีดตัวขึ้นแรง และสามารถกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,100 ดอลลาร์ได้
ข้อมูลแรงงานที่อ่อนกว่าคาดทำให้ตลาดลดน้ำหนักความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้ เพราะตลาดแรงงานที่เริ่มชะลอตัวอาจลดแรงกดดันให้เฟดต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงวดเพิ่มเติม
ผลที่ตามมาคือเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และแรงกดดันจากยีลด์พันธบัตรลดลงบางส่วน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
3 ก.ค. 2569 ช่วงปิดตลาดสหรัฐ: ทองยังยืนบวก แต่เริ่มเข้าใกล้แนวต้าน
รายงานภาวะตลาดช่วงปิดตลาดสหรัฐของ Kitco ระบุว่า ราคาทองคำยังสามารถรักษาแรงบวกหลังตัวเลข NFP ได้ โดยแรงขับหลักมาจากการปรับมุมมองของตลาดต่อดอลลาร์และดอกเบี้ย มากกว่าการเร่งซื้อทองคำจากความตื่นตระหนกด้านภูมิรัฐศาสตร์
ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยลดแรงกังวลว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวจากต้นทุนพลังงาน ทำให้ตลาดลดความกังวลว่าเฟดอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยแรงกว่าคาด
อย่างไรก็ตาม ในเชิงเทคนิค ตลาดเริ่มจับตาแนวต้านบริเวณ 4,200 ดอลลาร์ขึ้นไป เพราะเป็นโซนที่ราคาทองคำอาจเจอแรงขายทำกำไร หลังดีดตัวขึ้นค่อนข้างเร็วจากช่วงก่อนหน้า
3 ก.ค. 2569: ธนาคารกลางซื้อทองคำสุทธิ 41 ตันในเดือนพฤษภาคม
อีกประเด็นสำคัญที่ช่วยพยุงภาพระยะยาวของทองคำคือข้อมูลจาก World Gold Council ซึ่งระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิ 41 ตันในเดือนพฤษภาคม
ผู้ซื้อสำคัญในเดือนดังกล่าว ได้แก่ ธนาคารกลางโปแลนด์ อุซเบกิสถาน คาซัคสถาน และสิงคโปร์ ขณะที่บางประเทศมีการขายทองคำออกบางส่วน เช่น รัสเซียและตุรกี
ข้อมูลนี้สะท้อนว่า แม้ราคาทองคำระยะสั้นจะผันผวนตามเฟด ดอลลาร์ และยีลด์พันธบัตร แต่ทองคำยังมีแรงหนุนเชิงโครงสร้างจากความต้องการถือครองในฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศ
3 ก.ค. 2569: สถาบันการเงินยังมองบวกต่อภาพกลาง–ยาว แต่ระยะสั้นยังต้องระวัง
รายงานจาก Kitco ในวันเดียวกันยังสะท้อนมุมมองของหลายสถาบันการเงินที่ยังมองว่าทองคำมีปัจจัยสนับสนุนในระยะกลางถึงระยะยาว โดยเฉพาะบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และแรงซื้อจากธนาคารกลาง
HSBC Asset Management ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อทองคำในระยะกลางถึงยาว โดยมองว่าทองคำยังมีคุณค่าในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
ขณะที่ State Street มองว่าอุปสงค์ทองคำจากธนาคารกลางตลาดเกิดใหม่และนักลงทุนจีนยังเป็นแรงหนุนสำคัญในภาพใหญ่ พร้อมประเมินว่าทองคำยังมีโอกาสเคลื่อนไหวในระดับสูงหากปัจจัยสนับสนุนเชิงโครงสร้างยังอยู่
อย่างไรก็ตาม มุมมองเหล่านี้เป็นการประเมินของสถาบันการเงิน ไม่ใช่การรับรองทิศทางราคา และไม่ควรนำไปใช้เป็นคำแนะนำในการตัดสินใจลงทุนโดยตรง
6 ก.ค. 2569: ทองคำยังยืนใกล้ระดับสูงสุดรอบ 2 สัปดาห์
เข้าสู่วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม ราคาทองคำยังประคองแรงบวกใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ โดยตลาดยังให้น้ำหนักกับประเด็นการลดคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยของเฟด หลังข้อมูลแรงงานสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด
Trading Economics รายงานว่าทองคำยังซื้อขายใกล้ 4,200 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ Reuters ระบุว่า Spot Gold เคลื่อนไหวใกล้ 4,175 ดอลลาร์ หลังสัปดาห์ก่อนปรับขึ้นมากกว่า 2%
ในมุมตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันที่อ่อนลงจากการฟื้นตัวของกระแสพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และความเป็นไปได้ที่ OPEC+ จะเพิ่มอุปทาน ช่วยลดแรงกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยลดแรงกดดันต่อทองคำจากฝั่งดอกเบี้ย
ปัจจัยหลักที่หนุนราคาทองคำวันนี้
1. ตลาดลดความกังวลเรื่องเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ตัวเลขจ้างงานสหรัฐที่อ่อนกว่าคาดทำให้ตลาดลดน้ำหนักความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้ โดยเฉพาะการประชุมช่วงถัดไปที่นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติม
เมื่อความกังวลเรื่องดอกเบี้ยลดลง ทองคำจะได้รับแรงหนุนมากขึ้น เพราะต้นทุนโอกาสของการถือครองทองคำลดลงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
2. ดอลลาร์อ่อนและยีลด์ผ่อนแรงบางส่วน
หลังข้อมูลแรงงานสหรัฐอ่อนลง เงินดอลลาร์สหรัฐมีแรงกดดัน และช่วยให้ทองคำที่ซื้อขายในสกุลดอลลาร์มีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น
ขณะเดียวกัน ความคาดหวังต่อดอกเบี้ยที่ลดลงช่วยให้แรงกดดันจากยีลด์พันธบัตรผ่อนลงบางส่วน แม้ยีลด์ระยะยาวยังอยู่ในระดับที่ต้องติดตามต่อไป
3. ราคาน้ำมันลดลง ช่วยลดแรงกังวลเงินเฟ้อ
ราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุน sentiment ของทองคำ เพราะช่วยลดแรงกังวลว่าเงินเฟ้อจะกลับมาเร่งตัวจากฝั่งพลังงาน
ในช่วงก่อนหน้า ความเสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเคยสร้างแรงกังวลว่าราคาน้ำมันอาจปรับสูงขึ้น และทำให้เฟดต้องคงนโยบายเข้มงวดนานขึ้น แต่เมื่อราคาน้ำมันอ่อนลง แรงกดดันดังกล่าวจึงลดลงบางส่วน
4. แรงซื้อจากธนาคารกลางยังหนุนภาพระยะยาว
ข้อมูลการซื้อทองคำของธนาคารกลางในเดือนพฤษภาคมช่วยยืนยันว่า ทองคำยังมีบทบาทสำคัญในฐานะสินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศ
แม้แรงซื้อของธนาคารกลางอาจไม่ได้กำหนดทิศทางรายวันโดยตรง แต่ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยพยุงภาพระยะยาวของตลาดทองคำ โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศต้องการกระจายทุนสำรองและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของระบบการเงินโลก
ปัจจัยที่ยังต้องระวัง
1. ราคาทองคำเริ่มเข้าใกล้แนวต้านสำคัญ
แม้ภาพระยะสั้นยังอยู่ในฝั่งบวก แต่ราคาทองคำดีดตัวขึ้นมาเร็วจากช่วงก่อนหน้า และเริ่มเข้าใกล้แนวต้านบริเวณ 4,212–4,220 ดอลลาร์ และ 4,255 ดอลลาร์
หากราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวได้อย่างชัดเจน อาจเกิดแรงขายทำกำไร หรือแรงย่อพักฐานกลับลงมาทดสอบแนวรับใกล้ตัว
2. ตลาดยังรอข้อมูลเศรษฐกิจและถ้อยแถลงเฟด
แม้ข้อมูล NFP จะช่วยลดแรงกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย แต่ตลาดยังต้องติดตามรายงานการประชุมเฟด ข้อมูลเงินเฟ้อ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดในสัปดาห์นี้
หากเฟดส่งสัญญาณว่ายังให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้ออย่างเข้มงวด ทองคำอาจกลับมาเผชิญแรงขายได้อีกครั้ง โดยเฉพาะหากดอลลาร์และยีลด์พันธบัตรกลับมาแข็งแรง
3. ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่หมดไป
แม้ราคาน้ำมันอ่อนลงและความกังวลเรื่องอุปทานพลังงานลดลงบางส่วน แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซยังต้องติดตามต่อไป
หากมีเหตุการณ์ใหม่ที่กระทบเส้นทางขนส่งพลังงาน ราคาน้ำมันอาจกลับมาผันผวน และอาจทำให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งจะมีผลต่อมุมมองดอกเบี้ยและราคาทองคำอีกครั้ง
มุมมองทางเทคนิค: ระยะสั้นยังบวก แต่ใกล้แนวต้าน ต้องระวังแรงพักฐาน
จากกรอบบทวิเคราะห์ราคาทองคำของ gold.in.th เช้าวันนี้ ราคาทองคำยังประคองตัวในแดนบวกบริเวณ 4,174 ดอลลาร์ หลังยืนเหนือ Pivot ระยะสั้นที่ 4,155 ดอลลาร์ได้
ภาพ Intraday ยังมีโอกาสฟื้นตัวต่อ หากราคายังยืนเหนือโซน 4,155–4,167 ดอลลาร์ได้ โดยแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,212–4,220 ดอลลาร์ และ 4,255 ดอลลาร์ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม ราคากำลังเข้าใกล้แนวต้านบนของรอบสั้น ขณะที่ภาพรายวันยังต้องรอแรงซื้อยืนยันเพิ่มเติม จึงควรระวังแรงพักฐานระหว่างทาง โดยเฉพาะหากราคาหลุดต่ำกว่า 4,155 ดอลลาร์
แนวรับ–แนวต้านราคาทองคำที่ควรติดตาม
แนวรับสำคัญ
| ระดับราคา | ความสำคัญ |
|---|---|
| 4,167 ดอลลาร์ | แนวรับใกล้ตัว / R1 เดิมของกรอบสั้น |
| 4,155 ดอลลาร์ | Pivot สำคัญของภาพ Intraday |
| 4,105 ดอลลาร์ | แนวรับแรกหากหลุด Pivot |
| 4,099 ดอลลาร์ | Pivot ของกรอบ 1H–4H |
| 4,075 ดอลลาร์ | แนวรับถัดไปของภาพ Intraday |
| 4,054 ดอลลาร์ | แนวรับลึกของกรอบ 1H–4H |
แนวต้านสำคัญ
| ระดับราคา | ความสำคัญ |
| 4,212 ดอลลาร์ | เป้าหมายบนของกรอบ 30M–4H |
| 4,220 ดอลลาร์ | แนวต้านแรกของภาพ Intraday |
| 4,255 ดอลลาร์ | เป้าหมายบนระหว่างวัน |
| 4,271 ดอลลาร์ | แนวต้านถัดไปของกรอบรายวัน |
| 4,351 ดอลลาร์ | แนวต้านใหญ่ของภาพกว้าง |
สรุปข่าวทองคำวันนี้
ราคาทองคำวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เคลื่อนไหวใกล้ 4,174 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังตลาดยังคงตอบรับข้อมูลจ้างงานสหรัฐที่อ่อนกว่าคาด ซึ่งช่วยลดแรงกังวลว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้
ราคาน้ำมันที่อ่อนลงยังช่วยลดแรงกังวลด้านเงินเฟ้อ และช่วยให้แรงกดดันจากฝั่งดอกเบี้ยผ่อนลงบางส่วน ขณะที่แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางยังเป็นปัจจัยสนับสนุนภาพระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำปรับขึ้นมาค่อนข้างเร็ว และเริ่มเข้าใกล้แนวต้านสำคัญ 4,212–4,220 ดอลลาร์ และ 4,255 ดอลลาร์ จึงต้องระวังแรงขายทำกำไรหรือแรงพักฐานระหว่างทาง
ระยะสั้น หากราคายังยืนเหนือ 4,155–4,167 ดอลลาร์ได้ ภาพบวกยังมีโอกาสต่อเนื่อง แต่หากหลุด 4,155 ดอลลาร์ลงมา อาจเห็นแรงย่อตัวกลับไปทดสอบ 4,105–4,099 ดอลลาร์ และ 4,075 ดอลลาร์ตามลำดับ
หมายเหตุ:
เนื้อหานี้เป็นข่าวและบทวิเคราะห์เชิงข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำ ตราสารอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ผู้ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง และพิจารณาความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจใด ๆ


















