ราคาทองคำวันนี้ 25 มิ.ย. 2569 หลุด 4,000 ดอลลาร์ หลังดอลลาร์แข็งและ Fed กดดันตลาด
ราคาทองคำในตลาดโลกประจำวันที่ 25 มิถุนายน 2569 อ่อนตัวลงต่อเนื่องในช่วงกลางวัน โดยราคาทองคำ Gold Spot เวลา 12.50 น. ตามเวลาประเทศไทย เคลื่อนไหวบริเวณ 3,985 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังตลาดทองคำเผชิญแรงขายจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า และความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed อาจยังคงใช้นโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป
การหลุดลงต่ำกว่าระดับ 4,000 ดอลลาร์ถือเป็นจุดสำคัญเชิงจิตวิทยาของตลาด หลังราคาทองคำเคยปรับขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงก่อนหน้า แต่แรงซื้อเริ่มแผ่วลงเมื่อ Fed ส่งสัญญาณให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ และตลาดเริ่มประเมินว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี หากเงินเฟ้อยังไม่ชะลอลงตามเป้าหมาย
รายงานจาก Trading Economics ผ่าน TradingView ระบุว่า ราคาทองคำทรงตัวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 8 เดือน หลังดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง และตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน รวมถึงอาจมีการปรับขึ้นเพิ่มเติมก่อนสิ้นปี
ขณะเดียวกัน รายงานจาก Moneycontrol ระบุว่า ราคาทองคำเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์ หลังหลุดระดับดังกล่าวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน โดยแรงกดดันมาจากดอลลาร์ที่แข็งค่าและมุมมองดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้ทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ยเสียความน่าสนใจเมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
ทองคำหลุด 4,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางแรงขายหลัง Fed ส่งสัญญาณเข้ม
แรงขายในตลาดทองคำยังต่อเนื่องจากช่วงก่อนหน้า หลัง Fed คงดอกเบี้ยตามคาดในการประชุมล่าสุด แต่ถ้อยแถลงและมุมมองของคณะกรรมการทำให้ตลาดตีความว่า Fed ยังไม่พร้อมผ่อนคลายนโยบายการเงิน และยังให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อเป็นหลัก
สำหรับทองคำ ท่าทีดังกล่าวเป็นปัจจัยลบโดยตรง เพราะทองคำไม่มีดอกเบี้ย เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรหรือดอลลาร์แข็งค่าขึ้น นักลงทุนบางส่วนจึงลดน้ำหนักการถือครองทองคำ และโยกเงินไปยังสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า
ดอลลาร์แข็งทำให้ทองคำแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น
หนึ่งในแรงกดดันสำคัญคือค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งขึ้น โดยทองคำซื้อขายในสกุลดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ราคาทองคำจะมีต้นทุนสูงขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น ส่งผลให้แรงซื้อจากต่างประเทศชะลอลง
แรงกดดันจากดอลลาร์เกิดขึ้นพร้อมกับความคาดหวังดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้ตลาดทองคำเผชิญแรงขายทั้งจากฝั่งค่าเงินและฝั่งผลตอบแทนพันธบัตรในเวลาเดียวกัน
ตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับดอกเบี้ยมากกว่าความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
แม้สถานการณ์สหรัฐฯ–อิหร่านยังเป็นประเด็นที่ตลาดจับตา แต่แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง หลังความเสี่ยงด้านพลังงานเริ่มผ่อนคลายบางส่วนจากความคืบหน้าของการเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ
แรงหนุนจากตะวันออกกลางลดลง หลังความเสี่ยงน้ำมันผ่อนคลาย
ในช่วงก่อนหน้า ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเคยเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคำ เพราะตลาดกังวลว่าการขนส่งน้ำมันอาจถูกรบกวน และทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นจนกระทบต่อเงินเฟ้อทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม รายงานจาก Kitco ระบุว่า ภาพของช่องแคบฮอร์มุซเริ่มเปลี่ยนจากความเสี่ยงปิดเส้นทางขนส่งน้ำมัน ไปสู่ภาวะ “ค่อย ๆ กลับมาเปิด” หลังมีรายงานว่าการขนส่งบางส่วนเริ่มกลับมาอีกครั้ง ส่งผลให้แรงกดดันจากราคาน้ำมันลดลง และแรงซื้อ Safe Haven ในทองคำอ่อนตัวลงตามไปด้วย
เมื่อความเสี่ยงด้านน้ำมันและเงินเฟ้อจากพลังงานลดลง ตลาดจึงกลับไปให้ความสำคัญกับทิศทางดอกเบี้ย ดอลลาร์ และบอนด์ยีลด์มากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันทองคำในระยะสั้น
น้ำมันที่ลดลงช่วยเงินเฟ้อ แต่ไม่ได้หนุนทองคำเต็มที่
โดยปกติ ราคาน้ำมันที่ลดลงอาจช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ และลดความจำเป็นที่ Fed ต้องขึ้นดอกเบี้ย แต่ในรอบนี้ตลาดยังมองว่า Fed ยังไม่ผ่อนคลายมากพอ ขณะที่ดอลลาร์ยังแข็ง ทำให้ผลบวกจากราคาน้ำมันที่ลดลงยังไม่เพียงพอที่จะพยุงทองคำ
Kitco ชี้ทองคำและเงินถูกขายพร้อมกัน หลังตลาดปรับมุมมองหลัง Fed
รายงานจาก Kitco PM Report ระบุว่า Spot Gold เคลื่อนไหวใกล้ 3,998 ดอลลาร์ในช่วงหลังปิดตลาดวันพุธ ลดลง 2.73% ขณะที่ Spot Silver ลดลง 6.50% สะท้อนว่าแรงขายไม่ได้เกิดเฉพาะทองคำ แต่ลามไปทั่วกลุ่มโลหะมีค่า
แรงขายในเงินที่รุนแรงกว่าทองคำสะท้อนว่าตลาดโลหะมีค่าโดยรวมถูกกระทบจากปัจจัยมหภาคเดียวกัน ทั้งดอลลาร์แข็ง บอนด์ยีลด์สูง และการปรับพอร์ตหลัง Fed ส่งสัญญาณเข้มงวด
โลหะมีค่าถูกกดดันจาก Real Yield และดอลลาร์
เมื่อดอลลาร์แข็งและผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ในระดับสูง ความน่าสนใจของโลหะมีค่าซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยจะลดลง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเชื่อว่า Fed อาจยังไม่กลับไปใช้นโยบายผ่อนคลายเร็ว ๆ นี้
ตลาดยังอยู่ในช่วงปรับราคาใหม่หลัง Fed
การเคลื่อนไหวของทองคำในช่วงนี้จึงสะท้อนการปรับมุมมองของตลาดต่อเส้นทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ มากกว่าการตอบสนองต่อปัจจัยข่าวระยะสั้นเพียงอย่างเดียว
ทองคำร่วงแรงจากจุดสูงสุด แต่บางสำนักยังไม่มองว่าตลาดกระทิงจบ
แม้ราคาทองคำจะหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ และปรับตัวลงแรงจากจุดสูงสุดก่อนหน้า แต่รายงานจาก Kitco อีกชิ้นระบุว่า นักวิเคราะห์บางส่วนยังมองว่าการปรับฐานราว 28% ของทองคำ แม้จะรุนแรง แต่ยังไม่จำเป็นต้องแปลว่าตลาดกระทิงระยะยาวสิ้นสุดลง
Kitco อ้างมุมมองของนักวิเคราะห์ที่เปรียบเทียบกับรอบตลาดทองคำในอดีตว่า การปรับฐานขนาดใหญ่เคยเกิดขึ้นในตลาดกระทิงระยะยาวมาก่อน เช่น ช่วงทศวรรษ 1970 และช่วงวิกฤตการเงิน 2008 ก่อนที่ทองคำจะกลับไปทำจุดสูงสุดใหม่ในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังเตือนว่า แม้ภาพระยะยาวอาจยังไม่จบ แต่ตลาดระยะสั้นยังต้องเผชิญความผันผวนสูง และอาจยังมีแรงขายต่อ หากดอลลาร์และทิศทางดอกเบี้ยยังเป็นแรงกดดันหลัก
ระยะสั้นถูกขาย แต่ภาพใหญ่ยังมีปัจจัยสนับสนุน
ปัจจัยระยะยาวที่ยังถูกพูดถึง ได้แก่ แรงซื้อจากธนาคารกลาง ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาระหนี้ภาครัฐ และความต้องการสินทรัพย์รักษามูลค่า ซึ่งยังไม่ได้หายไป แม้ราคาทองคำจะถูกขายลงแรงในระยะสั้น
หลายสำนักเริ่มพูดถึง Bear Market เชิงเทคนิค
Moneycontrol รายงานว่า ราคาทองคำปรับลดลงมากกว่า 20% จากจุดสูงสุดใกล้ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งโดยนิยามทั่วไปมักถูกใช้เป็นเกณฑ์เข้าสู่ภาวะ Bear Market เชิงเทคนิค
อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่เกณฑ์ Bear Market ทางเทคนิคไม่ได้หมายความว่าปัจจัยพื้นฐานระยะยาวทั้งหมดเปลี่ยนไปในทันที เพราะแรงขายช่วงสั้นอาจเกิดจากการทำกำไร การปรับมุมมองดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์ และการลดสถานะของนักลงทุนหลังราคาขึ้นแรงก่อนหน้า
ตลาดกำลังแยกระหว่างภาพระยะสั้นกับระยะยาว
ภาพข่าวในวันนี้จึงแบ่งออกเป็นสองชั้น ชั้นแรกคือภาพระยะสั้นที่ทองคำถูกกดดันจาก Fed ดอลลาร์ และบอนด์ยีลด์ ส่วนอีกชั้นคือภาพระยะยาวที่นักวิเคราะห์บางส่วนยังมองว่าปัจจัยสนับสนุนทองคำ เช่น ธนาคารกลางและหนี้ภาครัฐ ยังมีน้ำหนักอยู่
ภาพรวมจาก gold.in.th: ทองคำหลุดโซนจิตวิทยา 4,000 ดอลลาร์
จาก บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ของ gold.in.th ระบุว่า ราคาทองคำยังอยู่ภายใต้แรงกดดันต่อเนื่อง หลังหลุดโซนสำคัญ 4,000 ดอลลาร์ และยังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับระยะสั้นที่ตลาดจับตาได้
บทวิเคราะห์ดังกล่าวระบุว่า ราคาล่าสุดในช่วงเช้าเคลื่อนไหวบริเวณ 3,990–4,000 ดอลลาร์ สะท้อนว่าตลาดยังพยายามประคองตัวใกล้แนวจิตวิทยา แต่แรงซื้อกลับยังไม่แข็งแรงพอที่จะเปลี่ยนภาพหลัก ขณะที่กรอบใหญ่ยังสะท้อนแรงขายที่กดดันตลาดอยู่
สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามราคาทองคำไทยแบบอัปเดต สามารถดูได้ที่หน้า ราคาทองคำวันนี้ และติดตามข้อมูลกองทุนทองคำเพิ่มเติมได้ที่หน้า SPDR Gold Shares ของ gold.in.th
สรุปข่าวทองคำประจำวันที่ 25 มิถุนายน 2569
โดยสรุป ราคาทองคำวันนี้อ่อนตัวลงมาใกล้ 3,985 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังแรงขายจากดอลลาร์ที่แข็งค่า ความคาดหวังดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และการปรับพอร์ตหลัง Fed ยังคงกดดันตลาด ขณะที่แรงหนุนจากความเสี่ยงสหรัฐฯ–อิหร่านลดลงบางส่วน หลังความกังวลด้านน้ำมันเริ่มผ่อนคลาย
แม้ภาพระยะสั้นของทองคำยังอ่อนแรงและหลายสำนักเริ่มพูดถึงภาวะ Bear Market เชิงเทคนิค แต่ในภาพระยะยาว นักวิเคราะห์บางส่วนยังมองว่าปัจจัยสนับสนุนทองคำ เช่น แรงซื้อธนาคารกลาง ความเสี่ยงการคลัง และบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์รักษามูลค่า ยังไม่หายไปจากตลาด
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลข่าวสารเพื่อประกอบการติดตามภาวะตลาด ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรพิจารณาข้อมูลและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ


















