อินเดียจ่อปฏิรูปตลาดทองคำ ดึงทองเก่าเข้าระบบ ลดแรงซื้อทองแท่ง-เหรียญ หวังลดพึ่งพานำเข้า
อินเดียกำลังกลายเป็นประเด็นที่ตลาดทองคำโลกต้องจับตาอีกครั้ง หลังสภาส่งเสริมการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของอินเดีย หรือ GJEPC เปิดรับความเห็นจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปตลาดทองคำ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการดึงทองคำที่ไม่ได้ถูกใช้งานในครัวเรือนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และลดแรงกดดันต่อดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศ
ประเด็นนี้มีน้ำหนักไม่น้อย เพราะอินเดียเป็นหนึ่งในตลาดทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก ทั้งในด้านการบริโภคทองรูปพรรณและการลงทุนในทองคำ ขณะที่ช่วงหลังตลาดอินเดียเริ่มเห็นสัญญาณเปลี่ยนแปลงชัดเจน จากตลาดที่เคยถูกขับเคลื่อนด้วยทองรูปพรรณเป็นหลัก ไปสู่ตลาดที่แรงซื้อเพื่อการลงทุนในทองแท่ง เหรียญทอง และ ETF มีบทบาทมากขึ้น
GJEPC เปิดรับข้อเสนอ ปรับโครงสร้างตลาดทองคำอินเดีย
ตามรายงานของ GIT Information Center ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก GJEPC ระบุว่า GJEPC อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับ AIGJC ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรม และสมาชิกของ GJEPC เพื่อจัดทำข้อเสนอด้าน Gold Monetisation หรือการนำทองคำที่ถือครองอยู่กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
แนวทางที่อยู่ระหว่างการหารือมีหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมการใช้เครื่องประดับทองคำกะรัตต่ำ เช่น 9K, 14K และ 18K การปรับปรุงโครงการ Gold Monetisation Scheme เพื่อระดมทองคำที่ไม่ได้ใช้งานในครัวเรือน การสนับสนุนให้ประชาชนแลกเปลี่ยนทองเก่าเพื่อนำกลับมารีไซเคิล และการลดแรงจูงใจต่อการถือทองคำในรูปแบบการลงทุนเชิงรับ เช่น ทองแท่งและเหรียญทอง
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ใช่มาตรการที่ประกาศใช้แล้ว แต่เป็นกระบวนการรวบรวมความเห็นจากภาคอุตสาหกรรม โดย GJEPC เปิดรับข้อเสนอจากสมาชิกภายในวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 และมีแผนส่งข้อเสนอฉบับรวมต่อรัฐบาลอินเดียภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2026
อินเดียพยายามดึง “ทองเก่า” เข้าระบบ แทนการพึ่งพานำเข้า
หัวใจสำคัญของข่าวนี้อยู่ที่ความพยายามของอินเดียในการเปลี่ยนทองคำที่ถูกเก็บสะสมไว้ในครัวเรือนให้กลับมาเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น แทนที่จะปล่อยให้ทองคำจำนวนมากถูกถือไว้เฉย ๆ โดยไม่เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
อินเดียเป็นประเทศที่ประชาชนถือครองทองคำในครัวเรือนจำนวนมาก ทั้งในรูปแบบเครื่องประดับ ทองคำมรดก และทองคำเพื่อการออม หากรัฐสามารถออกแบบระบบที่ทำให้ประชาชนมั่นใจในการนำทองเก่ามาแลก เปลี่ยน รีไซเคิล หรือฝากเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น ก็อาจช่วยเพิ่มอุปทานทองคำภายในประเทศ และลดความจำเป็นในการนำเข้าทองคำจากต่างประเทศบางส่วน
นี่จึงไม่ใช่เพียงข่าวในมุมเครื่องประดับ แต่เป็นข่าวเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ดุลการค้า ดุลบัญชีเดินสะพัด และบทบาทของทองคำในระบบการเงินของอินเดียโดยตรง
แรงซื้อทองแท่ง-เหรียญในอินเดียพุ่ง จนรัฐต้องจับตา
ข้อมูลจาก World Gold Council ชี้ว่า ในไตรมาสแรกของปี 2026 ความต้องการทองคำของอินเดียเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แตะระดับ 151 ตัน ขณะที่มูลค่าความต้องการทองคำเพิ่มขึ้นถึง 99% สู่ระดับ 2.275 ล้านล้านรูปี หรือประมาณ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จุดที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ แรงซื้อทองคำเพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น 54% เมื่อเทียบรายปี แตะระดับ 82 ตัน แซงหน้าความต้องการทองรูปพรรณ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 66 ตัน ขณะที่ความต้องการทองแท่งและเหรียญทองอยู่ที่ 62 ตัน ใกล้เคียงกับตลาดทองรูปพรรณอย่างมีนัยสำคัญ
ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า นักลงทุนอินเดียจำนวนมากเริ่มมองทองคำเป็นสินทรัพย์ลงทุนมากขึ้น ไม่ใช่เพียงเครื่องประดับหรือสินทรัพย์เชิงวัฒนธรรมเหมือนในอดีต การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ภาครัฐและอุตสาหกรรมต้องเร่งหารือมาตรการใหม่ เพื่อจัดสมดุลระหว่างความต้องการลงทุน การบริโภคทองรูปพรรณ และผลกระทบต่อการนำเข้าทองคำ
ข้อเสนอยังไม่แตะทองวัด-ภาษี-ภาษีนำเข้า
อีกประเด็นที่ต้องระวังในการตีความข่าวนี้คือ ข้อเสนอของ GJEPC ไม่ได้รวมประเด็นทองคำของวัด ไม่รวมมาตรการนิรโทษกรรมภาษี และไม่ได้เสนอให้ลดภาษีนำเข้าทองคำ
นั่นหมายความว่า แนวทางที่กำลังหารือกันในขณะนี้เน้นไปที่การจัดระบบภายในตลาดทองคำมากกว่า ไม่ใช่การลดภาษีนำเข้าเพื่อกระตุ้นการซื้อทองคำใหม่โดยตรง
การส่งเสริมเครื่องประดับทองคำกะรัตต่ำ เช่น 9K, 14K และ 18K ยังสะท้อนความพยายามในการทำให้ตลาดเครื่องประดับทองคำเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้นในภาวะราคาทองคำสูง ขณะเดียวกันก็อาจช่วยลดปริมาณทองคำบริสุทธิ์ที่ต้องใช้ต่อชิ้นสินค้า
ผลต่อตลาดทองคำโลกอาจไม่เกิดทันที แต่มีนัยสำคัญระยะยาว
ในระยะสั้น ข่าวนี้อาจยังไม่ใช่ปัจจัยที่จะทำให้ราคาทองคำโลกผันผวนทันที เพราะยังอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความเห็นและจัดทำข้อเสนอ แต่ในระยะกลางถึงยาว หากอินเดียสามารถเดินหน้ามาตรการเหล่านี้ได้จริง อาจมีผลต่อโครงสร้างอุปสงค์ทองคำของอินเดียอย่างมีนัยสำคัญ
หากทองเก่าในครัวเรือนถูกนำกลับเข้าสู่ระบบมากขึ้น อุปทานทองคำรีไซเคิลในประเทศอาจเพิ่มขึ้น และช่วยลดแรงกดดันจากการนำเข้าได้บางส่วน ขณะเดียวกัน หากรัฐสามารถลดแรงจูงใจในการถือทองแท่งและเหรียญทองแบบลงทุนเชิงรับได้จริง ก็อาจทำให้ความต้องการทองคำเพื่อการลงทุนบางส่วนชะลอลง หรือเปลี่ยนรูปแบบไปสู่สินทรัพย์ทางการเงินที่มีระบบกำกับดูแลมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทองคำยังคงมีสถานะพิเศษในอินเดีย ทั้งในเชิงวัฒนธรรม การออม และการลงทุน ดังนั้นการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคอาจไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำยังอยู่ในระดับสูง และนักลงทุนยังมองทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก
มุมที่ไทยควรจับตา
สำหรับตลาดทองคำไทย ข่าวนี้น่าสนใจในเชิงเปรียบเทียบ เพราะหลายประเด็นที่อินเดียกำลังหารือ เช่น การรีไซเคิลทองเก่า บทบาทร้านทองในฐานะช่องทางหลักของระบบ การสร้างความเชื่อมั่นด้านการประเมินราคาและมาตรฐานทองคำ ล้วนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างตลาดทองคำในหลายประเทศ
อินเดียอาจกำลังส่งสัญญาณว่า ในยุคที่ราคาทองคำสูงขึ้นมาก รัฐบาลและอุตสาหกรรมทองคำทั่วโลกจำเป็นต้องมองทองคำไม่ใช่แค่สินค้าเพื่อการซื้อขายรายวัน แต่เป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจ การออมของประชาชน และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ
สรุป
การเคลื่อนไหวของ GJEPC ครั้งนี้จึงเป็นข่าวที่ควรจับตา เพราะสะท้อนความพยายามของอินเดียในการปรับโครงสร้างตลาดทองคำครั้งสำคัญ โดยเฉพาะการดึงทองคำที่ไม่ได้ใช้งานเข้าสู่ระบบ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และลดแรงซื้อทองแท่ง-เหรียญในฐานะการลงทุนเชิงรับ
แม้ยังไม่ใช่มาตรการที่ประกาศใช้จริง แต่ด้วยสถานะของอินเดียในฐานะหนึ่งในตลาดทองคำรายใหญ่ของโลก ข่าวนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่ส่งผลต่อทิศทางอุตสาหกรรมทองคำในระยะยาว
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อประกอบการติดตามภาวะตลาดและอุตสาหกรรมทองคำเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ
ที่มา: https://gjepc.org






















