ปีนี้ใครซื้อทอง ใครขายทอง? เปิดแรงซื้อแรงขายธนาคารกลางในปี 2026
ตลาดทองคำในปี 2026 ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงซื้อเพียงด้านเดียว แต่เป็นผลจากการเคลื่อนไหวของทั้งฝั่ง ผู้ซื้อ และ ผู้ขาย พร้อมกัน โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารกลางที่ยังมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางตลาดทองคำโลก ข้อมูลล่าสุดจาก World Gold Council ระบุว่า เดือนมกราคม 2026 ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองสุทธิ 5 ตัน และในรายงานเดือนถัดมา World Gold Council สรุปว่าเดือนกุมภาพันธ์ซื้อทองสุทธิ 27 ตัน ขณะที่เดือนมีนาคมยังไม่มีรายงานรวมทั้งระบบออกมาเต็มชุด แต่เริ่มมีข้อมูลรายประเทศออกมาแล้ว เช่น จีน ที่ยังซื้อเพิ่มต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17
ทำไมคำถามว่า “ใครซื้อ ใครขาย” ถึงสำคัญ
เวลาคนส่วนใหญ่ดูราคาทอง มักถามว่า “ทองขึ้นเพราะอะไร” หรือ “ทองลงเพราะอะไร” แต่ในโลกความจริง ราคาทองเกิดจากการปะทะกันของแรงซื้อและแรงขายเสมอ ดังนั้น การรู้ว่าในแต่ละเดือน ใครกำลังสะสมทอง และ ใครกำลังลดพอร์ต จะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าแรงหนุนของตลาดมาจากไหน และแรงกดดันอยู่ตรงไหน โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นระดับธนาคารกลางยังคงมีน้ำหนักสูงในระบบการเงินโลก
เดือนมกราคม 2026: ซื้อเด่นราว 18 ตัน ขายเด่นราว 13 ตัน สุทธิ +5 ตัน
ในเดือนมกราคม 2026 ธนาคารกลางทั่วโลกมีแรงซื้อทองจากประเทศเด่นรวมราว 18 ตัน นำโดย อุซเบกิสถาน 9 ตัน, มาเลเซีย 3 ตัน, เช็ก 2 ตัน, อินโดนีเซีย 2 ตัน, จีน 1 ตัน และเซอร์เบีย 1 ตัน ตามรายงานของ World Gold Council ขณะที่ฝั่งขายเด่นรวมราว 13 ตัน ได้แก่ รัสเซีย 9 ตัน, บัลแกเรีย 2 ตัน, คาซัคสถาน 1 ตัน และคีร์กีซสถาน 1 ตัน เมื่อนำมาหักลบกันแล้ว ภาพรวมของเดือนนี้จึงออกมาเป็น ซื้อสุทธิ 5 ตัน
สิ่งที่น่าสนใจคือ เดือนมกราคมยังไม่ใช่จังหวะที่แรงซื้อเร่งตัวมาก แต่ก็สะท้อนว่าธนาคารกลางจำนวนหนึ่งยังคงทยอยสะสมทองต่อ แม้ตลาดจะเริ่มปีด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอนสูงก็ตาม
เดือนกุมภาพันธ์ 2026: ซื้อเด่นราว 42 ตัน ขายเด่นราว 14 ตัน WGC สรุปสุทธิ +27 ตัน
พอเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ ภาพของตลาดเริ่มเปลี่ยนอย่างชัดเจน โดย World Gold Council ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลก ซื้อทองสุทธิ 27 ตัน ในเดือนนี้ ฝั่งซื้อเด่นที่ถูกระบุชื่อรวมกันได้ราว 42 ตัน ได้แก่ โปแลนด์ 20 ตัน, อุซเบกิสถาน 8 ตัน, คาซัคสถาน 8 ตัน, เช็ก 2 ตัน, มาเลเซีย 2 ตัน, จีน 1 ตัน และกัมพูชา 1 ตัน ส่วนฝั่งขายเด่นรวมราว 14 ตัน คือ ตุรกี 8 ตัน และรัสเซีย 6 ตัน
ตรงนี้ทำให้เห็นชัดว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ ฝั่งซื้อมีน้ำหนักมากกว่าฝั่งขายอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโปแลนด์ที่กลับมาเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ของเดือนอีกครั้ง ขณะที่อุซเบกิสถานและคาซัคสถานก็ยังมีบทบาทต่อเนื่องในฝั่งสะสมทองคำสำรอง.
หมายเหตุด้านข้อมูล: ทำไมเลขเดือนกุมภาพันธ์ดูไม่เป๊ะ 100%
มีจุดหนึ่งที่ควรรู้ไว้เพื่อความโปร่งใส คือหากนำตัวเลขรายชื่อประเทศฝั่งซื้อและฝั่งขายที่ระบุบนหน้าเดียวกันมาบวกลบตรง ๆ จะได้ผลต่างประมาณ 28 ตัน ไม่ใช่ 27 ตันตามยอดสุทธิที่ World Gold Council สรุปไว้ ผมจึงยึด ตัวเลขสุทธิ 27 ตันตามที่ WGC ระบุเป็นทางการ และใช้ตัวเลขรายประเทศเพื่อช่วยให้คนอ่านเห็นโครงสร้างของแรงซื้อแรงขายได้ชัดขึ้น
รวม 2 เดือนแรกของปี: ฝั่งซื้อยังชนะฝั่งขาย
เมื่อรวมภาพของเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์เข้าด้วยกัน ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองสุทธิรวม 31 ตัน ในสองเดือนแรกของปี 2026 ตามการสรุปของ World Gold Council แม้จังหวะการซื้อจะไม่ได้ร้อนแรงเท่าบางช่วงในปีก่อน แต่ก็ยังสะท้อนว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์สำรองที่หลายประเทศให้ความสำคัญต่อเนื่อง
มองอีกแบบหนึ่งก็คือ ตลาดทองคำต้นปีนี้ไม่ได้เป็นตลาดที่ “ทุกคนซื้อพร้อมกัน” แต่เป็นตลาดที่มีทั้งการสะสมและการลดพอร์ตเกิดขึ้นพร้อมกัน เพียงแต่ในภาพรวม ฝั่งซื้อยังมีน้ำหนักมากกว่าฝั่งขายอยู่
แล้วเดือนมีนาคม 2026 ล่ะ? ตอนนี้มีอะไรยืนยันได้แล้วบ้าง
สำหรับเดือนมีนาคม 2026 ตอนนี้ยังไม่เห็นรายงานสรุปรวมทั้งระบบจาก World Gold Council ในรูปแบบเดียวกับเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ แต่มีข้อมูลรายประเทศที่ยืนยันได้แล้ว โดยเฉพาะ จีน ซึ่ง Reuters รายงานจากข้อมูลของธนาคารกลางจีนว่า จีนซื้อทองเพิ่มต่อเนื่องเป็น เดือนที่ 17 ติดต่อกัน และปริมาณถือครองทองเพิ่มจากประมาณ 2,308.7 ตัน ในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นประมาณ 2,313.7 ตัน ณ สิ้นเดือนมีนาคม หรือเพิ่มขึ้นราว 5 ตัน
ประเด็นนี้สำคัญ เพราะจีนยังถูกมองเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ตลาดจับตาอย่างมากในปีนี้ การซื้ออย่างต่อเนื่องของจีนช่วยตอกย้ำว่า แม้ราคาทองจะผันผวนแรง แต่ทองคำก็ยังมีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ในฐานะทุนสำรองของบางประเทศอยู่ชัดเจน
ไทยอยู่ตรงไหนในภาพนี้
สำหรับไทย รายงานรายเดือนของ World Gold Council ที่เผยแพร่ล่าสุดไม่ได้จัดไทยไว้ในกลุ่มประเทศที่ “ซื้อเด่น” หรือ “ขายเด่น” ของช่วงต้นปี 2026 ดังนั้นในข่าวรอบนี้ไทยจึงไม่ได้เป็นผู้เล่นที่ขยับพอร์ตแรงเหมือนโปแลนด์ จีน หรือรัสเซีย อย่างไรก็ดี หากดูข้อมูลจากหน้า Reserve Template Summary ของธนาคารแห่งประเทศไทย ไทยยังรายงานปริมาณทองคำในทุนสำรองที่ประมาณ 234.5 ตัน ในการอัปเดตล่าสุด
บทสรุป: ปีนี้ทองยังมีแรงหนุน แต่ไม่ได้ขึ้นด้วยแรงซื้อด้านเดียว
ถ้าจะสรุปตลาดทองคำต้นปี 2026 แบบตรงไปตรงมา คำตอบคือ มีทั้งคนซื้อและคนขาย และทั้งสองฝั่งต่างมีน้ำหนักต่อราคา
เดือนมกราคม ฝั่งซื้อเด่นราว 18 ตัน ฝั่งขายเด่นราว 13 ตัน สุทธิ +5 ตัน
เดือนกุมภาพันธ์ ฝั่งซื้อเด่นราว 42 ตัน ฝั่งขายเด่นราว 14 ตัน โดย WGC สรุปสุทธิ +27 ตัน
ส่วนเดือนมีนาคม ตอนนี้ยังไม่มีตัวเลขรวมทั้งระบบ แต่จีนยืนยันการซื้อเพิ่มต่อเนื่องแล้ว และปริมาณถือครองขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 2,313.7 ตัน ณ สิ้นเดือนมีนาคม
นั่นหมายความว่า ราคาทองในปีนี้ยังมีแรงหนุนเชิงโครงสร้างอยู่จริง แต่ก็ไม่ได้เดินหน้าแบบเส้นตรง เพราะทุกจังหวะของตลาดยังต้องเผชิญกับแรงขายจากบางประเทศและแรงปรับพอร์ตของผู้เล่นรายใหญ่ควบคู่กันไปด้วย
หมายเหตุ: บทวิเคราะห์นี้เป็นข้อมูลเพื่อประกอบการติดตามภาวะตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ



















