ราคาทอง 10/10/67
โดย : บริษัท ออสสิริส จำกัด
ราคาทองคำโลกดิ่งต่อเนื่องทำจุดต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ปิดที่ระดับ 2,607 ดอลลาร์/ออนซ์
หลังสกุลดอลลาร์ยังแข็งค่าต่อเนื่อง จากการที่นักลงทุนเริ่มกังวลว่าเฟดอาจไม่ลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนพฤศจิกายนนี้ หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐ ยังสะท้อนความแข็งแกร่ง นอกจากนี้การเจรจาหยุดยิงระหว่างกลุ่ม Hezbollah กับทางการอิสราเอลทำให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
สำหรับวันนี้ แนะติดตามรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน โดยตลาดคาดว่ามีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่องสู่ระดับ 2.3% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI อาจทรงตัวแถว 3.2% และรายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานที่มีแนวโน้มชะลอตัวพร้อมทั้งถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของเฟด MyGOLD Plus Investment research Dept.
คาดการณ์ว่าระยะยาวราคาทองคำจะยังคงทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2568 จากการที่กระแสเงินทุนจำนวนมากที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำ รวมทั้งแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก
สำหรับทองไทยช่วงนี้จะยังได้รับแรงหนุนเชิงบวกจากเงินบาทที่เริ่มกลับตัวขึ้นมาอ่อนค่าทำให้ราคาทองในประเทศมีการปรับตัวที่สูงขึ้น
การลดดอกเบี้ยโดยเฟดมักส่งผลบวกต่อราคาทองคำ โดยมีเหตุผลหลักๆ ดังนี้:
ต้นทุนค่าเสียโอกาสที่ลดลง: เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง ผลตอบแทนจากการถือครองสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดดอกเบี้ย เช่น เงินฝากหรือพันธบัตร จะลดลง ทำให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับนักลงทุน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง: การลดดอกเบี้ยโดยเฟดมักทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง เนื่องจากนักลงทุนจะแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่าในสกุลเงินอื่น ทองคำซึ่งซื้อขายเป็นดอลลาร์สหรัฐ จะมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น ส่งผลให้ความต้องการทองคำเพิ่มขึ้นและราคาทองคำสูงขึ้น
ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ: การลดดอกเบี้ยโดยเฟดมักเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัวหรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะถดถอย ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน นักลงทุนมักจะหันไปลงทุนในทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสี่ยงและรักษามูลค่าของเงินลงทุน ตัวอย่างจากอดีต: ช่วงปี 1995 – 1999, 2001 – 2004, และ 2007 – 2015: ในช่วงเวลาเหล่านี้ เฟดได้ลดอัตราดอกเบี้ย และราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในระยะกลางถึงระยะยาวหลังจากการลดดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างการลดดอกเบี้ยของเฟดและราคาทองคำ ไม่ใช่กฎตายตัว และอาจมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีอิทธิพลต่อราคาทองคำด้วย เช่น อัตราเงินเฟ้อ สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ดังนั้น การตัดสินใจลงทุนในทองคำควรพิจารณาจากปัจจัยหลายๆ ด้าน ไม่ใช่เพียงแค่การคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยของเฟดเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลทางเทคนิคแนวโน้มราคาทองคำ
สำหรับวันนี้ราคาทองโลกเปิดตลาดที่ระดับ 2,607 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศคาดการณ์ตอนเปิดตลาดขายออกบาทละ 41,400 บาท
สำหรับมุมมองทางเทคนิคราคาทองคำโลกภาพรวมใหญ่ยังอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น สำหรับระยะกลางกราฟราย 4 ชั่วโมงยังอยู่ในช่วงพักตัวเพื่อสะสมแรงขึ้นรอบใหม่ หลังราคาทองคำปรับตัวหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 50 และ 100 วันลงมา
หากไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันหรือแถว 2,625 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ได้ มีโอกาสปรับตัวลงต่อ โดยมีเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันเป็นจุดรองรับสำคัญแถว 2,585 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่อาจต้องรอให้หลุดโซนแนวรับ 2,607 ให้ได้ก่อน
สำหรับทองในประเทศยังได้แรงหนุนเชิงบวก จากค่าเงินบาทที่เริ่มอ่อนค่าขึ้น ทำให้ราคาทองปรับตัวลงไม่ได้มากนักแม้ราคาทองโลกจะดิ่งแรง
ราคาสูงสุดต่ำสุดของราคาทองโลกเมื่อวานนี้
สูงสุด 2,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต่ำสุด 2,605 ดอลลาร์ต่อออนซ์
กลยุทธการลงทุนทองคำ (Buy)
ราคาทองโลก (Gold Spot):
แนวรับ 2,605/2,585 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวต้าน 2,625/2,635 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำทองคำแท่งน้ำหนัก 1 บาท 96.5%:
แนวรับ 41,350/41,150บาท
แนวต้าน 41,500/41,600บาท
หมายเหตุ ราคาทองไทยเป็นราคาโดยประมาณซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามทิศทางค่าเงิน
ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญวันนี้
รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน และ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI อาจทรงตัวแถว 3.2% (คาดการณ์เป็นลบต่อทอง)และรายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานที่มีแนวโน้มชะลอตัวจากครั้งก่อน(คาดการณ์เป็นลบต่อทอง)
กองทุน SPDR (กองทุนที่ลงทุนในทองคำแท่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก)
ถือครอง 876.26ตัน(คงที่)
อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯล่าสุด
ดอกเบี้ยสหรัฐล่าสุดอยู่ที่ระดับ 4.75-5.00%