ราคาทองพุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี เนื่องจากความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแผนการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะจัดเก็บภาษีศุลกากรในสัปดาห์หน้า หลังจากที่มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบา 25% ส่งผลให้การค้าทั่วโลกเกิดความตึงเครียดสูงขึ้น
ข้อมูลพื้นฐานตลาดทองคำ
- ราคาทองคำ gold spot เพิ่มขึ้น 0.1% สู่ระดับ 3,022.69 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น 0.2% อยู่ที่ 3,026.70 ดอลลาร์
- ทรัมป์เปิดเผยภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบา 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อวันพุธ เริ่มตั้งแต่สัปดาห์หน้า ส่งผลให้สงครามการค้าโลกรุนแรงขึ้น
- นักลงทุนหวั่นเกรงว่าภาษีศุลกากรของทรัมป์ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เมษายนนี้ อาจทำให้เกิดเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น การเติบโตทางเศรษฐกิจช้าลง และความตึงเครียดด้านการค้าทวีความรุนแรงมากขึ้น
- ความกังวลเกี่ยวกับนโยบายภาษีศุลกากรของทรัมป์ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3,057.21 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม
- นายนีล คาชการี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขามินนิอาโปลิส กล่าวว่า แม้ว่าธนาคารกลางของสหรัฐฯ จะมีความคืบหน้าอย่างมากในการลดอัตราเงินเฟ้อ แต่ “เรายังมีงานอีกมากที่ต้องทำ” เพื่อให้อัตราเงินเฟ้อบรรลุเป้าหมาย 2% ของเฟด
- เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางคงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงไว้เท่าเดิม แต่ระบุว่าอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ ทองคำแท่งที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ
- ตลาดกำลังจับตาข้อมูลการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันศุกร์ ซึ่งอาจช่วยให้เห็นแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ชัดเจนขึ้น
- ในขณะเดียวกัน เมื่อวันพุธ Goldman Sachs ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำปลายปี 2568 ขึ้นเป็น 3,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จาก 3,100 ดอลลาร์ โดยอ้างถึงเงินไหลเข้าจาก ETF ที่สูงเกินคาด และอุปสงค์ที่ต่อเนื่องของธนาคารกลาง
ที่มา: สำนักข่าวรอยเตอร์ส (reuters.com)