ราคาทองวันนี้ 17 ตุลาคม 2569 ทองคำโลกปิดสัปดาห์ใกล้ 4,165 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังฟื้นตัวจากแรงขายหนักกลางสัปดาห์ แต่ยังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 4,200 ดอลลาร์ได้ ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง หักล้างแรงหนุนจากดอลลาร์อ่อนค่าและการลดลงของโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเฟดเดือนตุลาคม ส่วนทองไทยเปิดตลาดคงที่ ทองคำแท่งขายออกบาทละ 66,100 บาท
Investing.com รายงานว่า ราคาทองคำสปอตสิ้นสุดการซื้อขายวันศุกร์บริเวณ 4,165.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงประมาณ 0.1% ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 0.4% อยู่ที่ 4,186.70 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองตลาดยังมีผลตอบแทนรายสัปดาห์เป็นลบ หลังเผชิญความผันผวนจากข้อมูลเงินเฟ้อและการปรับคาดการณ์ดอกเบี้ยสหรัฐ
ทองฟื้นจากแรงขายกลางสัปดาห์ แต่ยังติดแรงกดดันดอกเบี้ย
ตลาดทองคำเผชิญแรงขายหลังสหรัฐเปิดเผยเงินเฟ้อผู้บริโภคสูงกว่าคาดเมื่อวันพุธ โดยราคาลงแตะ 4,073.35 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของสัปดาห์ ก่อนแรงซื้อจะกลับเข้ามาในวันพฤหัสบดีตามการอ่อนค่าของดอลลาร์และการลดลงของบอนด์ยีลด์
การฟื้นตัวดำเนินต่อเนื่องถึงวันศุกร์และพาราคากลับเข้าใกล้ 4,200 ดอลลาร์ แต่แรงซื้อแผ่วลงในช่วงท้าย ทำให้ทองยังคืนการขาดทุนของสัปดาห์ได้ไม่ทั้งหมด ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่าธนาคารกลางสหรัฐจะต้องเข้มงวดนโยบายการเงินเพิ่มเติมเพียงใดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
ตลาดลดน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27–28 ตุลาคม หลังเควิน วอร์ช ประธานเฟด ไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนถึงการปรับนโยบายครั้งถัดไป โดย Investing.com รายงานว่าโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้ลดลงเหลือประมาณ 17% จากเกือบ 28% ในวันก่อนหน้า
อย่างไรก็ดี ความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคมยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ FXStreet รายงานว่าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปียังเคลื่อนไหวเหนือ 5.1% ระหว่างวันศุกร์ สะท้อนว่าแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินยังไม่คลี่คลาย แม้ดอลลาร์จะอ่อนค่าลงก็ตาม
น้ำมันกลับเหนือ $100 ทำให้เงินเฟ้อยังเป็นโจทย์ใหญ่
ราคาน้ำมันกลายเป็นแรงกดดันสำคัญในช่วงท้ายสัปดาห์ เมื่อ WTI กลับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลต่อความปลอดภัยในการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซและความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงาน
ตลอดสัปดาห์ น้ำมัน WTI เพิ่มขึ้น 10.9% ส่วน Brent เพิ่มขึ้น 4.8% การปรับขึ้นของพลังงานทำให้ตลาดยังต้องประเมินความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะชะลอตัวได้ยาก และอาจยืดระยะเวลาที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง จึงจำกัดการฟื้นตัวของทอง แม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะช่วยหนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน
ข้อมูลทางการที่ประกาศคืนวันศุกร์ยังสะท้อนแรงกดดันด้านราคา โดยสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐระบุว่า ราคาสินค้านำเข้าเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 1.1% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 8.1% จากปีก่อน เป็นอัตรารายปีสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 ขณะที่ราคานำเข้าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 4.8% ในเดือนเดียว
ด้านธนาคารกลางสหรัฐรายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนกันยายนขยายตัว 0.7% จากเดือนก่อน หลังเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนสิงหาคม ส่วนผลผลิตภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 0.3% แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมภาคอุตสาหกรรมยังขยายตัวในช่วงที่ตลาดกำลังประเมินผลกระทบจากดอกเบี้ยและต้นทุนพลังงาน
กระแสเงินกองทุนยังเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดติดตาม
ด้านการลงทุนผ่านกองทุนทองคำ SPDR Gold Shares ถือครองทองคำ 1,053.91 ตัน ณ วันที่ 15 ตุลาคม ลดลง 0.29 ตันจากวันก่อนหน้า ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย GOLD.in.th โดยกระแสเงินเข้าออกกองทุนยังเป็นหนึ่งในข้อมูลประกอบการติดตามความต้องการทองคำของนักลงทุนสถาบัน
สำหรับสัปดาห์หน้า ตลาดจะติดตามข้อมูลภาคที่อยู่อาศัย จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเบื้องต้นของสหรัฐ เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจก่อนการประชุมเฟดปลายเดือน ควบคู่กับความเคลื่อนไหวของดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และสถานการณ์พลังงานในตะวันออกกลาง
ทองไทยเปิดคงที่ ทองแท่งขายออก 66,100 บาท
สมาคมค้าทองคำประกาศราคาครั้งที่ 1 วันที่ 17 ตุลาคม 2569 เวลา 09.02 น. ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาปิดวันก่อนหน้า โดยทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาทละ 65,900 บาท ขายออกบาทละ 66,100 บาท ส่วนทองรูปพรรณ 96.5% ฐานภาษีรับซื้อบาทละ 64,581.60 บาท และขายออกบาทละ 66,900 บาท
ข้อจำกัดความรับผิด: เนื้อหานี้จัดทำเพื่อรายงานข่าวและให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อขายสินทรัพย์ ผู้ติดตามควรตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาความเสี่ยงด้วยตนเอง
แหล่งข้อมูลประกอบ: Kitco, Investing.com, FXStreet, Trading Economics, สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS), ธนาคารกลางสหรัฐ, สมาคมค้าทองคำ และ GOLD.in.th


